‘นักปั้นฝัน’..อดีตเงือกสาว ‘รัชนีวรรณ บูลกุล’ ภารกิจนี้มีคำว่า ‘ท้อ..ไม่ได้’

Published มกราคม 5, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 19 ตุลาคม 2557 เวลา 00:00 น.

สังคมไทยหันมาตระหนักเรื่อง “ผู้พิการ” มากขึ้น ไม่เพียงแต่จะสนใจ แต่ยังเข้าอกเข้าใจ “ชีวิตผู้พิการ” อีกด้วย ที่ผ่านมามีกลุ่มคนหลาย ๆ ฝ่ายที่ทุ่มเททำในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการพัฒนาศักยภาพทางอาชีพ รวมถึงส่งเสริมในด้านการกีฬา ซึ่ง ณ ขณะนี้ “นักกีฬาผู้พิการทีมชาติไทย” และ “ผู้ดูแลนักกีฬา” กว่า 300 ชีวิตก็กำลังทำการแข่งขันในมหกรรม “เอเชี่ยน พาราเกมส์ ครั้งที่ 11” ที่เมืองอินชอน เกาหลีใต้กันอย่างเต็มที่ หวังสร้างชื่อให้กับประเทศไทย

ขณะเดียวกันในมุมของ “นักกีฬาสมัครเล่น” โดยเฉพาะในกลุ่ม “นักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาและสมอง” ก็มีส่วนที่ได้รับการสนับสนุนส่งเสริม โดย “ผู้อยู่เบื้องหลัง” เรื่องนี้มีดีกรีเป็นถึง “อดีตนักกีฬาว่ายน้ำหญิงทีมชาติไทย” ที่เคยออกไปคว้ารางวัลในกีฬาเอเชี่ยน เกมส์มาแล้ว ที่วันนี้ ชีวิตพลิกผันหันมาทำหน้าที่ “นักปั้นฝัน” ให้แก่ผู้พิการทางสติปัญญาและสมอง ซึ่งทีมงานคอลัมน์ “วิถีชีวิต” มีเรื่องราวมานำเสนอ…

กับชีวิตของ “รัชนีวรรณ บูลกุล”

****************

รัชนีวรรณ หรือ หนุ่ย ที่วันนี้นั่งแท่นในฐานะ ผู้อำนวยการคณะกรรมการสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จหลาย ๆ เรื่อง หากใครเป็นคอกีฬา เป็นแฟนกีฬาทีมชาติไทย อาจจะพอคุ้น ๆ กับชื่อนี้ เพราะเธอคือ “อดีตนักกีฬาว่ายน้ำหญิงทีมชาติไทย” เจ้าของสถิติ 1 เหรียญทอง 3 เหรียญทองแดง จากกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 8 ปี 2521 ซึ่งครั้งนั้นกรุงเทพฯรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำหญิงไทยคนแรกที่ได้เหรียญทองจากกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ด้วย แม้ในวันนี้เธอจะโบกมืออำลาจากสระแล้ว แต่ก็นำประสบ การณ์ในฐานะนักกีฬามาสร้างประโยชน์ให้กับ “วงการกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาและสมองของไทย” ผ่านทางกิจกรรมที่ทำในนามคณะกรรมการสเปเชียลโอลิมปิคฯ

นับรวมจนถึงวันนี้…ก็กว่า 26 ปีแล้ว

เธอเล่าว่า… มีโอกาสเข้าทำงานตั้งแต่ยุคของ คุณหญิงวิจันทรา บุนนาค ที่เป็นเพื่อนกับคุณพ่อ ซึ่งตอนนั้นคุณหญิงวิจันทราดำรงตำแหน่งเป็นประธานสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย นอกจากนั้นก็ยังทำงานในมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยอีกด้วย โดยตอนนั้นคุณหญิงวิจันทราต้องการคนที่มีความรู้ทางด้านการกีฬาให้เข้ามาช่วยงานในสเปเชียลโอลิมปิคฯ จึงมาทาบทามเธอให้ไปร่วมมอบเหรียญรางวัลให้แก่เด็ก ๆ ผู้พิการทางสติปัญญา โดยในขณะนั้นการแข่งขันกีฬาคนพิการมีเพียงการแข่งขันจากกีฬาประเภทวิ่งเท่านั้น อีกทั้งนักกีฬาผู้พิการก็ยังมีไม่กี่คน

“หลังการแข่งขันสิ้นสุด คุณหญิงก็ถามว่า… มาช่วยกันทำงานได้ไหม ก็ตอบท่านว่า… ได้ค่ะ ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า… คนพิการทางสติปัญญาเขาเล่นกีฬาอะไรกัน เล่นอย่างไร และเล่นได้ด้วยเหรอ แต่ด้วยความที่ได้เคยทำงานกับคนพิการด้านอื่น ๆ มาก่อน ก็คิดว่า… น่าจะทำได้  ซึ่งตอนที่เข้าไปใหม่ ๆ ก็ทำหน้าที่แปลเอกสาร กรอกเอกสารให้นักกีฬา ตอนนั้นคิดว่า… จะมาช่วยเป็นครั้งคราว แต่ทำไปทำมา สุดท้ายก็ทำมาจนถึงวันนี้” …รัชนีวรรณกล่าว

เมื่อตัดสินใจเข้าทำงานเต็มตัว ก็คิดขึ้นมาว่า… ภารกิจนี้มีกิจกรรมหลากหลาย อีกทั้งมีงานด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาก หากคิดจะทำจริงจังก็ควรที่จะต้องศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้น จึงรับอาสาพานักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาไปแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยออกค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งเธอบอกว่า… คุ้มค่า เพราะได้รับข้อมูลกลับมามากมาย และได้ประสบการณ์ รวมถึงได้เรียนรู้ขั้นตอนต่าง ๆ ด้วย เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย จึงวางเป้าหมายที่จะขยายงานนี้ออกไปให้กว้างยิ่งขึ้น โดยตอนนั้นกิจกรรม ของสเปเชียลโอลิมปิคฯ เองก็เริ่มขยาย เพราะมีการส่งนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาไทยจำนวน 24 คนเข้าร่วมแข่งขันรายการ Special Olympics World Summer Games ที่รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ในปี 2538, ปี 2541 ทำการจัดแข่งขันเดิน-วิ่งการกุศล เพื่อหาทุนให้กับทางสเปเชียลโอลิมปิคไทย โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน ซึ่งในปีเดียวกันนี้ก็ได้ทำการส่งนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขันในกีฬาประจำปีของประเทศสิงคโปร์, ปี 2545 ส่งนักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันรายการชื่อ 3rd Special Olympics Nippon Games ที่ประเทศญี่ปุ่น และจัดการคัดเลือกนักกีฬาผู้พิการไทยทั่วประเทศ เพื่อส่งเข้าร่วมแข่งขันในรายการ World Summer Games, ปี 2548 ส่งนักกีฬาเข้าร่วม Special Olympics East Asia and Asia Pacifific Bocce Competition ที่ประเทศบรูไน และที่ประเทศนิวซีแลนด์ ตามลำดับ นอกจากนั้นยังทำการเปิดโครงการนักกีฬาสุขภาพดี (Healthy Athletes Program) และจัดฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกีฬายูนิฟายด์ (Unifified Sports) ตามโครงการ Rebuilding Hope Phuket ขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นครั้งแรก…

“ในแง่การทำงานถือว่า… ประสบความสำเร็จนะ ถ้าเทียบกับจำนวนเจ้าหน้าที่ของเราที่มีอยู่เพียงแค่ 4 คน ที่ต้องส่งนักกีฬาเข้าร่วมงานถึง 40 รายการต่อปี แต่ก็ยังถือว่า… เป็นงานที่หนัก เพราะต้องคอยดูแลนักกีฬากว่า 17,000 คน ซึ่งโชคดีที่มีน้อง ๆ จิตอาสาและอาสาสมัครเข้ามาช่วยด้วย ก็เลยพอจะทำกันไปได้” …รัชนีวรรณ กล่าว

เรียกได้ว่า… ไม่รักงานนี้จริง คงทำเช่นนี้ไม่ได้ เพราะไม่เพียงงานจะมาก แต่ยังยากอีกต่างหาก เนื่องจากผู้พิการทางสติปัญญาเหล่านี้ อุปสรรคใหญ่ ๆ ก็คือปัญหา “การสื่อสาร” เจ้าหน้าที่ที่ทำงานนี้จึงต้องอดทน และต้องใจเย็นมาก ๆ อย่างไรก็ดีเธอเล่าว่า… สิ่งที่ดีใจที่สุด คือ นักกีฬาเหล่านี้จดจำเธอได้ โดยเวลาที่ถูกเชิญไปงานต่าง ๆ ก็จะมีนักกีฬามาทักทาย มากอด หรือพูดคุยด้วยเสมอ ซึ่งสำหรับคนกลุ่มนี้แล้ว หากไม่มั่นใจหรือเชื่อใจก็จะไม่กล้าแสดง ออกแบบนี้กับคนแปลกหน้า

***************

ทั้งนี้ เกี่ยวกับการฝึกซ้อม “นักกีฬาผู้พิการ” กลุ่มนี้ รัชนีวรรณ ระบุว่า… หลักการการฝึกซ้อมไม่แตกต่างจากนักกีฬาทั่วไป คือต้องฝึกหนัก อดทน และต้องขยันซ้อม เพื่อทำให้ร่างกายกับประสาทสัมผัสจดจำการเคลื่อนไหว เมื่อถึงเวลาทำการแข่งขันทุกอย่างก็จะเป็นไปอย่างอัตโนมัติ อีกเรื่องคือ การให้ความรู้เกี่ยวกับกฎกติกามารยาทในการแข่งที่ต้องสอนให้เขาจดจำให้ได้ เมื่อผ่านแล้วทุก ๆ อย่างก็เหมือนกับการเทรนนิ่งนักกีฬาปกติ โดยเธอบอกว่า…“จุดสำคัญคือต้องใจเย็น ๆ และต้องให้โอกาสเขา” …เป็นขั้นตอนฝึกฝนนักกีฬา ที่ไม่เพียงแต่นักกีฬาจะต้องมีใจสู้ แต่ครูฝึก เจ้าหน้าที่ที่ทำงานนี้ ก็ต้องร่วมสู้ด้วย และรวมถึง…

“รัชนีวรรณ บูลกุล” คนนี้.

‘ครูชีวิต’ ดีกรีผู้พิการ

สำหรับแผนการในอนาคต รัชนีวรรณ ระบุว่า…ทุกวันนี้งานในสเปเชียล โอลิมปิคแห่งประเทศไทยได้ปรากฏออกมาอย่างเป็นรูปธรรมมากมาย  ทว่าภารกิจนี้ก็ยังไม่จบ เพราะยังมีงานด้าน

อื่น ๆ ที่ต้องทำอยู่อีกมาก โดยบางงานก็จำเป็นต้องนำมาปรับปรุง หรือศึกษาจุดบกพร่อง เพื่อทำให้งานในครั้งต่อ ๆ ไปดีขึ้น ซึ่งเธอหวังว่า… ทัศนคติที่สังคมมีต่อนักกีฬาผู้พิการทางสติปัญญาเหล่านี้ จะดีขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้รับการส่งเสริม-ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผู้พิการได้รับประโยชน์มากที่สุด

งานหนัก-งานยากแบบนี้ ทีมงานคอลัมน์ “วิถีชีวิต” อดถามไม่ได้ว่า… ไม่เหนื่อย ไม่ท้อเลยหรือ? เรื่องนี้ รัชนีวรรณตอบว่า… ยากก็จริง แต่ไม่มีคำว่า…ท้อ ยิ่งเมื่อได้เห็นความลำบากของนักกีฬาที่ทุกคนต่างพยายามทำให้สำเร็จ คำว่าท้อจึงเกิดขึ้นไม่ได้

“มันเหมือนการเรียนรู้สองด้าน คือขณะที่เราสอนเทคนิคให้เขา เขาก็สอนแง่มุมชีวิตให้เราได้เรียนรู้ด้วย ซึ่งเราได้บทเรียนหลาย ๆ อย่างจากการที่ได้ทำงานร่วมกับพวกเขา ทำให้เรามีบทเรียนชีวิตมากมาย ซึ่งคุ้มค่ามากแล้วกับการที่เราได้เข้ามาทำงานนี้” …เป็นบทเรียนที่มี “ชีวิตผู้พิการ” เป็นผู้สอน.

สุภารัตน์ ยอดศิริวิชัยกุล

สุรางค์รัตน์ เจนการ : รายงาน

พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ : ภาพ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: