รายงานพิเศษ : พัฒนาสายพันธุ์ข้าวเหนียวเขี้ยวงูกรามข้าวเล็กส่งเสริมปลูกใน‘เชียงราย’

Published กรกฎาคม 29, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/113755

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2557, 06.00 น.

113903

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

หลากหลายพันธุ์ข้าวของประเทศไทย ที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ในศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวแห่งชาติ หรือ Gene Bank ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไป และบางสายพันธุ์ก็นำออกมาเพื่อพัฒนา ผสม นำเอาข้อดีของแต่ละสายพันธุ์มารวมเข้าไว้ด้วยกันให้เกิดข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่เป็นที่ต้องการของตลาดและเหมาะสมกับการทำการเกษตรในปัจจุบัน

“ข้าวเหนียวเขี้ยวงู” เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่กรมการข้าวนำออกมาพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นใหม่อีกครั้งหลังจากที่ไม่มีข้าวสายพันธุ์นี้ปลูกในประเทศไทยมานาน ซึ่งข้าวเหนียวเขี้ยวงูที่วางขายอยู่ในตลาดทั่วไปนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวเหนียวพันธุ์ กข.6 ที่ผู้ประกอบการโรงสีนำมาผ่านกระบวนการขัดสีและขัดมันให้มากกว่าปกติ เพื่อให้มีลักษณะเมล็ดเล็ก หัวและท้ายแหลม เรียวยาวและมีความขาวมากกว่าข้าวเหนียวโดยทั่วไป

นายชาญพิทยา ฉิมพาลี อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า แหล่งเพาะปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงู ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แต่เดิมนั้นที่อำเภอแม่จันเป็นพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกกันอย่างแพร่หลาย
และจากการสำรวจพบว่า ในแต่ละปีมีการส่งข้าวเหนียวเขี้ยวงูให้กับจังหวัดในภาคกลาง โดยแต่ละปี มีปริมาณการขึ้นส่ง 250-350 ตัน ในราคาตันละ 40,000 บาท ซึ่งสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 10-15 ล้านบาท สาเหตุที่ข้าวเหนียวเขี้ยวงูมีราคาสูงเนื่องจากมีกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการขัดเงาหรือขัดสีเมล็ดที่มากครั้ง จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง ศูนย์วิจัยเชียงรายจึงเล็งเห็นว่า ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเป็นข้าวพื้นเมืองชนิดหนึ่งของจังหวัดเชียงรายจึงควรนำกลับมาปรับปรุงพัฒนาขึ้นมาใหม่อีกครั้งเพื่อทดแทนการนำข้าวเหนียว กข.6 มาผลิตเป็นข้าวเหนียวเขี้ยวงู ซึ่งจะทำให้สามารถลดขั้นตอนการผลิตและประหยัดค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่ง

ศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายได้นำเอาข้าวเหนียวเขี้ยวงูกลับมาทดลองปลูกตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 6 ปี จนได้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูสายพันธุ์ G.S.No.8974 ที่มีลักษณะประจำพันธุ์คือ เป็นข้าวที่ไว้ต่อช่วงแสง กอตั้ง ต้นแข็ง คอรวงยาว ระแง้ห่าง เมล็ดข้าวเปลือกเล็ก เรียวยาว ข้าวกล้องสีขาว มีความต้านทานต่อโรคไหม้และค่อนข้างต้านทานโรคขอบใบแห้ง ต้านทานเพลี้ยกระโดดหลังขาว เมื่อนึ่งหุงสุกแล้ว มีสีขาว นุ่ม เหนียวติดกันแต่ไม่เละมีความเลื่อมมันค่อนข้างมากและมีกลิ่นหอม มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในรูปแบบของวิตามินอี ทั้ง 3 Isomer (ไอโซเมอร์) มีบทบาทสำคัญในขบวนการ metabolism (เมตาบอริซึม)ในร่างกายโดยเฉพาะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลด คอเลสเตอรอล สูงถึง 5.32 มิลลิกรัมต่อรำ 100 กรัม อีกทั้งยังสารช่วยลดการเกิดปฏิกิริยา oxidation (อ๊อกซิเดชั่น) ซึ่งเป็นผลผลิตจาก คอเลสเตอรอล ที่อาจก่อให้เกิดสารประกอบที่ทำให้เป็นอันตรายต่อเซลล์ต่างๆ ในหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเส้นเลือดอุดตันในหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับปอดและโรคมะเร็ง รวมทั้งอาการผิดปกติของวัยทอง มีปริมาณ 188.2 มิลลิกรัมต่อรำ 100 กรัม

113903

113903

113903

ตลาดของข้าวเหนียวเขี้ยวงูส่วนใหญ่จะเป็นการแปรรูป โดยการนำมาทำเป็นของหวาน ซึ่งก็คือ ข้าวเหนียวมูน ผู้ประกอบการ
ส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจของหวานต่างเห็นตรงกันว่า ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเหมาะที่จะทำเป็นข้าวเหนียวมูนอีกทั้งมีรสชาติที่ดีกว่า ข้าวเหนียว กข.6 ที่วางขายตามท้องตลาด และนอกจากนี้ กรมการข้าวได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงพัฒนาการผลิตและการตลาดข้าวเหนียวเขี้ยวงู ร่วมกับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. ในการช่วยเหลือเกษตรกรให้เป็นผู้ผลิตสินค้าข้าวเหนียวเขี้ยวงู โดยมอบหมายให้ศูนย์วิจัยข้าวเชียงราย ดำเนินการคัดเลือกและกำกับเกษตรกรเป็นผู้ดำเนินการปลูกข้าวในแปลงนาสาธิต 10 ไร่ และหากได้ผลผลิตแล้ว อตก.จะเป็นผู้รับซื้อผลผลิตทั้งหมดในราคาที่ไม่ต่ำกว่าท้องตลาด และเนื่องจากข้าวเหนียวเขี้ยวงูเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดเชียงราย กรมการข้าวจึงมีแนวคิดที่จะนำข้าวเหนียวเขี้ยวงูขึ้นทะเบียนเป็นข้าว GI อีกชนิดหนึ่ง ทั้งนี้
คาดการณ์ว่าตลาดข้าวเหนียวเขี้ยวงูในประเทศและส่งออกจะมีมูลค่ากว่า 6,700 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงพร้อมกับ ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ชอบบริโภคข้าวเหนียวมูนโดยเฉพาะข้าวเหนียวมะม่วงและข้าวเหนียวทุเรียน

การส่งเสริมการปลูกข้าวเหนียวเขี้ยวงูในจังหวัดเชียงรายนี้ ถือเป็นการกระตุ้นตลาดข้าวพื้นเมืองให้กลับเป็นที่นิยมอีกครั้ง และกรมการข้าวได้เตรียมเสนอให้คณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ หลังจากที่ ข้าวสังข์หยด ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ได้กลับมาตีตลาดก่อนหน้านี้ รวมทั้งการนำข้าวปิ่นแก้วกลับมาเริ่มการทดลองและพัฒนาสายพันธุ์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร โดยในอนาคตตลาดข้าวจีไอ น่าจะเป็นการตอบโจทย์ให้กับเกษตรกรและผู้บริโภคซึ่งนอกจากจะมีความหลากหลายแล้ว คุณประโยชน์ของข้าวยังสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย ซึ่งสามารถสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: