สาวน้อยกับเสียงชัตเตอร์และภาพในม่านฝัน สายสุนีย์ ผิวอ่อน

Published กันยายน 5, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 กรกฎาคม 2557 เวลา 13:24 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1o3vnSA

สาวน้อยกับเสียงชัตเตอร์และภาพในม่านฝัน สายสุนีย์ ผิวอ่อน

โดย…พงศ์ พริบไหว / ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

วันที่เจอกันเธอกำลังง่วนๆ อยู่ในสตูดิโอถ่ายภาพ มือที่เคยวุ่นวายกับการจัดแสงจัดไฟเพื่อถ่ายรูปให้คนอื่น วันนี้ต้องใช้มันทำงานเพื่อจัดสรรแสงให้กับรูปตัวเอง พอแสงลงตัวได้ที่ก็สบโอกาสนั่งมองนางแบบตั้งท่าถ่ายอยู่นาน ได้ยินเธอบ่นๆ “หนูเคยแต่ถ่ายรูปคนอื่น พอมาเป็นแบบหนูแปลกๆ ไม่ถ่ายรูปได้ไหมน้า (เสียงสูง)” ไม่มีการตอบรับเสียงอ้อนวอนของสาวน้อย ก่อนที่เพื่อนๆ ของเธอจะหยิบกล้องทวินเลนส์แบบคลาสสิกให้ถือแก้เขิน เธอยิ้มรับพร้อมกับใบหน้าดูรื่นเริงขึ้นเมื่อมีกล้องอยู่ไม่ห่างกาย

สาวน้อยที่พูดถึงคือ “น้องปุ๋ม” สายสุนีย์ ผิวอ่อน เด็กปี 4 จากมหาวิทยาลัยรังสิต คณะศิลปะและการออกแบบ สาขาศิลปะภาพถ่าย หลังบังคับเธอถ่ายรูป ก็มีโอกาสนั่งพูดคุยและได้ฟังเรื่องราวอันน่าชื่นชม เมื่อปีก่อนเจ้าหล่อนได้มีโอกาสเข้าไปเตรียมงานถ่ายภาพในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาถึงในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก เพราะขนาดช่างภาพอาชีพเองนับคนได้ที่จะเข้าไป ณ สถานที่แห่งนั้นได้ แม้จะเป็นเพียงแค่วันเตรียมงานก็ตาม แต่เธอก็ภูมิใจสุดๆ ที่ได้เข้าไปตั้งกล้องถ่ายภาพและมองลอดม่านชัตเตอร์ไปยังพระที่นั่ง

“ทำไมถึงมาเรียนโฟโต้หรือคะ (นั่งยิ้มคิดอยู่นาน) คงเป็นเพราะหนูเป็นคนชอบผจญภัย ชอบการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ และชอบเก็บเรื่องราวระหว่างทางอะไรแบบนี้ เลยคิดว่าเราต้องเดินทางรอบโลกให้ได้ ที่ผนังบ้านติดแผนที่โลกไว้เลยนะ แล้วเวลาได้ไปที่ไหนก็จะปักหมุดไว้ แล้วพอได้ไปในแต่ละที่ หนูก็จะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นไอ้กล้องนี่แหละ ที่เป็นเครื่องมือหยุดกาลเวลาหนูก็จะพกมันติดตัวตลอด

“ตอนแรกเลยหนูไม่ได้คิดว่าชอบแล้วต้องเรียนนะ พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ไปเรียนที่คณะบริหารที่มหา’ลัยเอแบค ตอนนั้นคิดว่านี่แหละคือสิ่งที่ใช่สำหรับเรา พอเริ่มเรียนจริงๆ คิดว่าบริหารมันไม่ใช่ละ หนูก็เริ่มมองหาสิ่งที่คิดว่าเราชอบจริงๆ ก็เริ่มทบทวนตัวเองว่าชอบอะไรจริงๆ เริ่มมองหาความเป็นตัวเอง นั่งนึกไปนึกมา ไปเรียนถ่ายภาพดีกว่า (หัวเราะ) เพราะว่าตอนเศร้าหนูก็ถ่ายรูป ตอนหนูมีความสุขก็ถ่ายรูป แล้วการถ่ายรูปมันเป็นสิ่งที่จรรโลงใจหนูได้ดีที่สุด ก็คิดว่าลาออกไปเรียนถ่ายรูปจริงจังเลยดีกว่า ก็เลยได้มาเรียนที่นี่”

 

หลังจากสาวน้อยหน้าหวานตั้งใจแบบนั้น ชีวิตก็เหมือนการเริ่มต้นใหม่ เธอเรียนรู้ว่าการถ่ายรูปแบบจริงจังมีรายละเอียดอีกมากมายที่เธอไม่เคยรู้ โดยเฉพาะเรื่องของรูวัดแสง สปีดชัตเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ของกล้อง ทำให้เธอเองต้องเร่งกว่าปกติเพื่อตามเพื่อนผู้ชายที่มีทักษะมาก่อน โดยเธอพูดถึงมันแบบติดตลกให้ฟังว่า

“ตอนเข้าไปหนูเริ่มต้นจากศูนย์เลยนะ ก็คิดว่าไม่น่ารอด เพราะว่าก่อนเรียนเราไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย มีแต่กล้องตัวเล็กๆ แถมไม่รู้เรื่องค่าแสง ตอนแรกๆ ก็กลัวเหมือนกันว่าจะเป็นแบบเดิม แต่พอมาเรียนที่นี่พอดีเขาก็สอนตั้งแต่การถ่ายภาพเบื้องต้นเลยนะ วิชาประวัติศาสตร์ของการถ่ายภาพ มีเรื่องของการจัดวางองค์ประกอบ มีการถ่ายรูปจากกล้องฟิล์ม ล้างฟิล์มเอง อัดรูปเอง มีวิชาสตูดิโอสอนการจัดแสง พอเรียนไปเรื่อยๆ หนูก็เริ่มสนุก อีกอย่างเราก็ชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว มันเลยทำให้สนุกกับการเรียนมากขึ้นๆ”

แน่นอนว่า เรามักจะเห็นแต่ช่างภาพผู้ชาย จึงอยากรู้ว่าเธอคิดเห็นยังไงในเมื่อเป็นสาวสวยตัวเล็กๆ ที่ต้องมาแบกกล้องตัวใหญ่ๆ ไปตามที่ต่างๆ เพื่อเก็บเรื่องราวมาไว้ในภาพถ่าย

“ก็ยอมรับนะคะว่าช่างภาพส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย มีส่วนน้อยเท่านั้นแหละที่เป็นผู้หญิง แต่ไม่ใช่ว่าผู้หญิงจะเป็นช่างภาพไม่ได้นิ เคยมีคนดูถูกหนูนะ แบบเขากำลังจะจ้างงานเราไปถ่ายงาน เขาถามว่าเป็นผู้หญิงจะไหวหรอ งานหนักนะ หนูก็โมโหนะ แล้วตอบกลับไปว่า ผู้หญิงผู้ชายมันไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะกับอาชีพช่างภาพ มันอยู่ที่ใจมากกว่า แล้วคำว่าช่างภาพ มันแบ่งออกเป็นแค่ 2 ส่วน คือคำว่า ‘ช่าง’ หมายถึง ผู้ชำนาญการในเรื่องศิลปะ เป็นเรื่องของเทคนิคอุปกรณ์ ส่วนที่ 2 คือคำว่า ‘ภาพ’ หมายถึง ความมี ความเป็น ส่วนนี่แหละที่แต่ละคนจะมีต่างกัน หนูไม่เห็นเลยว่าการถ่ายภาพมันจะแบ่งแยกว่าผู้ชายหรือผู้หญิง” แววตาหวานๆ ดูมุ่งมั่นขึ้นมาทันที ก่อนเธอจะพูดต่อถึงทฤษฎีการเป็นช่างภาพของเธอว่า

“ทุกวันนี้หนูถ่ายรูปได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่จินตนาการไว้มาก แต่ถ้ายังไม่ชอบรูปที่ถ่าย แสดงว่าหนูยังเข้าใกล้มันไม่มากพอ ดังนั้นถึงจะเป็นผู้หญิง แต่เชื่อว่าความรักในการถ่ายภาพมันจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ ให้หนูอดทน มุ่งมั่นพยายามทำให้มันดีที่สุด และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เพราะว่าโลกของการถ่ายภาพมันโคตรกว้าง ตัวเราก็ยังตัวเล็กนิดเดียว ยังคงเป็นเด็กน้อย (หัวเราะ) ดังนั้นเราต้องเสพงานเยอะๆ ดูภาพของคนที่เก่งๆ หาแรงบันดาลใจตลอดเวลา โดยการออกเดินทาง ดูหนัง ฟังเพลง และฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอค่ะ”

คงต้องเป็นวันที่โลกไม่มีแสงสว่างเธอถึงจะยอมหยุดถ่ายภาพ สาวเจ้ากล่าวไว้เช่นนั้น แม้วันข้างหน้าเธอเองอาจไม่ได้ทำงานเป็นช่างภาพอย่างที่ตั้งใจ แต่เธอเองก็จะมีกล้องอยู่ข้างกายเสมอ อย่างที่มีคนกล่าวไว้ว่า ความฝันสามารถมีวันเปลี่ยนแปลงเสมอ แต่ความรักไม่มีวันเปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าเธอเองจะหลงรักการถ่ายรูปเอามากๆ

“ถ้าหนูไม่ได้ถ่ายรูปคงไม่มีความสุข เหมือนขาดสิ่งสำคัญของชีวิตไปอะไรแบบนั้นเลยนะ คือเรียนจบก็อยากเป็นช่างภาพสารคดี เพราะภาพถ่ายสารคดีคือความจริง ทุกอย่างในภาพมันจะทำหน้าที่เล่าเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ที่นั่นด้วยตัวของมันเอง คือมันตรงกับนิสัยของหนูที่เป็นคนตรง คนจริง ห้าวๆ นิดๆ ชอบการผจญภัย ชอบการท้าทาย ชอบเก็บรายละเอียดเล็กน้อยๆ ดังนั้นการถ่ายภาพนี่แหละเหมาะกับหนูที่สุด”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: