รายงานพิเศษ : เปิดศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินเมืองสระบุรี โชว์สูตรปุ๋ยหมักและจุลินทรีย์น้ำนม

Published กรกฎาคม 6, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/110652

วันพุธ ที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2557, 06.00 น.

113407กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงกระจายอยู่ตามพื้นที่ ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดินรูปแบบต่างๆ ให้เกษตรกรและผู้สนใจ ได้เข้าไปศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของตนเอง

นายทศพร ปุระสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสระบุรี สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 กรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น สาเหตุหนึ่งเกิดจากการปลูกพืชชนิดเดียวซ้ำกันทุกปี และมีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องโดยขาดการปรับปรุงบำรุงดิน ส่งผลให้ทรัพยากรดินซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการผลิตพืชผลทางการเกษตรเกิดความเสื่อมโทรมผลผลิตไม่ได้คุณภาพและปริมาณที่เหมาะสม อีกทั้งเกษตรกรมักจะใช้ปุ๋ยและสารเคมีเพิ่มขึ้นไปเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต เป็นผลให้ต้นทุนการผลิตยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีก

113407

ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ของนายบุญลือ เต้าแก้ว หมอดินอาสาประจำอำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ถือเป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินฯ ที่สามารถเป็นต้นแบบที่เหมาะกับยุคที่ต้นทุนการผลิตไม่สอดคล้องกับรายได้ของเกษตรกรอย่างในทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเน้นไปที่การพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุดเนื่องจากหมอดินบุญลือ มีการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างลงตัว ทำเกษตรผสมผสานตามแนวทฤษฎีใหม่ ปลูกข้าว พืชผักสวนครัว ไม้ผล เลี้ยงสุกร กบ ปลา ทั้งยังทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหรือของที่หมดคุณค่าให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์เพิ่มพูนผลผลิตพืชผลทางการเกษตรและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่และตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมี ผลิตปุ๋ยคุณภาพสูตรต่างๆ ไว้ใช้เอง ช่วยลดต้นทุนการผลิตและยังปลอดภัยต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค

113407

หมอดินบุญลือ เล่าว่า ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของตนนั้น เกิดขึ้นมาได้ด้วยการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินสระบุรี ในการถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน การปรับปรุงบำรุงดิน การทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ รวมถึงสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ มากมาย ซึ่งตนได้นำแนวทางไปประยุกต์ใช้ผสมกับภูมิปัญญาที่สั่งสมมา จนเกิดเป็นปุ๋ยสูตรต่างๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างครบครัน และพร้อมที่จะถ่ายทอดให้กับเกษตรกรและผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาและนำไปใช้ในพื้นที่ของเขาต่อไป ซึ่งศูนย์เรียนรู้แห่งนี้จะแบ่งออกเป็น 5 ฐานเรียนรู้ ประกอบไปด้วย 1.ฐานการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักจุลินทรีย์จากสารเร่งพด. ซึ่งตนคิดค้นขึ้นมาเรียกว่า “ปุ๋ยสูตร 5 ส คือ สด สะอาด สะดวก สบาย บริสุทธิ์” มีส่วนผสมจากมูลหมู มูลไก่ มูลค้างคาว แกลบ รำอ่อนและแกลบดำอย่างละ 1 กระสอบ แล้วนำกากน้ำตาล 1 กก. หัวเชื้อสารเร่งพด. 2 และ พด.6 อย่างละ 1 ลิตร ผสมในน้ำ 100 ลิตร คนให้เข้ากันแล้วนำมาราดบนกองวัสดุที่เตรียมไว้ จากนั้นใส่กระสอบทิ้งไว้ 7-10 วัน สามารถนำไปใช้ได้กับพืชผัก ผลไม้ต่างๆ

113407

ส่วนจุลินทรีย์ ก็คิดค้นขึ้นมาโดยเน้นใช้วัตถุดิบที่ค่อนข้างหาง่ายในพื้นที่เพราะจังหวัดสระบุรีเป็นแหล่งเลี้ยงโคนม  จึงมีน้ำนมดิบที่คุณภาพต่ำหรือหมดอายุแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็จะนำมาทำเป็นจุลินทรีย์น้ำนมสูตรเร่งการเจริญเติบโต สูตรช่วยย่อยสบายฟางในนาข้าว เช่น สูตรเร่งการเจริญเติบโต มีส่วนผสมดังนี้ น้ำนมดิบ 100 ลิตร ผสมกับเศษปลาหมัก มูลค้างคาวหมัก หัวเชื้อสารเร่งพด. 2 และ พด.6 อย่างละ 4 ลิตร ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ 1 เดือน สามารถนำไปใช้กับนาข้าว พืชผัก ข้าวโพด อ้อย ยางพารา เป็นต้น

สำหรับฐานเรียนรู้ที่ 2 เรื่องการปรับปรุงบำรุงดินและการใช้ดินในการปลูกพืชอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฐานที่ 3 การดูแลผลไม้ เน้นวิธีการปลูกและดูแลผลผลิตให้ได้คุณภาพ ฐานที่ 4 การเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ ไก่ไข่ เป็ดไข่ หมู ฐานที่ 5 เรื่องประมงคือการเลี้ยงกบและปลา เรียกว่ามาที่นี่จะได้รับความรู้ด้านการเกษตรรอบด้านทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำประมง โดยเฉพาะการทำปุ๋ยอย่างง่ายไว้ใช้เอง

หมอดินบุญลือ กล่าวต่ออีกว่า ตนทำปุ๋ยใช้เองมา 8-9 ปีแล้ว ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องของสุขภาพดีขึ้นและดินก็ดีขึ้น ผลผลิตทั้งพืชผักก็มีให้เก็บทุกวัน ผลไม้ที่ปลูกทั้งขนุน มะม่วง มะพร้าว ก็ทยอยออกผลต่อเนื่องไม่ได้มีแค่เป็นรุ่นสองรุ่นแล้วหมด จะออกประมาณ 2 เดือนครั้งก็เก็บขายได้ตลอด และที่เห็นเด่นชัดคือนาข้าวจากเดิมเคยปลูกได้ผลผลิตประมาณ 50-60 ถัง/ไร่เมื่อใช้ปุ๋ยสูตร 5 ส ร่วมกับจุลินทรีย์น้ำนม และปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบำรุงดิน ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 90 ถัง ตั้งแต่หันมายึดแนวทางเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการพึ่งพาตนเองนั้นต้นทุนการผลิตลดลงมาก และชีวิตก็มีความมั่นคง

“อยากให้เกษตรกรหันกลับมาใส่ใจดินของท่านปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ และลองยึดแนวทางเกษตรอินทรีย์ ทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพทดแทนปุ๋ยเคมี นอกจากต้นทุนจะลดลงแล้ว พืชผักก็ปลอดภัย ตัวเกษตรกรและผู้บริโภคก็จะปลอดภัย อยากให้ลองเข้ามาศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของตนก่อนก็ได้ ถ้าสนใจติดต่อมาได้ที่เบอร์ 082-7201677” นายบุญลือ กล่าวฝาก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: