สมาธิชาวบ้าน

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/tabloid/021114/98391

สาระน่ารู้
Sunday, 2 November, 2014 – 00:00
.
การเข้าถึงธรรมะนิพพานอย่างแท้จริง 2
การฝึกสมาธิมีหลายวิธี และถกเถียงกันว่าใครแบบไหนดีกว่า แท้จริงแล้วเป็นวิธีการไปถึงสมาธิเท่ากัน แต่ละวิธีเป็นการให้ จิตมีอุบายออกจากความคิดที่ครอบงำ ใครชำนาญแบบไหนก็ไปฝึกไปตามวิธีนั้นๆ ในที่สุดเมื่อเข้าถึงสมาธิได้บ่อยๆ ย่อมไม่จำเป็นต้องใช้อุบายกรรมฐานใดๆ
มีคำถามเกี่ยวกับสมถะกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน ความจริงแล้วแยกไม่ได้หรอก เพราะเมื่อจิตมันสงบลงจะเข้าสู่ไปวิปัสสนาได้เอง จิตที่ยังไม่เข้าสู่ความเดิมแท้ เรียกว่ายังไม่เกิดวิปัสสนา เมื่อจิตนิ่งลงไปจะรู้ธรรมเห็นธรรม บางคนเพ่งในศีลมาก กายบริสุทธิ์ จิตบริสุทธิ์มาก สามารถเข้าถึงธรรมะได้ละเอียดมาก ถ้าเราไม่มีศีลกำหนดในการทำดี มักทำอะไรไปตามกิเลส ถ้ารักษาศีลได้สม่ำเสมอเท่าไหร่ ไม่ล่วงละเมิดแม้แต่สิ่งเล็กน้อย จิตจะรับธรรมะได้ละเอียดมากขึ้น ทำให้รู้ธรรม เห็นธรรม ซึ่งทำได้ไม่ยาก
สมาธิที่มีปัญญาจิตไม่ต้องเถียงกันเรื่องวิธีการทำสมาธิ ว่าวิธีไหนวิเศษหรือดีกว่า เมื่อเข้าใจวิธีเข้าสู่สมาธิ เราจะได้เรียนรู้อย่างอื่นต่อ ต้องฝึกฝนให้จิตหยุดคิด ฝึกให้คิดน้อยลงจนกระทั่งหยุดเหมือนเหยียบเบรก เหยียบสนิท มันว่างตอนที่ความคิดมันหยุดสนิท ความคิดไม่ได้หายไป แต่ความคิดมันไม่เคลื่อนไหว
ขณะที่ความคิดหยุดมันจิตจะว่างทันที ว่างจากความคิด เพราะความคิดมันไม่ไหลต่อ เห็นจิตตัวเองคราวนี้ จิตมีปีติ มีความสุข มีความสว่าง มีอะไรต่างๆ อาการที่มันเกิดกับจิตดวงนี้ว่าอะไรที่ทำให้มันรู้จิตว่าง จิตดีใจ เสียใจ เป็นขั้นที่ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง คือสิ่งที่เราต้องเข้าไปถึงตอนที่จิตเบาลอย ในที่สุดเมื่อเจอแล้ว เข้าใจว่าคือ ตัวรู้ว่าคืออะไร ให้รู้ว่าจิตที่เราพูดๆ ถึงนั้นเป็นแค่อาการของจิต จะเบา จะลอย เห็นภาพนิมิต จะดีใจ เสียใจ มันเป็นอย่างนี้ เมื่อรู้ก็จัดการอาการรู้นั้นเสีย อย่าให้มันคงอยู่ ถ้าสลายได้เมื่อไหร่ก็เข้าสู่นิพพานทันที
พระนิพพานสามารถเข้าถึงได้ โดยค่อยๆ ทำลายความเป็นเจ้าของสิ่งต่างๆ ดูหรือถอดความเป็นเจ้าของให้หมดไป ซึ่งมีวิธีการเข้าสู่พระนิพพานปฏิบัติได้หลายทางให้จิตภายในปล่อยว่างได้ ปล่อยวางเจ้าของไปได้ ไม่มีความเป็นเจ้าของจิต ปล่อยให้มันเป็นกลาง ไม่มีเจ้าของ ครั้งหนึ่งเคยมันก็เป็นอย่างนี้ เราไปยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นของของเรา มันก็เลยเป็นจิตของเรา วิญญาณของเรา สะสมกรรมดี-กรรมชั่วต่างๆ ก็จิตของเรา ขนาดเราปฏิบัติจริง รู้แจ้งเห็นจริงอะไรสารพัดไปหมด ไปถึงไหนๆ เข้าใจธรรมะสารพัดอย่าง แต่เราก็ยังยึดว่ามีจิตของเรา วิญญาณของเรา ทำไปก็มีจิตของเราอยู่ พอเข้าใจธรรมไปถึงตอนสำคัญที่จะปล่อยความเป็นเจ้าของ ดวงจิตวิญญาณยังปล่อยไม่ได้ มันก็เลยเป็นจิตของเรา
ปัญญาพระนิพพานเท่านั้นถึงจะปล่อยได้ พอปล่อยไปแล้วมันไม่ใช่จิตของเราอีกแล้ว เราก็จะไม่มีจิตของเรา จิตที่เราเคยหลงไปยึดมั่นถือมั่น คาดว่าเป็นจิตของเรา วิญญาณของเราหมดไป ซึ่งต้องเป็นปัญญาขั้นพระนิพพานถึงปล่อยได้ ที่สะสมมาทั้งกรรมดี-กรรมชั่วต่างๆ พอถึงที่มันจะปล่อยเป็นธรรมชาติ มันก็หมดไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่มีอะไรจะผ่านเป็นเจ้าของ เมื่อรู้จบแล้วมันก็ไม่มีอะไร หรือรู้โดนตัดสภาวะหมด รู้ก็เป็นพระนิพพานไปเอง อวิชชาหมดไม่มีจิต ไม่มีวิญญาณอะไรทั้งหลาย จิตวิญญาณต่างๆ คืนความเดิมแท้ไปหมด
พระนิพพานเป็นภาวะที่จิตว่างอยู่อย่างนั้นตลอด ไม่มีอะไรให้รู้ไปหลงยึดมั่นถือมั่นและเป็นธาตุรู้ดิบลงไป ดิบลงไป จนไม่มีปรากฏ พระพุทธเจ้าเห็นว่า อาการแบบนี้เป็นอาการของจิตเดิมแท้ ที่ว่าจะปล่อยวาง อาการรู้ทั้งหมดจิตไปถึงอาการเดิมแท้.

นิพพานรอการค้นพบ
หนังสือที่รวบรวมเนื้อหาว่าด้วยธรรมะแบบชาวบ้านที่น่าสนใจจากคอลัมน์สมาธิชาวบ้าน ซึ่งตีพิมพ์ทุกวันอาทิตย์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ หาซื้อได้แล้วที่ร้านหนังสือซีเอ็ดทุกสาขา.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: