ระบบสหกรณ์ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของเกษตรกร – ทิศทางเกษตร

Published ตุลาคม 15, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันศุกร์ 10 ตุลาคม 2557 เวลา 00:00 น.

ในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัญหาทางเศรษฐกิจแบบสะสม เกิดความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจการเกษตร แม้ที่ผ่านมาจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายหลายรายการ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจสามารถกระเตื้องขึ้นตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่กำหนดไว้ ได้ อันสะท้อนได้จาก กำลังซื้อภายในประ เทศที่เกิดการหดตัวลง ขณะที่ระดับหนี้เพิ่มขึ้น การลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวลง แต่ภาคเศรษฐกิจ อีกแขนงหนึ่งที่ดูจะได้รับผลกระทบน้อยมากเมื่อเทียบกับภาครวม นั้นก็คือ เศรษฐกิจภาคสหกรณ์โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตร แม้ว่าที่ผ่านมา สมาชิกสหกรณ์การเกษตร จะประสบปัญหาด้านราคาผลผลิตที่ผันผวนขึ้นลงอยู่ตลอดเวลาก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากสหกรณ์มีระบบการควบคุมภายในที่เอื้อต่อการบริหารจัดการความเสี่ยง สามารถปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและดี มีมาตรการไม่ให้สมาชิกสหกรณ์สร้างหนี้สินมากเกินไปจนเกิดความไม่พอเพียงต่อการดำรงชีพ

อีกทั้งยังมีมาตรการในการเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อให้สมาชิกเตรียมตัวรองรับการเปลี่ยน แปลงหรือวิกฤติได้ มีการใช้เครื่องมือเฝ้าระวังและเตือนภัยทางการเงินของสหกรณ์ ควบคู่กับการวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารในการวางแนวทางในการดำเนินธุรกิจให้ราบรื่น จากตารางเสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์การเกษตรในช่วงที่ผ่านมาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ส่วนใหญ่มีเสถียรภาพทางการเงินในระดับมั่นคงตามมาตรฐาน ร้อยละ 34.82 รองลงมาระดับมั่นคงดี ร้อยละ 21.97 ระดับต่ำกว่ามาตรฐาน ร้อยละ 20.26 ระดับมั่นคงดีมาก ร้อยละ 6.06 ระดับต้องปรับปรุง ร้อยละ 3.59 และมีระดับต้องแก้ไขเร่งด่วน ร้อยละ 13.30

ซึ่งจะเห็นได้ว่าสหกรณ์ที่มีเสถียรภาพอยู่ในระดับมั่นคงตามมาตรฐาน และระดับมั่นคงดีถึงดีมาก เป็นสหกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก และขนาดกลาง และจากข้อมูลที่รวบรวมได้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อสหกรณ์จำนวน 3,481 แห่งมีสมาชิกทั้งสิ้น 6,449,261 คน และดำเนินงานด้วยเงินทุนรวม 189,416.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ร้อยละ 13.79 พบว่าเงินทุนของสหกรณ์การเกษตรส่วนใหญ่ ได้ลงทุนอยู่ในลูกหนี้ถึงร้อยละ 64.98 โดยสหกรณ์มีธุรกิจลงทุน 5 ด้าน มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 306,672.20 ล้านบาท ขยายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 5.62 ธุรกิจการรวบรวม/แปรรูปผลผลิตมีมูลค่าสูงที่สุด 92,196.63 ล้านบาท  เฉลี่ยเดือนละ 7,683.05 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 10.95 ขณะที่ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมากที่สุด ร้อยละ 16.45 มีรายได้รวมทั้งสิ้นจำนวน 178,283.81 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 173,482.42 ล้านบาท แม้ว่าจะมีอัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานเกินครึ่ง ร้อยละ 55.17 แต่ก็ยังมีกำไรสุทธิจำนวน 4,801.39 ล้านบาท ขยายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 11.16 สำหรับการเติบโตของทุนสำรองขยายเพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 10.19 จากข้อมูลดังกล่าวนับได้ว่าระบบสหกรณ์นั้นมีความเสถียรทางการเงินอยู่ในระดับที่เข้มแข็งและมั่นคง พอที่จะเป็นแหล่งพึ่งพิงของสมาชิกเกษตรกรทั้งด้านเงินทุน สินค้าเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ อุปโภคบริโภค สามารถยกฐานะความเป็นอยู่ของสมาชิกเกษตรกรให้ดีขึ้นที่เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติโดยส่วนรวม.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: