สั่งย้ายขรก.ขั้วอำนาจเก่าเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน

Published มิถุนายน 23, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140616/186542.html

การเมือง : ทัศนะบทความ
วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน 2557

สั่งย้ายขรก.ขั้วอำนาจเก่าเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน : สำนักข่าวเนชั่น โดย ขนิษฐา เทพจร

 

                การเข้ายึดอำนาจการปกครอง โดย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นได้ชัดว่า พยายามใช้กำลังและมันสมองของเครือข่ายทหารปรับสภาพของบ้านเมืองให้อยู่ในความเรียบร้อย

โดยหนึ่งในมาตรการของการควบคุม ที่ถือเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานที่ละเว้นไปไม่ได้ นับจากเหตุการณ์ในอดีตถึงปัจจุบัน คือ มาตรการสลายขั้วอำนาจ-กลุ่มอิทธิพลเก่า

ดังนั้นเราจึงได้เห็นคำสั่ง-ประกาศ คสช. ที่ไล่เรียงตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงคำสั่งฉบับที่ 62/2557 เฉพาะการสั่งย้ายข้าราชการระดับสูงให้ไปอยู่ในความควบคุม-จำกัดอำนาจสั่งการ ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึง 9 คน ไดแก่ 1.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ฐานะรองหัวหน้า คสช. 2.ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 3.พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม 4.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) 5.ชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยทั้ง 5 ให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ

6.สุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 7.อรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด และ 8.สุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) โดย 3 รายนี้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักปลัดสำนักนายกฯ ขณะที่ข้าราชการคนที่ 9 คือ ธงทอง จันทรางศุ ถือเป็นข้าราชการเพียงคนเดียวที่ถูกคำสั่งปลดจากตำแหน่งปลัดสำนักนายกฯ แต่ยังได้สิทธิ์ทำงานตามคำสั่ง ณ สำนักนายกฯ

ที่มาของคำสั่งเด้ง!! คาดเดาไปต่างๆ นานา แต่หลักๆ ถูกมองว่า เพื่อสลายอำนาจกลุ่มอิทธิพลพรรคเพื่อไทยในสายข้าราชการประจำที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าแก้ปัญหา และหวังปรับโครงสร้างทางอำนาจใหม่

ต้องยอมรับว่า ในอาณาจักรของกระทรวง-ทบวง-กรมต่างๆ ที่ประกอบเป็นโครงสร้างการใช้อำนาจรัฐ ล้วนมีปัญหาสะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเปลี่ยนหัวหน้าองค์กรใหม่ กี่คนต่อกี่คนก็ไม่สามารถสะสางได้ เช่น สภาผู้แทนราษฎร ที่มีข่าวฉาวโฉ่เรื่อง งาบงบประมาณทั้งในที่ลับและที่แจ้ง หรือโยกย้ายข้าราชการในสังกัดอย่างไม่ยุติธรรม ยุติธรรม  ล้วนมีมูลเหตุจากนักการเมืองผู้มีอำนาจขณะนั้นเปิดโอกาสให้ข้าราชการประจำใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้องแบบไร้กรอบจำกัด

จากคำสัมภาษณ์ของ “เลขาธิการสภา” ในวันที่ไปรายงานตัวต่อสำนักปลัดสำนักนายกฯ ที่ตอบคำถามของสื่อมวลชน ต่อการทำงานที่ดูเหมือนเอนเอียงไปทางพรรคเพื่อไทยมากกว่ากลุ่มการเมืองอื่น เจ้าตัวยืนยันถึงการทำงานที่เป็นกลางตามกติกา แต่ด้วยเพราะต้องทำงานสนอง “เจ้านาย” ที่มีอยู่เกือบ 700 คน ทั้งในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแล้ว การทำงานจึงต้องเป็นกลไกให้แก่การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ทรงเกียรติ

“ผมทำงานที่สภามาถึง 37 ปี รู้ทุกอย่างว่าในสภาเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะผ่านไปได้ด้วยดี รอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติปฏิรูปให้ได้ แล้วประเทศจะเดินหน้าไปได้ดีและมั่นคง” สุวิจักขณ์ เปิดใจ

นั่นถือเป็นประโยคชี้จุด-หัวใจแห่งปัญหา ที่สั่งสมในวงงานนิติบัญญัติมาอย่างยาวนาน

ขณะที่หลายองค์กร ซึ่ง “หัวขบวน” ถูกโยกย้ายหลัง คสช.ยึดอำนาจ ต่างเผชิญกับปัญหาที่ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงการทำงาน ด้วยตัวเลือกที่ข้าราชการประจำมีไม่มากนัก พวกเขาจึงจำยอมที่จะปฏิบัติตามคำบงการของนักการเมืองอย่างไร้ข้อโต้แย้ง ดังนั้นเมื่อหัวหน้า คสช.ตั้งปณิธานไว้แน่วแน่ถึงการปฏิรูปประเทศ อย่างน้อยควรรับฟังถึงความหนักใจของเหล่าข้าราชการประจำไว้บ้าง เพื่อจะสามารถเกาได้ถูกที่คัน

ทั้งนี้ บทเพื่อพิสูจน์แรกที่จะแสดงให้สังคมเห็นว่า เข้ายึดอำนาจก็เพื่อให้เกิดการปฏิรูป ไม่ใช่เพื่อมาสร้างอาณาจักรใหม่ คือ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ” (สนช.) โดยต้องไม่ปล่อยให้สมาชิก สนช.ที่จะตั้งเข้ามาแสวงหาประโยชน์เหมือนอดีตที่ผ่านมา

……………………………………

(หมายเหตุ : สั่งย้ายขรก.ขั้วอำนาจเก่าเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน : สำนักข่าวเนชั่น โดย ขนิษฐา เทพจร)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: