จตุรัสทั่วไทย

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/tabloid/210914/96450

สาระน่ารู้
Sunday, 21 September, 2014 – 00:00
.
“มิวเซียมสยาม” จัดครีเอทีฟเสวนา
ปลุกไอเดีย “คลิก!” ด้วยทุนวัฒนธรรม

สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) และมิวเซียมสยาม จัดเวทีครีเอทีฟเสวนา ในหัวข้อ “WoW!!! Project สร้างสรรค์ได้ด้วยทุนทางวัฒนธรรม” ระดมสมองแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ 4 สุดยอดนักคิดนักเขียนและศิลปินชื่อดัง จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ปั้นเยาวชนนักพิพิธภัณฑ์สายพันธุ์สยาม เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและต่อยอดไปสู่การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ทั่วไทยให้เป็น Discovery Museum ภายใต้โครงการ Young Muse Project ครั้งที่ 5
เวทีครีเอทีฟเสวนา WoW!!! Poject สร้างสรรค์ได้ด้วยทุนทางวัฒนธรรม” เป็นการจัดกิจกรรมภายใต้โครงการปั้นนักพิพิธภัณฑ์สายพันธุ์สยาม ครั้งที่ 5 ในหัวข้อ Wow!!! Project “เด็กกล้า ท้าเปลี่ยน : ปรับ ปั้น ปลุก พิพิธภัณฑ์ไทย ไฉไลกว่าเดิม” โดยได้รับเกียรติจาก “พิง ลำพระเพลิง” นักเขียนและผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง “ภานุมาศ ทองธนากุล” นักเขียนระดับ Best Seller จากหนังสือ “การลาออกครั้งสุดท้าย” “เกรียงไกร กาญจนะโภคิน” CEO บ.อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้สร้างสรรค์ Thailand Pavilion จนติดอันดับโลกในงาน International Exposition และ “อิทธิพงศ์ กฤดากร ณ อยุธยา” (ต้า Paradox) นักร้องและนักแต่งเพลงขวัญใจวัยโจ๋ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดที่จะช่วยกระตุกต่อม “ความคิดสร้างสรรค์” ของเยาวชนให้บรรเจิด
นายสมชัย ส่งวัฒนา ประธานคณะอนุกรรมการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานว่า วันนี้พระอาทิตย์กำลังขึ้นทางทิศตะวันออก ทวีปเอเชียกำลังถูกจับตามองว่าเป็นดินแดนที่น่าสนใจ แล้วเราจะมีชีวิตอย่างไรเพื่อให้ผู้คนมาหลงใหลในความเป็นตัวตนของเราเอง
“ความรู้ที่เยาวชนได้รับในวันนี้ เชื่อมั่นว่าจะกลายเป็นทุนทางธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านได้ในอนาคต และจะเป็นการจุดประกายเพื่อนำมาสู่การพัฒนาการทางจิตวิญญาณให้กับสังคมของเราได้ หลายคนในที่นี้อาจเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศ ที่จะช่วยทำให้ประเทศของเราขับเคลื่อนไปอย่างมีคุณภาพ เพราะผมเชื่อว่าเรามีของดีอยู่ แต่จะเชื่อมโยงความดีหรือสิ่งดีๆ ที่มีอยู่กับความเป็นปัจจุบันได้อย่างไร เพื่อนำเสนอให้คนในโลกได้เห็นว่าไทยไม่ได้เป็นสองรองใคร” นายสมชัยกล่าว
เวทีครีเอทีฟเสวนา ปี 5 ได้ประเดิมการเดี่ยวไมค์เพื่อปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์กับ “พิง ลำพระเพลิง” ที่เผยเคล็ดลับสู่ทุกความสำเร็จว่า “ทางลัดมีอยู่จริง” ซึ่งเราสามารถหาได้จากการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จ โดยแนะให้ฟัง จด จำ นำเอาหลักหรือหัวใจ และวิธีคิดมาปรับใช้ พร้อมระบุว่ากุญแจความสำเร็จของคนดังทั้งหลาย “ไม่เคยคิดอะไรใหม่” แต่ทุกคนล้วนต่อยอดจากต้นทุนที่ตัวเองมีทั้งสิ้น
“เราต้องหันกลับมามองตัวเองว่ามีต้นทุนอะไร เก่งอะไร ครอบครัวมีอะไร พยายามต่อยอดจากสิ่งที่มี นี่คือทางลัดไปสู่ความสำเร็จ คำว่าต้นทุนไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย แต่ต้นทุนมันอยู่ในตัวเรา ขุดมันขึ้นมาดูว่าเราเก่ง ชอบ ถนัดอะไร แล้วเอาสิ่งเหล่านั้นมาดูว่าเราจะทำให้มันงอกเงย งอกงามได้อย่างไร หัวใจของความสำเร็จนอกจากมีต้นทุนแล้ว ยังต้องมีความพยายาม ความอดทน เพราะความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ตัวเงิน แต่วัดกันที่หัวใจ ความสำเร็จแท้ที่จริงแล้วคือสิ่งที่เราอยากทำ มันคือความงอกเงย ความงดงามที่เกิดขึ้นจากความสามารถของเรา ดังนั้นขอให้ขุดค้นให้เจอ ต่อยอดออกมา อย่ายอมแพ้ อย่าละความพยายาม อย่าท้อ และต้องฝึกฝน ความสำเร็จก็จะตามมา” พิง ลำพระเพลิง แนะนำ
สอดคล้องกับมุมมองของ “ใบพัด” นายภานุมาศ ทองธนากุล ที่ระบุว่า ความสำเร็จต้องแลกมาด้วยความมุ่งมั่นและอดทน เพราะกว่าที่ผลงานเขียน “การลาออกครั้งสุดท้าย” จะได้รับความนิยมตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องกว่า 40 ครั้ง ก็ต้องผ่านความผิดหวัง ความเจ็บปวด เพราะงานเขียนเล่มแรกแทบไม่มีคนสนใจ พร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านเรื่องราวของภูมิปัญญาด้านการนวดแผนไทย เปรียบเทียบระหว่างที่พัทยาและเกาะสมุย ที่ทั้งคู่มีต้นทุนหรือองค์ความรู้ที่เหมือนกัน แต่ฝ่ายหลังกลับสร้างมูลค่าทางการตลาดได้ดีกว่าฝ่ายแรกนับร้อยนับพันเท่า นั่นเป็นเพราะว่ามีวิธีคิดในการนำเสนอที่แตกต่างกัน
“ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เราควรที่จะศึกษาข้อมูลของกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายหรือเป็นลูกค้า เหมือนกับว่าเราเป็นนักตกปลา ปลาแต่ละชนิด แต่ละประเภท ก็มีวิธีการเลือกเบ็ด เลือกเหยื่อ เลือกวิธีการที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราต้องทำการบ้าน ต้องศึกษาข้อมูล ซึ่งเหมือนกับการทำพิพิธภัณฑ์ เราต้องรู้ลึก รู้ให้มากที่สุดในสิ่งที่เรามีอยู่ แล้วเราก็จะสามารถพัฒนามันให้ดีขึ้นได้ ในขณะเดียวกันเราก็จะต้องทำความเข้าใจ หรือเรียนรู้ว่าคนที่เราอยากให้เข้ามาใช้บริการนั้นต้องการอะไร” ใบพัดกล่าว
ด้าน “นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน” หยิบยกประสบการณ์ในการจัด Thailand Pavilion ทั้งที่เซี่ยงไฮ้ และเกาหลีใต้ โดยนำเอาความเป็นประเทศไทยไปใชว์ในเวทีโลก ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี กระทั่งติด 1 ใน 10 ของประเทศที่มีคนเข้าชมมากที่สุดจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลกทั้ง 2 ครั้งว่า
“สิ่งสำคัญในการทำงานคือการศึกษาข้อมูลของคน ดูว่าประเทศนั้นๆ รู้จักประเทศไทยจากอะไร พร้อมทำวิจัยว่าคนทั้งสองประเทศชื่นชอบและสนใจในเรื่องอะไร ซึ่งจุดขายของเราก็คือทุนทางวัฒนธรรม และนำเอาทุนเหล่านั้นมาสร้างเป็นจุดขาย ดึงดูดความสนใจจากผู้ชม ทำให้การออกแบบห้องจัดแสดงของไทยแตกต่างไปจากประเทศอื่นๆ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ครั้ง จึงเกิดจากการนำทุนทางวัฒนธรรมผนวกกับความเข้าใจ และประยุกต์ให้ตรงหรือเข้ากับรสนิยมของกลุ่มคนที่อยากให้เข้ามาใช้บริการ ดังนั้นนอกจากการมีจินตนาการแล้ว ยังต้องศึกษาค้นคว้าและมีครีเอทีฟในการนำเสนอด้วย” นายเกรียงไกรกล่าว
ปิดท้ายด้วยแนวคิดดีๆ จาก “ต้า Paradox” ที่ร่วมแลกเปลี่ยนว่า จากการเฝ้าสังเกตตัวเอง พบว่าแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนั้นเกิดขึ้นจากการชอบทดลองอะไรใหม่ๆ การท่องเที่ยว ได้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ได้เห็นและเกิดมุมมองใหม่ๆ ขึ้นในตัวเอง
“การได้เปิดโลกใหม่ๆ จะสามารถพาเราไปสู่การมีไอเดียใหม่ๆ ได้ ที่สำคัญไอเดียดีๆ บางครั้งจะมาแบบทันทีทันใด เราจึงควรพกสมุดไว้และรีบจดในทันที ดังนั้นข้อแนะนำในเรื่องนี้ก็คือ เปิดตา เปิดมุมมองโลกใหม่ จดบันทึกไว้ตลอดเวลา และกล้าที่จะทดลองทำ บางครั้งลองทำแล้วก็อาจไม่ใช่ แต่มันก็อาจจะต่อยอดไปสู่สิ่งใหม่ๆ หรือต่อยอดไปสู่เรื่องอื่นได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มจากความสนุก ความรัก ความชอบ และความสุขในการทำ เพราะความสุขจะเป็นเชื้อเพลิงในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เปิดตัวเองให้เข้าไปเจอสิ่งใหม่ๆ เพื่อที่จะได้ค้นพบสิ่งที่ WOW ขึ้นมาในชีวิต” ต้า Paradox กล่าว
ก่อนจบเวทีครีเอทีฟเสวนา มิวเซียมสยามได้เปิดช่วง “รวมไมค์” ร่วมพูดคุยกับวิทยากรทุกท่าน โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ “ความสำเร็จที่ต้องแลกมาด้วยความอดทน” ซึ่ง “พิง ลำพระเพลิง” แนะนำว่า “การทำงานอะไรก็ตามขอให้มีความสุขกับปัจจุบัน อย่าไปมองที่ปลายทาง ซึ่งจะทำให้เราไม่มีความสุข” ส่วน “ใบพัด” ได้กล่าวเสริมว่า “เราควรที่จะลองทำหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำ และเราก็ควรอดทนในสิ่งที่ควรอดทน เพราะบางครั้งความอดทนก็เป็นสิ่งที่ดีในบางเรื่อง แต่กับบางเรื่องที่ไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องทน” ด้าน “ต้า Paradox” ก็ได้ให้คำแนะนำในการทำงานว่า ถ้าเราท้อ นั่นเป็นเพราะว่าเรามีความหวัง หวังมากก็ท้อมาก ดังนั้นทุกคนจึงควรเริ่มต้นทำงานด้วยความสุขที่อยากทำ
“ขอให้เชื่อมั่นว่าเราทุกคนคือ X-Men ทุกคนมีพลังวิเศษ เพียงแต่ต้องหามันให้เจอ ค่อยๆ คิด และค่อยๆ ทำจากสิ่งที่มี และต้องเริ่มต้นจากความสุข เหมือนอย่างวง Paradox ที่แรกๆ ก็ไม่มีคนสนใจ เราก็ไม่ท้อ เพราะเราทำด้วยความสนุกที่ได้ทำ แต่ถ้าผลิดอกออกผลได้ เราก็ดีใจ” ต้า Paradox ระบุ
“องค์ความรู้จากการจัดงานครีเอทีฟเสวนาในครั้งนี้ จะเป็นประสบการณ์สำคัญให้กับเยาวชนที่และคนที่ชอบคิดสามารถผลิตไอเดียได้อย่างแหลมคม ซึ่งหลังจากนี้ทางมิวเซียมสยามก็จะได้ดำเนินการผลิตเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ทางเว็บไซต์ youtube และผลิตเป็นพ็อกเกตบุ๊ก เพื่อเผยแพร่เป็นองค์ความรู้แก่ผู้ที่ไม่ได้มาร่วมงานในวันนี้ ซึ่งทาง สพร.คาดหวังว่าโครงการ Young Muse Project หรือโครงการปั้นนักพิพิธภัณฑ์สายพันธุ์สยาม ครั้งที่ 5 จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้สังคมไทยหันมาเห็นความสำคัญ และค้นหาแนวทางการเผยแพร่ความคิดสร้างสรรค์สู่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อให้แหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศไทยเป็นสถานที่ที่สามารถเพิ่มพูนความรู้ แรงบันดาลใจ และภูมิปัญญาไทย ไปพร้อมกับการสร้างความสุขให้กับคนไทยทุกเพศทุกวัยได้” นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการ สพร. สรุป.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: