ตามรอยมหาบุรุษของโลก ตามรอยพระผู้มีพระภาค

Published มกราคม 5, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอาทิตย์ 30 พฤศจิกายน 2557 เวลา 00:00 น.

ตามรอยมหาบุรุษของโลก ตามรอยพระผู้มีพระภาค ตามรอยมหากุศลแห่งยุคสมัย

เมื่อพระพุทธศาสนาเริ่มเสื่อมถอยลงในอินเดียนั้น สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง คือ สถานที่ประสูติ ณ เมืองลุมพินี (ปัจจุบันอยู่ในเนปาล) สถานที่ตรัสรู้ เมืองพุทธคยา สถานที่แสดงปฐมเทศนา เมืองสารนาถ และ สถานที่เสด็จปรินิพพาน เมืองกุสินารา ของ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ได้ถูกทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ จนทรุดโทรมน่าตกใจยิ่ง เซอร์เอ็ดวินด์ อาโนลด์ ผู้เขียน THE LIGHT OF ASIA พุทธประวัติภาษาอังกฤษ ชื่อก้อง ถึงขนาดเขียนว่า “ชาวพุทธทั่วโลกได้ลืมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นศูนย์กลางยิ่งใหญ่แห่งศรัทธาของตนที่มีความสำคัญเช่นเดียวกับนครเมกกะและเยรูซาเล็มไปแล้ว” ทำให้ชาวพุทธตื่นจากหลับ

จวบจนครบ 2,500 ปี หรือปีพุทธชยันตี เยาหราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีอินเดียขณะนั้น ประกาศก้องกลางสภาฯว่า เมื่อ “มหาบุรุษของโลก” พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงถือกำเนิดขึ้นในดินแดนชมภูทวีปแห่งนี้ ก็ขอให้ทุกคนยกย่องและให้เกียรติแด่มหาบุรุษของโลกพระองค์นี้ รัฐบาลอินเดียได้เริ่มแผนงานที่จะบูรณะและเชิญชวนชาติต่าง ๆ ที่นับถือศาสนาพุทธเข้ามามีส่วนร่วมและสร้างวัด ไทยเป็นชาติแรกที่สร้างวัด ณ พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ ญี่ปุ่น เมียนมาร์ เกาหลี จีน ศรีลังกา ทิเบต ฯลฯ ทยอยตามมา โดยรัฐบาลอินเดียมีส่วนสำคัญในการบูรณะพุทธคยาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสังเวชนียสถานอื่น ๆ แต่ต้องเข้าใจว่า ศาสนาสำคัญสุดของอินเดียคือ ฮินดู ขณะที่ชาวพุทธนั้นเป็นคนส่วนน้อย การบูรณะจึงเป็นไปอย่างเชื่องช้า

สำหรับไทยนั้น แม้ประชากรกว่า 90% จะนับถือพุทธศาสนาเป็นหลักชัย แต่ด้วยกิตติศัพท์ความยากลำบากในการเดินทาง ห้องน้ำห้องท่าที่ไม่สะอาด สถานที่ปฏิบัติธรรมที่ไม่พร้อม และอื่น ๆ ฯลฯ บั่นทอนคนไทยและชาวพุทธอื่น ๆ ให้ถอดใจไม่น้อย แม้จะมีทัวร์จัดทริปขึ้นมา ก็ยังไม่แพร่หลายนัก การทำให้ชาวพุทธได้รับความสะดวกในการไปปฏิบัติธรรม เพื่อต่อยอดสิ่งดีงามอื่น ๆ จึงเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่ ในที่นี้จะขอกล่าวถึง ลุมพินีสถาน เพียงแห่งเดียว เนื่องจากคนไทยได้เข้าไปบูรณะครั้งใหญ่ ส่วนสังเวชนียสถานอื่น ๆ นั้น ท่านผู้สนใจก็สามารถหาอ่านได้จากหนังสือที่เขียนถึงพุทธสถานเหล่านี้ ที่มีอยู่ไม่น้อยในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้น สะพานบุญ

“เรามัวแต่บ้างาน ยิ่งยาก ยิ่งชอบ ใครมา 1 เราจัดให้ 10 กลับบ้านดึก ๆ ได้แต่หอมแก้มพ่อแม่ พอคุณแม่เสีย รู้สึกผิด เสียใจมากมาย ไม่ได้ดูแลท่านเลย เพื่อนพาเข้าวัด สามีหาครูมาสอนวาดรูป เราวาดทั้งวันทั้งคืน 6 เดือน ตอนนั้นปฏิวัติ 19 กันยาฯ พอดี ตกงาน ได้ปฏิบัติธรรม ทำให้จิตนิ่งขึ้น จนได้ไปลุมพินีสถาน ตอนไปฝนตกหนักมาก เป็นหน้าฝน ลงจากรถต้องถอดรองเท้าเดินฝ่าโคลน ลื่นมาก โอ้…ทำไมลำบากยากเย็นอย่างนี้ จะกราบพระพุทธเจ้าซักครั้ง เห็นเด็กหนุ่มให้แม่ขี่หลังเดินมา เพราะแม่ย่ำโคลนไม่ไหว” คุณหญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการโครงการปรับปรุงสถานที่ประสูติฯ เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจครั้งนั้น

“เมื่อเข้าสู่มหาวิหารมายาเทวี ท่านมหาสุพจน์ นำนั่งสมาธิที่เสาหินอโศก มีลานให้นั่งกราบไหว้น้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นดินเฉอะแฉะ ขณะกำลังนั่งสมาธิหลับตา ได้ยินเสียงภิกษุณีสวดมนต์ไพเราะเหลือเกิน พอลืมตา มีเปลวเทียนนับร้อยเล่มสว่างไสวรอบ ๆ เสาหิน จะไปปักธูป ก็ต้องปักกับกระถางที่แตกไปแล้วครึ่งหนึ่ง ทำไมสถานที่ประสูติมีสภาพอย่างนี้” นั่นทำให้เธอเข้าไปกราบท่าน เจ้าคุณเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์ วีระยุทธโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล เพื่อปรึกษา อยากมีโอกาสบูรณะสถานที่ประสูติถวายเป็นพุทธบูชา คำตอบจากท่านเจ้าคุณคือ มีหลายชาติมาขอ แต่ไม่เคยได้รับอนุญาตเลย

“ตอนนั้นขอให้ท่านเจ้าคุณเทพพาไปตั้งจิตอธิษฐานที่วิหารมายาเทวี หากลูกมีบุญขอได้เป็นสะพานบุญสร้างทางให้คนทั่วโลกได้มากราบพระพุทธเจ้า และจะขอสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วย ตอนแรกตั้งใจจะทำกลุ่มเล็ก ๆ แต่เมื่อไปกราบ สมเด็จฯ เกี่ยว (สมเด็จพระพุฒาจารย์) วัดสระเกศ ท่านบอก นี่เป็นบุญใหญ่ อย่าทำคนเดียวเลยโยม ขอให้ยอมเหนื่อย ให้คนไทยมีโอกาสร่วมบุญมาก ๆ ก็เป็นที่มาของการระดมทุนผ่านโครงการบูชาแผ่นทองที่ร้าน 7-11 และการสร้างเหรียญ พระพุทธเจ้าน้อย อย่างที่ทราบ ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล (ประธานที่ปรึกษาฝ่ายฆราวาส) คุณสมัย ลี้สกุล (ประธานฝ่ายควบคุมการก่อสร้าง) และอีกหลายท่าน รวมทั้งคนไทยและเอกชนต่าง ๆ ที่ได้ร่วมทำบุญกว่า 30 ล้าน” คุณหญิงกล่าวและว่า ถือเป็นงบฯครึ่งหนึ่งของทั้งหมด 60 ล้าน ที่ใช้เพื่อบูรณะสถานที่ประสูติ

ปัจจุบัน ลุมพินีสถาน อยู่ในประเทศเนปาล ติดชายแดนอินเดียทางเหนือเมืองโคราฑปุระ ห่างจากสิทธารถนคร (หรือนครเทวทหะ) ไปทางตะวันตก 22 กม. และห่างจากเมืองติเลาราโกต (นครกบิลพัสดุ์) ไปทางตะวันออก 22 กม. มีเนื้อที่ 2,000 ไร่ สภาพเป็นชนบท แต่ก็มีวัดพุทธหลายวัด รวมทั้งวัดไทยลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่แสวงบุญจากชาวพุทธทั่วโลกด้วย

ด้วยความมุ่งมั่น ด้วยบุญนำพา ที่สุด 11 ม.ค. 2554 คณะกรรมการมรดกโลก แห่งยูเนสโก และคณะกรรมการกองทุนพัฒนาลุมพินีสถาน ก็ได้อนุญาตให้คนไทยได้ทำงานใหญ่ อันถือเป็นการบูรณะ ครั้งที่ 3 นับแต่พระพุทธเจ้าได้เสด็จปรินิพพานจากโลกนี้ไป นั่นคือ…

ครั้งแรก สมัยพุทธกาล ครั้ง พระเจ้าอโศกมหาราช อัครศาสนูปถัมภกผู้ยิ่งใหญ่ ได้สร้าง วิหารมายาเทวี และ เสาหินอโศก หลักศิลาจารึกรอยเท้า (Marker Stone) ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นรอยเท้าก้าวที่ 7 ของ เจ้าชายสิทธัตถะ และภาพหินแกะสลัก พระนางสิริมหามายา เอามือเหนี่ยวกิ่งสาละเพื่อให้กำเนิดเจ้าชายสิทธัตถะ ทั้งหมดยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

ครั้งที่ 2 เมื่อเลขาธิการยูเอ็น อู ถั่น ชาวเมียนมาร์ผู้แนบแน่นในพุทธศาสนา เดินทางเยือนลุมพินีสถาน ท่านถึงกับทรุดกายร้องไห้ เอามือปิดหน้า นี่หรือสถานที่ประสูติ ท่านได้เข้าหารือกับ เยาหราล เนห์รู เพื่อบูรณะครั้งที่ 2 แต่ก็ห่างจากครั้งแรกนับพันปี

ครั้งที่ 3 การร่วมอภิมหาบุญของคนไทย นับแต่ได้รับอนุญาตปี 2554 กระทั่งเสาร์ที่ 8 พ.ย. 2557 การบูรณะได้เสร็จสิ้นลง ท่านเจ้าคุณเทพโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ทูตไทยในเนปาล ขันธ์ทอง อุนากูล คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมคนไทยและพระสงฆ์หลายชาติ ได้ร่วมทำพิธีเปิดอาคาร ศูนย์ปฏิบัติธรรม จาก “พลังศรัทธาไทย” ขนาด1,500 ตร.ม. ประกอบด้วยห้องรับรอง ห้องปฐมพยาบาล ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะการเข้าไปเยือน “วิหารมายาเทวี” คิวยาวมาก การดูในเวลาสั้น ๆ อาจไม่ทันสังเกตจุดที่เป็นหัวใจ ทำให้พลาดวินาทีสำคัญอย่างน่าเสียดาย ห้องนิทรรศการนี้จึงมีคุณค่ายิ่ง

นอกจากนั้น คือห้องน้ำชายและหญิง 40 ห้อง สร้างอย่างทันสมัย สะอาด รวมทั้งห้องน้ำผู้พิการด้วย ถือเป็นการเอาใจใส่และคำนึงถึงอารยะสถาปัตย์ที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวมาก

ส่วนที่ดำเนินการเสร็จก่อนหน้านั้น คือ การบูรณะ เสาหินอโศก การสร้างลานสวดมนต์และปฏิบัติธรรม 10 ลาน การทำทางเดินโดยรอบวิหารมายาเทวี การปรับปรุงภูมิทัศน์ด้วยสวนดอกไม้ และการสร้างถนนเข้าสู่บริเวณวิหารมายาเทวี

เหนืออื่นใด คือ การนำรูปปั้นสัมฤทธิ์ องค์ พระพุทธเจ้าน้อย (Baby Buddha) ขนาด 3.55 เมตร ไปประดิษฐาน ณ บริเวณลานปฏิบัติธรรมอันสวยงามบริเวณทางเข้าวิหารมายาเทวี ยามค่ำคืนที่ผู้ปฏิบัติธรรมนั่งสวดมนต์ด้วยจิตอันสงบ เสียงสวดมนต์ดังกังวานจับใจ เทียนแห่งธรรมสว่างไสวท่ามกลางแสงจันทร์ส่องเหนือองค์พระพุทธเจ้าน้อย งดงาม สุดบรรยายยามนั้นมีแต่ความดื่มด่ำในหัวใจที่ชาติหนึ่งมีบุญได้มาอยู่ ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ในอาคารปฏิบัติธรรม ยังมีรูปปั้น พระราหุล พระโอรสพระพุทธเจ้า ที่หมอศิริราชได้สร้างถวายด้วยความศรัทธา ท่านสามเณรองค์แรกของโลก ประดิษฐาน ณ ทางเข้าอาคาร เพื่อแสดงว่า เจ้าชายน้อยพระองค์นั้น ทรงเป็นผู้ใฝ่เรียนอย่างยิ่ง จนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

การบูรณะลุมพินีสถานเสร็จสิ้นแล้ว แต่งานบุญด้านอื่นยังจะมีต่อ คณะกรรมการลุมพินีสถานได้ขอให้ มูลนิธิไทยพึ่งไทย บูรณะตัว วิหารมายาเทวี ต่อ ซึ่งบัดนี้ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา มีน้ำรั่วซึม จนอาจทำให้วัตถุโบราณภายในเสียหาย ทั้งนี้คาดว่าการบูรณะวิหารมายาเทวีจะเสร็จสิ้นกลางปี 2558 และพุทธศาสนิกชนชาวไทยคงจะได้มีการร่วมทำบุญถวายเป็นพุทธบูชาอีกครั้ง

ล่าสุด การประชุมพุทธศาสนาโลกที่เนปาล รัฐบาลเนปาลได้กล่าวต่อหน้าคณะทูตานุทูต ตัวแทนจากยูเนสโก และผู้แทนจากชาติต่าง ๆ ว่า รู้สึกชื่นชมคนไทย ที่ได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อบูรณะลุมพินีสถานอันเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า หลังจากที่แทบไม่มีการทำอะไรมายาวนาน ทำให้เกิดการตื่นตัวในหมู่ชาวพุทธมาก บุญครั้งนี้จึงเป็น…

มหากุศลอันยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัยของคนไทย……ที่ต้องจารึกไว้.

ชุติมา บูรณรัชดา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: