ผู้หญิงท่องโลก

Published สิงหาคม 13, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/tabloid/100814/94423

สาระน่ารู้
Sunday, 10 August, 2014 – 00:00
.
พาแม่เที่ยวพม่า
พระธาตุอินทร์แขวน (จบ)
รายการทัวร์พาแม่ไปพม่าครั้งนี้ จะว่าไปก็สุดคุ้ม เพราะสถานที่ที่อยากไปมานานหลายสิบปีนั้น ได้ไปแบบครบครันในเที่ยวเดียวนี่เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เป็นมหาศรัทธาของชาวมอญ ชาวพม่า อย่างพระมหาธาตุเจดีย์ ชเวดีย์กอง พระธาตุมุเตา และพระธาตุอินทร์แขวน พระธาตุมุเตา หรือพระเจดีย์ชเวมอดอร์ ในเมืองหงสาวดี
ในรายละเอียดของการเดินทาง เรายังได้ดูสิ่งที่เป็นสถานที่ในประวัติศาสตร์อื่นๆ เช่น สะพานข้ามแม่น้ำสะโตง พระราชวังพระเจ้าบุเรงนอง ดูแต่ละสถานที่แล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าไทยกับพม่านี่ใกล้ชิดกัน เพราะไม่ว่าชื่อเมือง ชื่อกษัตริย์ของมอญ ของพม่า เรารู้จักและคุ้นเคยดีกว่าไปบ้านอื่นเมืองอื่น และได้เห็นตั้งแต่เรื่องในอดีตจนกระทั่งมาถึงบ้านนางอองซาน ซูจี
ผ่านย่านหนึ่ง วิรัช ไกด์ท้องถิ่นของเราบอกว่า ที่นี่มีพระนอนเยอะมาก เป็นพันๆ องค์ มาคราวหน้าจะพามาทำบุญ บรรดาลูกทัวร์งงงัน ว่าเอ๊ะ พระนอนนี่ไม่เห็นมีในหนังสือท่องเที่ยว ซักไซ้กันไปมาได้ความว่า อ๋อ ที่แท้พระนอนที่ว่านั่นคือพระสงฆ์ พระสงฆ์ท่านป่วย ท่านเลยนอน สถานที่ที่วิรัชว่านั่นคือโรงพยาบาลสงฆ์นั่นเอง
ในบรรดาสถานที่แต่ละแห่งที่ไปกันนั้น ดูเหมือนว่าพระธาตุอินทร์แขวนจะเป็นสถานที่ที่ไปแล้วเชื่อว่าลูกทัวร์ สว.คณะนี้ไม่มีวันลืมเป็นแน่
ดิฉันเองคุ้นเคยกับชื่อของพระธาตุอินทร์แขวนมาตั้งแต่อ่านเรื่องราวของเจ้าจันทร์ผมหอม เรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลซีไรต์ของมาลา คำจันทร์ ตอนอ่านก็สุดแสนจะซาบซึ้ง กับเรื่องราวความรักของเข้าจันทร์ ผมหอม ที่เดินทางไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวน ครั้นพอได้ไปเห็นก็ยิ่งประทับใจ
พระธาตุอินทร์แขวน อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3 พันกว่าฟุต อยู่บนยอดเขาไจ๊โถว่ เป็นพื้นที่ของรัฐมอญ ชาวบ้านเรียกกันว่าไจ๊ทิโย ตามความเชื่อของชาวมอญบอกว่า เป็นสถานที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า เป็นพระธาตุประจำปีของคนที่เกิดปีจอซึ่งต้องหาโอกาสไปสักการะให้ได้
ตอนที่อ่านหนังสือเรื่องเจ้าจันทร์ผมหอมนั้น นานมากแล้ว รู้ว่าการเดินทางกว่าจะขึ้นไปถึงนั้นยากลำบากเหลือเกิน ครั้นมาถึงยุคนี้ ก็ต้องบอกว่า การเดินทางก็ยังถือว่าลำบากอยู่พอสมควรก่อนเดินทาง คุณโอ๋บอกลูกทัวร์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าท่านใดที่ยกกระบังไว้ ให้อัดสเปรย์ให้แน่น ป้องกันการถูกลมตี ไม่งั้นกระบังจะล้มได้ ก่อนขึ้นรถ คนที่มีกระบังจึงคลุมผมกันมาแบบแน่นหนาทีเดียวเชียว
ให้นึกภาพตามว่า พวกเราบรรดาสาวน้อย อันหมายถึงพวกที่มีความสาวเหลืออยู่น้อย และวัยใกล้เฉียดร้อยแล้วทั้งนั้น ต้องปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนรถบรรทุกหกล้อ ไม่มีหลังคา ถ้าบอกว่าประมาณรถคอกหมูน่าจะนึกภาพออก มีเบาะวาง พาด เป็นแถว วิรัชบอกว่า นี่เราโชคดีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีเบาะ มีแต่กระดานไม้พาดไว้ล้วนๆ
คุณป้า คุณย่า คุณยายทั้งหลายก้าวขึ้นไปนั่งเสร็จสรรพ วันนั้นบังเอิญมีฝนลงมานิดหน่อยไม่มาก ทุกคนเลยใส่เสื้อกันฝนไว้ ส่วนคนที่ทำทรงกระบังก็ดึงพลาสติกไปคลุมเพิ่ม จากนั้นก็เอาสองมือนั่งเกาะเบาะที่นั่งไว้ พวกเรามาด้วยกันประมาณ 20 กว่าคน แรกๆ ก็ดูรถโล่งดี แต่กว่าจะออกเดินทางได้ก็ต้องแวะรับเด็กๆ ที่ขอติดสอยห้อยตามมา เพราะบ้านอยู่ที่ภูเขาที่เราจะไป ครั้นจะไม่ให้ไปเขาก็ว่า ให้สงสารเถอะ ไม่งั้นเด็กๆ กว่าจะถึงบ้านก็มืดค่ำ เพราะต้องเดินไป แล้วรออาศัยรถนักท่องเที่ยวแบบนี้แหละ รถคันที่เรานั่งเลยกลายเป็นรถบรรทุกหมูอัดแน่นไปโดยพลัน
ได้ฤกษ์รถออก พลขับทำหน้าที่เร่งเครื่องไปเต็มที่แบบคนรู้จังหวะ ว่าทางไหนเลี้ยว ทางไหนคด ทางไหนเอียงกะเท่เร่ พวกเรานั่งกันเงียบ แบบเครียดๆ เข้าใจว่าต่างคนต่างสวดมนต์ ระหว่างทางต้องหยุดพักเพื่อรอรถอื่นสวนทาง คุณลุงวัย 85 บอกว่า เจ้าคนขับนี่ ถ้าเอามันไปแข่งเฟอร์รารี มันต้องชนะแน่ คิดดูก็แล้วกันว่าฝีมือการขับรถขึ้นยอดดอยของเขาร้ายกาจซะขนาดไหน
ที่เป็นเช่นนั้น เพราะหนทางยังยากลำบากอยู่มาก แต่ก็ไม่ยากเกินใจศรัทธา ดิฉันนึกถึงเจ้าจันทร์ผมหอมอยู่เรื่อย หลายปีผ่านไป การเดินทางจากยุคเจ้าจันทร์ถึงพวกเราก็มิได้ต่างกันนักในความรู้สึก
การเดินทางครั้งนี้เองที่สอนให้ดิฉันเข้าใจคำว่า พร้อมอยู่ พร้อมไป และปล่อยได้ วางได้ เพราะเป็นการเดินทางที่เราต้องปล่อยให้ชีวิตอยู่ในความควบคุมของคนอื่น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชคชะตา แต่ท้ายที่สุดเราก็มาถึงกันจนได้อย่างปลอดภัย สรุปว่าเรามิใช่คนกลุ่มแรกที่มา และก็ไม่ใช่คนกลุ่มสุดท้ายที่จะมา เราเพียงตามรอยคนอื่นก่อนหน้านี้นั่นเอง
พอถึงที่จอดรถ เราต้องเดินต่อไปยังโรงแรมที่พัก ระหว่างนี้เองก็มีบรรดาเด็กที่อาสามาช่วยเหลือ
“แม่ แม่ โก้โก้ บอดี้การ์ดคิดแค่ 20 บาท“ เด็กตัวดำหน้าตาคล้ายพม่าปนแขก อาสาเดินตามพวกเราไปติดๆ กระจายเลือกจับคู่กับคนที่ถูกชะตา ภารกิจที่อาสาเหมือนกันหมดคือเป็นบอดี้การ์ดให้ ราคาเดียวกัน คือ 20 บาทตลอดทริป แต่ที่ต่างกันคือบางคนบอกว่า ชื่อรัชชานนท์ บางคนว่าชื่อรณพีร์ ตามคลื่นทีวีช่อง 3 ที่ส่งขึ้นไปถึง ฟังชื่อแล้วพวกผู้ใหญ่อย่างเราก็อดเอ็นดูไม่ได้ ต้องยอมมีบอดี้การ์ดกันเป็นแถว
เราค้างคืนกันที่นั่น 1 คืน เดินทางไปไหว้พระธาตุกันเสร็จสรรพด้วยความอิ่มเอมใจ พระธาตุอินทร์แขวนมีลักษณะเป็นก้อนสีทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนพร้อมจะตกลงมาได้ตลอดเวลา สร้างความมหัศจรรย์ให้เรายิ่งนัก ตามความเชื่อบอกว่า ใครมาไหว้เท่ากับได้ไหว้พระธาตุเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ และจะได้สั่งสมบุญบารมีไปเกิดร่วมกับพระศรีอาริยเมตตรัยทีเดียว
ก่อนเข้าที่พัก โกโก้หนุ่มน้อยมากระซิบบอก พรุ่งนี้ขอเป็นเงินไทยนะแม่นะ ดิฉันตั้งใจว่าจะให้สัก 100 บาท เพราะเจ้าตัวบอกว่าขอรับค่าจ้างแค่ 20 บาท
ฝนตกทั้งคืน แต่เราก็ไม่ท้อใจ เพราะได้ทำบุญกันเต็มที่แล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นจึงเตรียมเดินทางกลับ บรรดาบอดี้การ์ดมายืนถือร่มรออยู่หน้าโรงแรม ก่อนส่งขึ้นรถ พวกเราเตรียมเงินไว้ให้ พอเห็นแบงก์ร้อยไทย โกโก้ปราดเข้ามายกมือไหว้ แล้วพูดว่า ขอสองร้อยนะแม่นะ โกโก้ดูแลแม่ตลอดเลย แถมยังดูย่าให้อีกด้วย ย่าที่ว่าคือแม่ดิฉัน
ดิฉันมองดูโกโก้ รณพีร์ และรัชชานนท์ที่ยืนกันหน้าสลอน ตัดใจควักแบงก์ร้อยเพิ่มอีกใบ
ทำบุญแล้วต้องทำทานด้วย คิดแบบปลงๆ แล้วสั่งสอนคุณชายทั้งสามไปว่า อย่าไปเที่ยวใช้วิธีโก่งราคาค่าตัวกับนักท่องเที่ยวอื่นๆ เขาจะเกลียดคุณชายทั้งหลายเอา ไอ้ตัวน้อยพยักหน้ารับปากไปงั้นๆ
ดูเหมือนพระธาตุอินทร์แขวนมีสตอรี่ให้จดจำได้ทุกโมเมนต์ทีเดียว ทั้งรัก ทั้งชัง ในเวลาเดียวกัน.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: