ปัญหาเกษตรที่นี่มีคำตอบ : การใช้ปุ๋ยทางใบ

Published กรกฎาคม 6, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/110805

วันพฤหัสบดี ที่ 03 กรกฎาคม พ.ศ. 2557, 06.00 น.

113407คำถาม   ผมใช้ปุ๋ยทางใบเป็นประจำครับ เลยอยากทราบว่า ปุ๋ยทางใบมีกี่ชนิด มีข้อดีข้อเสียในการใช้อย่างไรบ้าง และแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไรครับ

สันท์นที สุทธิชัย

เขตหนองจอก กทม.

 

คำตอบ   ปุ๋ยทางใบ เป็นปุ๋ยที่เป็นสารละลายแล้ว ฉีดพ่นทางใบ เพื่อให้ธาตุอาหารแก่พืช ใบพืชอยู่ในอากาศ จะมีโอกาสดูดธาตุอาหารได้เฉพาะ จากสารละลายที่มาสัมผัสใบเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ใบจึงได้รับธาตุอาหารตามธรรมชาติจากน้ำฝนและน้ำค้าง การฉีดพ่นปุ๋ยทางใบให้แก่พืช เป็นการช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารได้มากขึ้นและเร็วขึ้น

ชนิดของปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยทางใบที่ใช้กันอยู่มี 2 ชนิด คือ ปุ๋ยเกล็ด เป็นปุ๋ยเคมีชนิดแข็งที่มีสภาพเป็นรูปผลึกของสารประกอบ ผลิตจากการนำแม่ปุ๋ยชนิดต่างๆ มาผสมกัน ให้ได้สูตรที่ต้องการ เป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำง่าย ส่วนปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเหลว เป็นปุ๋ยที่ได้จากการละลายแม่ปุ๋ยในน้ำให้ได้สัดส่วนเป็นปุ๋ยสูตรต่างๆ โดยที่แม่ปุ๋ยจะถูกละลายได้ทั้งหมด วิธีใช้ปุ๋ยเพียงแต่นำมาเจือจางด้วยน้ำในอัตราที่พอเหมาะ แล้วนำไปฉีดพ่นพืชได้ทันที

113407

ข้อดีของปุ๋ยทางใบ จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากการย้ายปลูกและตั้งตัวได้แล้ว สามารถใช้กับอาการขาดธาตุอาหารในระยะแรกๆ ได้ดี  อาจใช้ผสมกับการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคแมลง และควบคุมวัชพืชได้ เป็นการประหยัดแรงงาน หรือจะใช้กับพืชที่ปลูกในดินที่มีปัญหา เช่น ดินเค็ม ดินเปรี้ยวจัด ดินทรายจัด ดินเหนียวจัด หรือดินที่มีปัจจัยแวดล้อมขวางการดูดใช้ธาตุอาหารทางระบบราก  ยังใช้ในการเสริมธาตุอาหารหลัก คือ ไนโตรเจน ในรูปปุ๋ยยูเรีย และการให้ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริมแก่พืช ทั้งนี้เพราะ พืชสามารถดูดธาตุอาหารโดยทางใบได้มากกว่า และเร็วกว่าการดูดทางราก จึงใช้ประโยชน์จากธาตุอาหารได้เร็ว ช่วยให้พืชฟื้นตัวเร็วหลักจากชะงัก เนื่องจากกระทบแล้งหรือถูกโรคแมลงทำลาย นอกจากนี้แล้ว ปุ๋ยน้ำ มีความสม่ำเสมอของเนื้อปุ๋ยแน่นอนกว่าปุ๋ยเกล็ด มีปริมาณเนื้อปุ๋ยรวมสูงกว่าปุ๋ยเกล็ด ทำให้ทุ่นค่าใช้จ่ายในการขนส่งมากกว่า ปุ๋ยน้ำผลิตง่ายและเปลี่ยนแปลงปรับปรุงสูตรได้ง่าย จึงผลิตได้มากสูตรกว่าปุ๋ยชนิดเกล็ด ซึ่งจะง่ายต่อการขนส่งและการใช้ด้วย

ข้อเสียของปุ๋ยทางใบ โดยทั่วไปการใช้ปุ๋ยทางใบเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถจะให้ธาตุอาหารแก่พืชได้อย่างเพียงพอในปริมาณที่เท่าเทียมกับปุ๋ยทางดิน เพราะถ้าให้ในระดับความเข้มข้นสูงเกินไป อาจทำให้พืชใบไหม้ การให้ปุ๋ยทางใบเพียงอย่างเดียว จะทำได้เฉพาะกับพืชที่ให้ผลตอบแทนสูงมากเท่านั้น เพราะจะต้องให้ปุ๋ยบ่อยครั้งตามกำหนดเวลาอย่างสม่ำเสมอ

ปุ๋ยเกล็ด มักมีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้ง่ายกว่าปุ๋ยเม็ด แม้จะมีการใส่สารป้องกันความชื้นแล้วก็ตาม ทำให้เสื่อมคุณภาพเร็ว ราคาต่อหน่วยของธาตุอาหารในปุ๋ยเกล็ดสูงกว่าราคาต่อหน่วยของธาตุอาหารในปุ๋ยเม็ดมาก เพราะแม่ปุ๋ยที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยผสมชนิดเกล็ดมีราคาแพงกว่า

 ปุ๋ยน้ำ ชนิดสารละลายไม่สามารถผลิตให้มีเกรดสูงๆได้ โดยทั่วไปมักมีปริมาณของธาตุอาหารรวมของ NPK ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ ปุ๋ยน้ำละลายธาตุอาหารเสริมและธาตุอาหารรองได้น้อย ยกเว้นปุ๋ยน้ำที่ใช้แม่ปุ๋ยในรูปของสารประกอบพวกโพลิฟอสเฟตและสารคีเลต ปุ๋ยน้ำโดยทั่วไปจะควบคุมคุณภาพได้ยากกว่าปุ๋ยเม็ดและปุ๋ยเกล็ด ราคาต่อหน่วยของธาตุอาหารในปุ๋ยน้ำสูงกว่าราคาต่อหน่วยของธาตุอาหารในปุ๋ยเม็ดและปุ๋ยเกล็ด และมีเกรดที่ต่ำกว่าด้วย

คุณสมบัติที่ดีของปุ๋ยทางใบ คือมีสูตรสูง อย่างน้อยควรมีส่วนผสมรวมของ NPK ไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปุ๋ยน้ำ และ 60 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปุ๋ยเกล็ด ควรประกอบด้วยธาตุอาหารเสริมบางธาตุ หรือหลายๆ ธาตุนอกเหนือจากธาตุอาหารหลัก ควรเป็นปุ๋ยที่สามารถละลายน้ำได้เร็วและละลายน้ำได้ทั้งหมด ควรอยู่ในรูปผลึกขนาดเล็ก ที่มีความบริสุทธิ์สูง ไม่ชื้นง่าย และไม่ควรมีค่าความชื้นมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์

สุดท้าย ขอฝากเรื่องการใสปุ๋ยที่ดี ต้องใช้หลัก 5 ถูก คือ ถูกต้อง (ตามหลักวิชาการ) ถูกชนิด (ชนิดของพืช) ถูกเวลา (วัน/เดือน/ปี เช้า/เย็น) ถูกปริมาณ (อัตราส่วน/ไร่/ต้น) และถูกวิธี (ทางดิน/ทางใบ) …นะครับ

นาย รัตวิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: