Star Retro : ‘ต่อ’ ดร.สหภาพ วีระฆามินทร์ ชีวิตบนโลกใบเดิมกับเส้นทางเดินใหม่

Published ธันวาคม 29, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/137280

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2557, 06.00 น.
 

‘ต่อ’ ดร.สหภาพ วีระฆามินทร์

ชีวิตบนโลกใบเดิม กับเส้นทางเดินใหม่

ที่เคยเกือบตาย!! จากโรคภูมิแพ้ตัวเอง

“ชีวิตต่ออาจจะไม่ใช่แบบอย่างที่ดีสำหรับคนอื่นมากเท่าไหร่ ต่อเองเป็นคนที่เริ่มต้นไม่ได้สวยหรู หรือเรียนหนังสือจ๋ามาเลยตั้งแต่ต้น ต่ออยากบอกว่า…ทุกคนมีโอกาสหมด ถ้าคุณพยายาม คุณตั้งใจ คุณทำได้ มันอยู่ที่เราจะบริหารจัดการชีวิตเรายังไงสุดยอดของคนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เป็นคนคิดมาก แก้ปัญหาเก่ง แต่เป็นคนที่ยกได้ วางได้”

นับเป็นบทสนทนาที่สร้างกำลังใจได้ไม่น้อยค่ะ สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดครั้งนี้ของ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” กับอดีตนักร้องดูโอชื่อดัง “ต่อ” ดร.สหภาพ วีระฆามินทร์ หรือ ต่อ วงทู ซึ่งตอนนี้เขาได้ผันตัวเองไปเอาดีด้านงานสอนหนังสือ พร้อมกับเดินหน้าลุยธุรกิจควบคู่ไปด้วย

ช่วงชีวิตที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

ช่วงก่อนโน้นปีที่แล้ว (2556) ทั้งปี ต่อป่วยครับ เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง เกือบตาย!! เป็นตั้งแต่พฤศจิกายน ปี 2556 เพิ่งมาหายพฤศจิกายนปีนี้ 2557 คือช่วงแรกหาไม่เจอ ช่วงที่ไม่สบายนานๆ ต้องไปหาหมอทุกวัน ฉีดยาทุกวัน วันละเข็ม ผมร่วง ผอมลง 20 กิโลกรัม กินอะไรไม่ได้ กินแต่ข้าวต้ม ใช้ชีวิตเห็นโลกเลย คิดว่าฉันต้องตายแน่ๆ เตรียมเขียนพินัยกรรมละ(หัวเราะ) เพราะตอนแรกไม่รู้ว่าเป็นโรคนี้ เราก็กลัว เพราะร่างกายเราแข็งแรงดี ไม่กินเหล้า กินอาหารดีๆ ชีวิตดี ปรากฏว่าร่างกายที่ดีทำร้ายตัวเอง เหมือนที่พุ่มพวงเป็น ตอนนี้ยังไม่หายนะครับ แต่ดีขึ้น โรคนี้มันจะอยู่กับเราตลอดไปต้องกินยาตลอด กินยาลดภูมิต้านทานเหมือนกับคนที่ผ่าตัดเปลี่ยนไต ก็กินยาเพื่อกดภูมิต้านทาน ไปเช็คร่างกายทุกเดือน ตรวจเลือดทุกเดือนครับ

งานในวงการเพลง

คิดถึงนะแต่ในความเป็นจริงมีหลายส่วนที่เราทำได้ยาก กระแสโลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ในวงการดนตรีวงการเพลงจริงๆ ปัจจุบันก็อยู่กันยาก ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าธุรกิจนี้ ไปได้ด้วยตัวเองค่อนข้างลำบาก อย่างต๋อง (สุรพันธ์ จำลองกุล-สมาชิกวงทู) ตอนนี้ก็ทำงานอยู่เบื้องหลังของแกรมมี่ เครียดทุกวัน ปรึกษากันทุกวัน

จะได้เห็น “วงทู” จับไมค์ร้องเพลงอีกไหม

วงทู มีความพิเศษอย่างหนึ่ง คือเราไม่ทะเลาะกัน เราไม่ได้มีปัญหาใดๆ เลย ทุกคนก้าวไปทำในสายอาชีพที่ตัวเองชอบ ต๋องเขาทำเพลงมาทั้งชีวิตอยู่แล้ว ทุกวันนี้เขาก็เติบโตในเส้นทางของเขาที่แกรมมี่ ต่อเองก็ก้าวมาทางการเป็นอาจารย์ ทำงานธุรกิจ ดังนั้นถามว่าจะมีงานเพลงให้ฟังไหมในอนาคตก็ตอบว่าคงมีครับ มีแน่ๆ แต่เราคงไม่ได้ออกเป็นอัลบั้ม เป็นซิงเกิ้ลนิดหน่อย ถ้าจะทำจริงๆ ก็คงจะเป็นช่วงหนึ่งเลย หรืออาจจะเดินทางเล่นคอนเสิร์ต 10 จังหวัดจบ กลับไปทำงานอย่างเดิม เล่นแค่สนุกๆ แล้วตอนนี้สถานการณ์ของแต่ละคนยังไม่นิ่ง เราจะทำกันก็ต่อเมื่อต๋องและต่อเองโอเคกับงานหลัก อยากจะฝากไว้ว่าถ้ามีโอกาสก็คงได้เจอกัน แต่ถ้ายังคงคิดถึงหรืออยากรำลึกความสุขวันวานเก่าๆ ลองเปิดดู แฟนเพจ Two FanClubเพจแนวโลกสวยเข้าไปดูเล่นๆ ถ้าคุณเป็นคนในอดีตคุณจะเห็นภาพเหล่านั้น

ถ้าจะมอบเพลงให้แฟนๆ ที่คิดถึงวงทู เพลงนั้นคือ

เพลงที่ต่อชอบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากจังหวะของมันแตกต่างจากทุกๆ เพลงที่เรามีมาทั้งอัลบั้ม คือเพลง “คนใกล้ตัว”
เมโลดี้ก็แปลก แนวการร้องก็ไม่เหมือนเพลงอื่น มันมีความทรงจำในเพลงนี้ครับ ตอนนั้นต่อร้องหลังจากออกจากโรงพยาบาล

งานด้านการแสดง

ส่วนหนึ่งเรามีงานเยอะอยู่แล้ว และปัจจุบันเราก็ไม่ได้เป็นตัวเมนระดับต้นๆ บางครั้งการให้คิวคนอื่นก็ลำบาก งานเราก็ไม่รู้ประชุมเลทช้าไหม จะยังไง เอางานหนึ่งไปกดดันงานหนึ่ง เราอยู่ในภาวะกดดัน เราไม่ชอบ ก็เลยพักละคร แต่ถ้ามีติดต่อเข้ามา ต้องดูบทก่อนครับว่าน่าสนใจไหม เป็นความท้าทายใหม่ๆ แล้วบวกกับช่วงเวลาว่างก็อยากเล่นครับ แต่จริงๆ ในใจเราทำมาเกือบทุกอย่างแล้วในวงการ เหลืออย่างเดียวตอนนี้อยากเป็นพิธีกร เป็นแนวฮาร์ดทอล์กนิดหน่อยพูดหนักๆ อย่างเรื่องที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะตัว การเมือง หรือว่าธุรกิจ อยากจะลองทำดูครับ แต่ตอนนี้ก็ดีนะได้ขยับไปทำอย่างอื่นอีกละ ได้เข้าไปเป็นอนุกรรมการ สปช. สภาปฏิรูปสื่อ ทำตรงนี้ก็สนุกดีได้เห็นโลกอีกแบบหนึ่

ตอนนี้มีความสุขที่สุดในชีวิต

ยังครับ..ถ้าพูดจริงๆ มันคือการเริ่มต้นใหม่ เปลี่ยนจากโลกที่เราอยู่ในวงการบันเทิง มาสู่อีกโลกหนึ่ง ตอนที่เลิกเล่นคอนเสิร์ตหยุดพักเนี่ยตอนนั้นไม่ได้ดาวน์ลงนะ มีงานเยอะมาก เสียละครดีๆ ไปหลายเรื่องมากแต่เรามองอนาคตระยะไกลมากกว่า พื้นฐานความมั่นคงในวงการบันเทิง ความสุขในวงการบันเทิงได้รับมาแล้วเต็มๆ แต่วันนี้เราย้ายสายมาอีกสายหนึ่ง ซึ่งก็เริ่มต้นใหม่ ถามว่าสุขไหม ก็ตามอัตภาพ มีเป้าหมายให้วิ่งไล่ ความสุขอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงที่ว่า เรามีเป้าหมายให้วิ่งไล่ ชีวิตมันดูไม่น่าเบื่อ

งาน Consult (คันซัลท์) สนุกตรงที่ว่า จบงานหนึ่งไปเริ่มสินค้าอีกตัวหนึ่ง มันก็มีความสุขในแบบหนึ่ง แต่ถ้าสุขที่สุดในอนาคต คือมีบริษัทเป็นของตัวเอง เอาความรู้ทั้งหมดมาเบรนแล้วก็ทำบริษัทตัวเอง บริหารเอง วางแผนแพลนไว้ว่าอีกสัก 5 ปีข้างหน้าครับ (ยิ้ม) ตอนนี้ทำสองเรื่องก็คือเป็น Consultไปเรื่อยๆ จนมีความสามารถสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้ อันที่สองคือสอนหนังสือจนเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ (ผศ.ดร.)

สนุกที่จะวิ่งบนเส้นทางที่เลือก

ต่อยังคงสนุกกับการทำหลายๆ เรื่อง เป็นอาจารย์ เป็นที่ปรึกษา จับหลายอย่างมันใหม่หมดเลย ครึ่งชีวิตอยู่ในวงการบันเทิง
เห็นมาเยอะ เรารู้ว่าการอยู่วงการบันเทิงเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งที่มันต้องไป จากนั้นเราใช้เวลาส่วนหนึ่งพยายามทำให้สั้นที่สุดกับการเรียนปริญญาโท 2 ปี ปริญญาเอก 5 ปี เอาเวลาทั้งหมดสะสมความรู้หลังจากนั้นเอาความรู้ทั้งหมดย้ายสายจากสายดารามาเป็นสายการศึกษา ธุรกิจ ซึ่งใหม่สำหรับเรา การต่อสู้บนเส้นทางที่แปลกใหม่มันก็สนุกดี ถามว่าช่วงเวลาที่อยู่วงการบันเทิง 20 กว่าปีตอนไหนสนุกสุด คำตอบคือ ตอนขาวิ่งขึ้นมันสนุกตื่นเต้นพอวันหนึ่งถึงจุดที่พีคจริงๆ มันก็ไม่เท่าไหร่คราวนี้เปลี่ยนสายเราก็ได้วิ่งอีกมันก็เฮ้ย สนุก เราจะเจอคนแบบไหน ปัญหายังไง เราจะไปสุดที่ไหน เราจะไปถึงหรือเปล่า

บทบาทของการเป็นอาจารย์

เริ่มสอนมาตั้งแต่เรียนป. โท แล้วครับสอนด้านดนตรีเป็นสายการผลิต พอขยับขึ้นมาตอนจบป.เอก ก็สอน ป. โท ป.เอก สอนในเรื่องของโครงสร้างทฤษฎี ตรงนี้คือประเด็นสำคัญ เพราะเราต้องศึกษาหาข้อมูลเยอะๆ ก่อนที่จะไปสอน ต้องทำสคริปต์ ต้องรู้ว่าเราจะพูดเรื่องอะไร ค่อนข้างยาก และเหนื่อยนะ แต่สนุกที่ทุกวันต้องเตรียมแผนการสอนพรุ่งนี้จะพูดอะไร

ตอนนี้เป็นวิทยากรหลายที่ครับ สอนการผลิต สอนเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) ต่างๆ ใครเชิญก็ไป แล้วก็สอนเรื่องการสร้างแบรนด์บ้าง ผู้ประกอบการเชิญก็ไป เราก็จะไปพูดหนึ่งวันทำเวิร์กช็อปด้วย แล้วก็เทรนนิ่ง แต่ว่าหลักๆ ชื่อต่อจะป็นอาจารย์ประจำอยู่ในหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีปทุม ชลบุรี สอนเสาร์-อาทิตย์ครับ

ลู่วิ่งเส้นธุรกิจที่เลือกทำ

จับผลัดจับผลูมากกว่าครับ (หัวเราะ) จริงๆ พอเรียนมาแล้วงานตรงนี้มันก็ไหลๆ ไปครับ ปัจจุบันมีคนปรึกษาเรื่องธุรกิจเยอะมาก เราอยู่บนข้อมูลเยอะ ล่าสุดเพื่อนนำเข้าแป้งทำอาหารมาจากต่างประเทศ ก็เอามาปรึกษาเราทุกคนก็จะโทร.มา เฮ้ยทำอันนั้นดีไหม อันนี้ดีรึเปล่า ทุกๆ ข้อมูลที่รีเสิร์ชมาก็เป็นเงินหมดแหละ แล้วปัจจุบันเด็กเจนเนอเรชั่นใหม่เริ่มมองโลกในเรื่องธุรกิจต่างจากเดิม หลายคนรู้จักที่จะใช้ Consult ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาให้คำปรึกษาเพื่อประหยัดงบในการดำเนินธุรกิจนั้นๆ ด้วย เราก็มีหน้าที่เป็น Consult เป็นที่ปรึกษาเรื่องงานให้กับเขา

นวัตกรรมใหม่ๆ สอนให้ได้เรียนรู้

แน่นอนโลกเปลี่ยน คนจะเปลี่ยน จงอย่ายึดติดกับสิ่งใดเด็ดขาดในโลกนี้มีคำพูดของนักการจัดการคนหนึ่ง แจ๊คเบลล์ บอกว่า ความเปลี่ยนแปลงคือ นิรันดร์ คุณจะต้องอยู่บนความเปลี่ยนแปลงให้ได้ ถ้าคุณไม่สามารถอยู่บนความเปลี่ยนแปลง คุณก็ไม่สามารถอยู่ในโลกนี้ได้ เพราะว่าทุกอย่างมันจะเปลี่ยน

เตรียมตัวกับการเปลี่ยนแปลง

ต่อว่าต่อคิดตั้งแต่เด็กนะ ถ้าต่อไม่คิด ต่อก็คงเล่นละครต่อไป ลั้นลากับชีวิตไปเรื่อยๆ เรามองว่าโลกก็เปลี่ยนแปลงนะ อย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงมี 2 อย่างคือ ปล่อยให้เปลี่ยน กับ ตั้งรับการเปลี่ยนแปลง รู้ว่ามันจะต้องเปลี่ยนตั้งรับยังไง ดังนั้นอยู่ที่คนว่าจะคิดได้เร็วหรือช้า ภาษาธุรกิจเขาเรียกว่า Vision คนมี Vision ที่ไกลกว่าก็จะประสบความสำเร็จกว่า

ยามท้อใจ

ต่อว่าส่วนหนึ่งคือ เราเป็นคนสนุกมองโลกในแง่ดี ช่วงที่ไปบวชมาประมาณ4 เดือน ได้ศึกษาพระธรรมะเยอะ ชีวิตเริ่มมองโลกเปลี่ยนไป เมื่อก่อนท้อแท้ในชีวิตก็แค่เดี๋ยวไปเที่ยวทำนู่นนั่นนี่หายล่ะ พอบวชเราได้รู้ที่มาที่ไปของตัวเองแล้วจุดสิ้นสุดของตัวเองมีแค่ไหน ยังไงคนเรา เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เรามาทำระหว่างช่วงเวลานั้นให้ดี ดีกว่า จงทำช่วงเวลานี้ให้ดีที่สุด ถามว่าตรงนี้มาจากไหน ก็คงมาจากเรื่องหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนานี่แหละ เมื่อก่อนเป็นคนไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ ไม่สนใจ ตอนหลังๆ พอเรียนหนังสือมากๆ ดันไปอ่านพวกหลักการทางการจัดการมากๆ เข้า ทฤษฎีดันไปทับกัน ต่อก็เอ๊ะมันทับกันยังไง เลยไปอ่านพระพุทธศาสนาทำให้รู้สึกว่าเฮ้ยค่อนข้างจะมุ่งในเรื่องปรัชญาพุทธมากๆ ตอนแรกก็กะจะไปเรียนปริญญาเอกปรัชญาพุทธเหมือนกัน และยังคิดอยู่เลยว่าในอนาคตก็อาจจะได้บวชอีกครั้ง

ชีวิตครอบครัว

ตอนนี้โสดครับ (หัวเราะ) เรื่องครอบครัวยังไม่ได้คิดเลย อาจจะเป็นเพราะเราช้า เราสายไปกับเรื่องนี้ ตลอดระยะเวลาเราใช้ไปกับวงการบันเทิงส่วนหนึ่ง แล้วตอนนี้เราก็เปลี่ยนมาเริ่มต้นใหม่ในอีกงาน ทุกอย่างดูเร่งไปหมด เลยไม่มีเวลาตรงนั้น ถามว่ามีไหมก็มี แต่ในที่สุดก็เลิกกันไป เขาไม่เข้าใจสิ่งนี้ คือยังไงดีมันอธิบายยากนะ ความรักเป็นเรื่องดี เป็นส่วนหนึ่งซึ่งเป็นกำลังใจ เป็นสิ่งที่สวยงามสำหรับเราเสมอ ต่อเชื่อว่าเมื่อก่อนต่อก็เจ้าชู้เฮฮา แต่เราจะพบว่า…คุณรู้ไหมว่าความที่เป็นผู้ชายกะล่อนคุณอาจจะใช้ดอกไม้สิบดอกในวันวาเลนไทน์แจกผู้หญิงสิบคนที่เป็นกิ๊กๆ ของคุณ แต่มันแค่ดอกเดียวและช่อเดียวเท่านั้นที่มีความหมาย ต่อเชื่อว่าผู้ชายทุกคนจัดอันดับได้

ข้อคิดประจำใจ

บางคนบอกว่าวันนี้เรา Success แล้วล่ะเราประสบความสำเร็จในระดับสูง คือในวงการบันเทิงเราก็ดี จบดอกเตอร์ด้วย มันเป็นความสำเร็จซึ่งหลายคนมองว่าอยากจะใช้เป็นโมเดล แต่ต่ออยากบอกว่า ต่อไม่ใช่คนที่ชีวิตดีมาก เมื่อก่อนต่อก็กินเหล้า เที่ยวกลางคืน ที่เลวทรามทำทุกอย่างมาหมดแล้ว แต่ว่าสามารถกลับมาดีได้ คือทุกคนมีสิทธิ์ที่จะกลับมาดีได้ทุกคนมีพลังในการทำแบบนี้อยากให้กำลังใจทุกคน อย่าโทษตัวเองอย่าดูถูกตัวเอง ผมเชื่อในพลังของทุกๆ คนว่าสามารถทำได้ จงเชื่อว่าทุกสิ่งไม่มีทางได้มาโดยง่าย

จงใช้พลังอันแรงกล้าในตัวเราสร้างความหวังปลุกความฝันให้เป็นความจริงแม้จะต้องเจอกับอุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน อย่ากลัวที่จะฝันเพราะคุณทำมันได้ถ้าตั้งใจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: