‘ประยุทธ์’เตือนสปช.อย่า‘เสียของ’ยันไม่ชี้นำ

Published กันยายน 7, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140905/191515.html

การเมือง : ทัศนะ-บทความ
วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2557

‘ประยุทธ์’เตือนสปช.อย่า‘เสียของ’ยันไม่ชี้นำ

              พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายแนวทางการดำเนินการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 4 กันยายน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เรากำลังเดินเข้าสู่โรดแม็พระยะที่ 2 คือการมีรัฐบาลและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้มีการทำงานร่วมกันในแต่ละกระทรวงตั้งแต่โรดแม็พระยะที่ 1 โดยใช้ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินปกติเป็นส่วนใหญ่ แต่บางอย่างต้องการความเร่งด่วนในการขับเคลื่อนจึงใช้อำนาจของ คสช. อยากให้ทุกคนสบายใจว่า คสช.ไม่ได้มุ่งหวังมีอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น แต่มุ่งหวังให้ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง

วันนี้อยู่ในโรดแม็พระยะที่ 2 ต้องทำให้บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย เราจะมาสร้างประวัติศาสตร์กัน เพราะการปฏิรูปประเทศไทยไม่เคยเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ เราจะทำให้ทุกอย่างเข้าไปอยู่ในกรอบว่าทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาได้โดยไม่มีการชี้นำ ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่การจัดตั้ง สปช. จะคัดเลือกคนอย่างไรให้คน 8,000-9,000 คน เหลือ 250 คน ท่ามกลางความสนใจและความกดดันต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่มีผลกระทบและมีส่วนร่วมในความขัดแย้ง รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการปฏิรูปเข้ามาสมัครทั้งหมด ดังนั้น เรื่องนี้อยากให้คณะกรรมการคัดสรรพิจารณาให้เป็นธรรมว่าทำอย่างไรจะปฏิรูปได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งต่อไป

“ในส่วนผู้สมัครแต่ละด้านจะถูกคัดเลือกโดยคณะกรรมการคัดสรรให้เหลือด้านละ 50 คน ในจำนวน 11 ด้าน จะได้ 550 คน จากนั้น คสช.ก็จะตั้งคณะกรรมการของ คสช.คัดเลือกให้เหลือ 173 คน และในส่วนของตัวแทนจังหวัด 77 คน ไม่ต้องห่วงว่าจะล็อกสเปก เพราะไม่รู้จักใครสักคน ถือว่าเป็นโอกาสให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ขอฝากคณะกรรมการสรรหาแต่ละด้าน และ คสช.คัดเลือกด้วยความละเอียด รอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณภาพ มุ่งมั่น เสียสละอย่างแท้จริง เพื่อเข้ามาเป็น สปช.ที่ต้องทำงานเพื่อให้ประเทศไทยมีการปฏิรูปโดยมีผลสัมฤทธิ์ที่สมบูรณ์”

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นอกจาก สปช. ทาง คสช.ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งจึงได้กำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยในช่วงระยะที่ 1 มีสำนักงานปฏิรูป ที่ผ่านมามีการถกแถลงและได้ข้อสรุปมาเป็นหนังสือ ซึ่งข้อสรุปจากหนังสือดังกล่าวไม่ได้เป็นการชี้นำ แต่เป็นแนวทางส่วนหนึ่งในการที่จะคิดต่อหรือคิดใหม่ และไม่ได้เป็นการตีกรอบให้ สปช.โดยจะมอบให้ผู้เกี่ยวข้องได้นำไปศึกษา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เมื่อตั้ง สปช.แล้ว กระบวนการต่อไปจะทำอย่างไรให้ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกเป็น สปช.เข้ามามีส่วนร่วมให้ได้ เพราะฉะนั้นในช่วงระยะที่ 2 จะให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทำงานควบคู่ไปกับ สปช.เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนส่งมาให้ ต่อจากนั้นจะส่งให้เลขาธิการรัฐสภา เพื่อส่งไปให้ สปช.เพื่อได้ครอบคลุมทุกเป้าหมายที่ต้องการ และในส่วนภูมิภาคได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ระดับภาค หรือระดับจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมเป็นผู้รวบรวมความคิดเห็น เพื่อให้ควบคู่ไปพร้อมกับ สปช.ด้วย

ทั้งนี้ อยากให้แนวทางไว้อย่างแรกจากการปฏิรูป 11 ด้าน ที่จะแตกออกเป็นร้อยเรื่องนั้นจะให้มาทำทั้งหมดก็ไม่ได้ เพรามีระยะเวลาจำกัด เพราะปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก เช่น ด้านการเมือง เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปที่บีบรัดเข้ามา ดังนั้น เราต้องไปกำหนดให้ชัดเจนว่าสิ่งที่อยากเน้นย้ำ คือการจัดระเบียบการปฏิรูปให้ได้ว่าจะทำอะไรก่อน แล้วก็ทำทันทีให้มีผลสัมฤทธิ์ และอะไรที่จะส่งต่อเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

“วันนี้หลายคนบอกว่าการปฏิรูปการเลือกตั้งที่บอกว่าต้องให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนทำนั้น ผมอยากบอกว่าแล้วทำได้หรือไม่ ซึ่งเห็นว่าบอกมาหลายรัฐบาลแล้ว ไม่ว่าตอนไหนก็แล้วแต่ อะไรที่ทำก่อนหรือทำหลัง พอเราจัดให้ทำ ก็บอกว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งมันก็ไม่เป็นธรรมกับผม ซึ่งผมถือว่าการทำก่อนทำจริงและมีผลสัมฤทธิ์ โดยจะมีตัวชี้วัด”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับข้อมูลที่ส่งให้ไม่ได้ทิ้งของใครเลย ทั้งที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ พรรคการเมือง ฝ่ายความขัดแย้ง ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน จนเกิดความเข้าใจ แต่ก็มีบางอย่างไม่ตรงกัน จึงต้องหาจุดที่จะจูนให้ตรงกัน โดยไม่มีอัตตา ตัวตน ทั้งสิ้น ซึ่งตนเคยบอกไว้ ถ้าหากคิดถึงแต่ตัวเอง ทำอะไรเพื่อใคร ก็จะไม่มีวันจบ อยากให้คิดไปข้างหน้า และก็ระวังหกล้ม

ปัญหาที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุด คือการปฏิรูปการเมือง ซึ่งจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางคนบอกว่าดีแล้ว บางคนบอกว่าต้องปรับปรุงแก้ไข นี่คือสิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนทันทีและต้องมีผลสัมฤทธิ์ เพราะเป็นอนาคตของเรา และอยากให้ระดมสติปัญญาของคนไทย ในการที่จะนำการเมือง ประชาธิปไตยแบบตะวันตกมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับคนไทย เพราะคนไทยไม่เหมือนกับชาติอื่นในโลกนี้ เป็นคนที่ชอบแสดงความคิดเห็นแต่ไม่ยอมรับความแตกต่าง ซึ่งคิดแบบนั้นไม่ได้ จึงต้องไปหาวิธีว่าทำอย่างไร ที่จะนำความแตกต่างมาเกิดผลผลิตโดยรวม อะไรที่ยังไม่เห็นด้วย ทำไม่ได้ ก็อย่าไปทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันทุกเรื่องก็แก้ไขอะไรไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า จะสร้างกลไกการปกครอง การใช้อำนาจรัฐอย่างไร โดยอย่าไปคำนึงว่า เพื่อป้องกันการยึดอำนาจในอนาคต อย่าไปคิดแบบนั้น ถ้าไม่มีสาเหตุไม่มีใครไปยึดอำนาจอยู่แล้ว นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าดีอยู่แล้วใครจะมายึด จะมายึดให้มันโง่ทำไม ดังนั้นจะต้องไปแก้ไขปัญหาให้ได้ อย่าไปคำนึงตรงนั้น ต้องคำนึงว่า บุคคลที่จะมาเป็นรัฐบาล และนักการเมืองนั้น จะมาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ได้มาจากสิ่งที่ตนพูด อย่าไปกังวล แต่จะต้องกังวลว่าจะไปกันอย่างไรในวันหน้า ผู้รู้เขียนมาว่าระบบรัฐสภาสมัยก่อนมีสภาคู่ มีรัฐสภา และรัฐบาล ก็มีอำนาจแยกกันอยู่มาเป็น 100 ปี ที่มีประชาธิปไตย หลังจากนั้นก็มี ส.ส. มีพรรคการเมือง และกลายเป็นอำนาจสภาเดี่ยว แบบอำนาจเดี่ยว ฉะนั้นกลายเป็นว่าสมัยก่อนสภาคุมรัฐบาลได้ แต่วันนี้รัฐบาล และ สภา คุมกันไม่ได้ จึงต้องมีเสียงข้างมากพรรคเดียว หรือ หลายพรรคร่วมกัน กลายเป็นองค์กรเดียวในทางปฏิบัติ

“ผมไม่ได้ชี้นำอะไรเลย จะเอาแบบเก่าก็แบบเก่า หรือจะเอาแบบใหม่ก็แบบใหม่ ผมไม่รู้ ผมได้ศึกษามาบ้างแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันออกไปทั้งเงื่อนไข กลไกในการบริหารประเทศ หรือ พฤติกรรมของนักการเมือง หรือพรรคการเมือง รวมถึงการเอาใจใส่มาตรฐานทางการเมือง สังคม และสื่อมวลชน ซึ่งทุกเรื่องหากโยนให้รัฐบาลหมดก็ไม่ได้ ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาดูแลชาติบ้านเมือง อย่าโยนปัญหานี้ให้คนนั้นคนนี้ ทุกคนในชาติจะต้องเข้มแข็งนั่นคือประเด็นสำคัญ ทั้งนี้จะทำอย่างไรให้คนในชาติเข้มแข็ง เมื่อคนในชาติเข้มแข็งทุกองค์กรก็จะมีความเข้มแข็งมีคุณภาพ และรัฐบาล นักการเมืองก็จะต้องมีคุณภาพ ซึ่งวันหน้าจะต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรให้นักการเมืองมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยุโรปหลักการแยกกลไกบริหารและนิติบัญญัติออกจากกัน เหตุผลทราบดีกันอยู่แล้ว ซึ่งจะต้องนำไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ในการบัญญัติรัฐธรรมนูญก็มีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องทำต่อ โดยฟังเสียงจากสภาปฏิรูปว่าจะทำอย่างไรไม่ให้รัฐบาลที่เข้ามามีอำนาจบิดเบือนการใช้อำนาจข้อกฎหมาย หรือบทบัญญัติต่างๆ จะทำอย่างไร ซึ่งจะต้องไปทำให้จบ ฉะนั้นเรื่องอำนาจเผด็จการรัฐสภา ที่บางคนกล่าวว่า มีเผด็จการทหาร มีเผด็จการรัฐสภา ซึ่งเรื่องนี้จะต้องไปดูเพื่อให้เกิดเสถียรภาพ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลบ่อยเกินไป ถ้าดีก็ไม่ต้องเปลี่ยน หรือยุบสภาแล้วจะทำอย่างไร หรือกรณีที่นักการเมืองมีคดีความจะทำอย่างไร ใครจะสอบสวน หรือจะยุบสภา หรือเลือกตั้งใหม่ ก็จะต้องไปหากันให้ชัดเจน

“การพูดถึงแนวทางไม่ได้เป็นการชี้นำอะไร แต่พูดในฐานะประชาชนคนหนึ่งและเราจะต้องช่วยกันลดความขัดแย้ง และไม่ได้ไปจำกัดสิทธิ ไม่เคยไปทำร้ายอะไรใครสักคน เพียงแต่พูดคุยกันบ้าง เรียกมาคุยกันบ้าง หรือตักเตือนกันในฐานะพี่น้อง”

หัวหน้า คสช. กล่าวด้วยว่า “อยากให้สื่อเสนอข้อเท็จจริง กรุณางดในเรื่องวิพากษ์วิจารณ์ บางอย่างวิพากษ์วิจารณ์ผมขี้เกียจตอบโต้ บางอย่างมันไม่ใช่ คิดแบบนั้นไม่ได้ เลิกได้แล้วว่าล็อกสเปก จะบอกว่าสเปกบูรพาพยัคฆ์ ที่สื่อไปพูด ไม่เคยมีหรอกไอ้บูรพาพยัคฆ์ หรือ วงศ์เทวัญ ไม่มี บูรพาพยัคฆ์อยู่ตะวันออก ใครอยู่ตรงไหนก็โตตรงนั้น เดี๋ยววันหน้าเมืองกาญจน์ขึ้นมาเติบโตก็จะบอกว่าเป็นทีมลาดหญ้า สื่อมโนไปเลย มโนตลอด อย่ามโน อย่าติอย่างเดียว ชมบ้าง ฉะนั้นพอได้แล้ว สื่อต้องปฏิรูปตัวเอง ท่านมีฐานันดรอยู่แล้ว ท่านจะต้องมีจรรยาบรรณ ผมไม่ได้ตำหนิอะไรเลย ชื่นชมตลอด ผมไม่ใช่คู่ปรับท่านอยู่แล้ว”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีตอนนี้อย่ากังวล เพราะได้มีช่องทางประสานงานตรงกันอยู่แล้ว เพียงให้ไว้ใจ ไม่ใช่แก๊งบูรพาพยัคฆ์ ไม่มี ตนเกิดที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) และไปที่บูรพามาหน่อยไปอยู่ 2-3 ปี ในกองทัพบกเหมือนกันทั้งสิ้น บังเอิญตนไปอยู่ที่นั่นมาเท่านั้นเอง และบังเอิญ ตนกับพี่ 2-3 คน ก็ตามกันมา สื่อก็ไปมโนเรื่องนี้กัน

“อยากให้ทุกคนสบายใจและไว้ใจเราในการทำหน้าที่ หากใครสงสัยไปฟังเพลงและช่วยกัน หากทำไม่สำเร็จก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกันต่อไปแล้ว ถ้าจะตีกันต่อ จะเคลื่อนไหวใต้ดินมาสู้กัน หรือจะใช้ทางพระ ทางเจ้าทำพิธีกันมาสู้กัน วันนี้ผมเจ็บคอ ปวดคอ หลายคนบอกว่ามีคนทำพิธีอยู่ ไม่รู้ว่าจะแก้กันอย่างไรแล้ว รดน้ำมนต์ใส่ตัวหนาวไปหมดแล้ว จะเป็นไข้อยู่ ผมพูดไม่อยากให้เครียดกัน 3-4 เดือน ที่ผ่านมาสบายใจขึ้น ทุกอย่างเดินไปตามโรดแม็พ วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่งที่เราจะเดินหน้าประเทศไทยไปให้ได้ และหวังในความร่วมมือกัน”

“วันนี้จะต้องเลิกกันให้หมด มาเดินหน้าประเทศไทย ติว่ากันว่าคนนั้นเป็นคนของพวกนั้นพวกนี้ วันนี้จะต้องให้กำลังใจกันเพื่อเดินหน้าต่อไป ให้ทำในสิ่งที่ดี ทุกคนจะต้องมาช่วยกันปรับเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นในอนาคต อย่าให้เสียเวลาเปล่า หรือ “เสียของ” วันนี้มีอย่างเดียวเสียเกียรติยศ เสียความเป็นตัวของตัวเอง ไม่เห็นจะได้อะไรขึ้นมา แต่ประเทศชาติได้ นั่นคือสิ่งที่พวกเราคิด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนท้าย

—————–

(หมายเหตุ : ‘ประยุทธ์’เตือน สปช.อย่า  ‘เสียของ’ยันไม่ชี้นำ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: