รายงานพิเศษ : เร่งผลักดันมาตรฐานสินค้าพืช-ปศุสัตว์-ประมง

Published กรกฎาคม 6, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/109970

วันศุกร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557, 06.00 น.

110502

ปัจจุบันผู้บริโภคมีความห่วงใยต่อสุขภาพมากขึ้น และสนใจถึงแหล่งที่มาของสินค้าเกษตรและอาหาร รวมถึงอันตรายต่อสุขภาพจากการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัยหรือปนเปื้อนเชื้อโรคและสารพิษ ในขณะเดียวกันการค้าสินค้าเกษตรระหว่างประเทศ ได้มีการใช้มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชเป็นข้อกีดกันทางการค้าอย่างเข้มงวด ดังนั้น ความปลอดภัยทางด้านอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด

นายอนันต์  ลิลา  เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในปี 2557 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน เพื่อผลิตสินค้าเกษตรทั้งพืช ประมง และปศุสัตว์ ให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ตามการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice : GAP)  ในการนี้ สศก. จึงได้ติดตามผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าวและได้รวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2557  ถึงมาตรฐานด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง พบว่า มาตรฐานด้านพืช ได้ดำเนินการรับรองฟาร์มมาตรฐาน (GAP) ของเกษตรกร ได้แก่ ข้าว ผัก/ผลไม้ มีเป้าหมาย 161,300 ฟาร์ม ดำเนินการได้ 54,917 ฟาร์ม คิดเป็นร้อยละ 34 โดยส่วนใหญ่เกษตรกรทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมและเพื่อนบ้าน ซึ่งสาเหตุที่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากมีตลาดรองรับ/ใช้ใบรับรองในการขายผลผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นคุณภาพสินค้า สำหรับปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกษตรกรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คือ การส่งเสริมของเจ้าหน้าที่ และมีตลาดรองรับผลผลิตคุณภาพที่แน่นอน ทั้งโรงสีข้าวคุณภาพ โรงคัด/บรรจุ โรงแปรรูป และโมเดิร์นเทรด ซึ่งทำให้ระบบการผลิตสินค้ามีคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีหน่วยงานที่ดำเนินการด้านพืช ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว และกรมสงเสริมสหกรณ์ ที่รับผิดชอบตั้งแต่การส่งเสริม การอบรมถ่ายทอดความรู้ การตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม และการตรวจโรงคัดบรรจุ แปรรูป เป็นต้น

มาตรฐานด้านปศุสัตว์ ดำเนินการโดยกรมปศุสัตว์ สินค้าที่เน้น ได้แก่ ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสุกร ซึ่งการผลิต    ปศุสัตว์  ส่วนใหญ่มีระบบการเลี้ยงและการผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานอยู่แล้ว โดยเฉพาะเกษตรกรที่มีการเลี้ยงแบบพันธะสัญญาที่ต้องได้รับมาตรฐานการเลี้ยงเพื่อส่งผลผลิตให้แก่คู่สัญญาที่มีโรงคัดบรรจุ (ไข่ไก่) และโรงงาน    แปรรูปที่มีมาตรฐานต่อไป

มาตรฐานด้านประมง ดำเนินการโดยกรมประมง มีเป้าหมาย 32,008 ฟาร์ม ดำเนินการได้ 15,576 ฟาร์ม คิดเป็นร้อยละ 49 โดยการเลี้ยงกุ้งทะเลมีระบบการควบคุมที่เข้มงวดและเป็นระบบ ซึ่งเกษตรกรที่ต้องการส่งกุ้งให้ผู้รวบรวมผลผลิตที่ได้มาตรฐานจะต้องได้รับรองมาตรฐานฟาร์มก่อน และการปล่อยกุ้งต้องมีใบรับรองลูกกุ้งจากโรงเพาะฟัก อีกทั้งเมื่อจับจะต้องมีใบอนุญาตจับสัตว์น้ำ และตรวจสารตกค้างในผลผลิตก่อนจับ ในขณะที่ผู้รวบรวมผลผลิตและแปรรูปเบื้องต้นจะต้องได้รับมาตรฐาน (Good Manufacturing Practice : GMP) เพื่อรวบรวมกุ้งส่งโรงงานแปรรูปส่งออก เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับได้ในกรณีเกิดปัญหาขึ้น

“การดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ควรมีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ผลิตที่ต้องมีขั้นตอนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรมีการประชาสัมพันธ์สินค้าคุณภาพ (สัญลักษณ์ Q) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจว่าสินค้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง สศก. จะติดตามและรายงานผลโครงการของไตรมาส 3 อีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้” นายอนันต์ กล่าวทิ้งท้าย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: