‘สนช.-สภาปฏิรูป’รูปแบบที่ตอบโจทย์

Published มิถุนายน 23, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140611/186277.html

การเมือง : ทัศนะบทความ
วันพุธที่ 11 มิถุนายน 2557

‘สนช.-สภาปฏิรูป’รูปแบบที่ตอบโจทย์ : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน

 

               หากดูโรดแม็พของการรัฐประหารจะเห็นได้ว่าสามารถแบ่งเป้าหมายเป็นสามระยะ  1.ระยะบริหารประเทศและควบคุมความสงบเรียบร้อย 2.ระยะที่มีธรรมนูญการปกครองชั่วคราว มีรัฐบาลบริหารประเทศ ควบคู่ไปกับการปฏิรูป และ 3.การเลือกตั้ง

ตอนนี้หลายคนคงได้เห็นฝีมือในการบริหารงานของ คสช.ไปบ้างแล้ว ซึ่งหลายคนพออกพอใจ ขณะที่อีกหลายคนยังจับตารอดูผลสัมฤทธิ์ โดยเฉพาะงานด้านเศรษฐกิจ

แต่สิ่งที่คนยังสงสัยและรอดู คือ งานระยะที่สอง ในส่วนของการร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ซึ่งจะเป็นแม่แบบของประเทศในช่วงที่ยังไม่มีการเลือกตั้งว่าจะออกมาอย่างไร มีองค์กรบริหารในรูปแบบไหน และองค์กรนิติบัญญติ รวมถึงสภาปฏิรูปที่พูดถึงจะออกมาในลักษณะไหน

อย่างแรกที่ไม่น่าจะเหนือความคาดหมาย คือรัฐบาล ซึ่งน่าจะมีนายกฯ และรัฐมนตรีเหมือนภาวะปกติ ดังนั้นเกี่ยวกับรัฐบาลสิ่งที่น่าสนใจคือ ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมากกว่า

โดยนายกฯ นั้นอาจจะต้องถูกจับตาว่า ระหว่าง หัวหน้า คสช. หรือ นายกฯ ว่าใครจะมีอำนาจมากกว่ากันหรือมีอำนาจเสมอกันเพื่อทำงานควบคู่ไปสองขา แต่ที่แน่ๆ คืออย่างน้อย “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ต้องไว้ใจมากๆ

ขณะที่ในส่วนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ต้องดูว่า คสช.จะใช้ตัวแบบไหนในการเลือก หากย้อนอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมี สนช.มาแล้ว 5 ครั้ง ครั้งแรกเป็นในสมัยของจอมพลถนอม กิตติขจร ในปี 2515 มีทั้งสิ้น 299 คน ครั้งที่สอง คือปี 2516 หลังเหตุการณ์ “14 ตุลา” โดยโมเดลในครั้งนั้นมีการแต่งตั้งสมัชชาแห่งชาติจำนวน 2,347 คน และให้มาเลือกกันเองเหลือ 299 คน และ สนช.ชุดนี้ยังทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญอีกด้วย

ส่วน สนช.ชุดที่สาม เกิดขึ้นในปี 2520 สืบเนื่องจากการทำรัฐประหารของ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ มีจำนวน 360 คน และชุดที่สี่ เกิดในปี 2534 จากการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) มีจำนวน 292 คน และครั้งล่าสุดในปี 2549 จากการทำรัฐประหารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยมีสมาชิก 242 คน

ทั้งนี้ครั้งหลังๆ การมีสภานิติบัญญัติจะนำมาจากกลุ่มอาชีพ และเลือกโดยผู้ทำรัฐประหาร และมักจะไม่กำหนดจำนวนตายตัว แต่จะใช้วิธีกำหนดจำนวนขั้นต่ำ และขั้นสูงเอา อย่างชุดปี 2520 ก็กำหนดว่าอยู่ระหว่าง 300-400 คน หรือในปี 2534 ก็ระบุว่าขั้นต่ำ 200 คน แต่ไม่เกิน 300 คน หรือในปี 2549 ก็ระบุเรื่องจำนวนขั้นสูงสุดเอาไว้ 250 คน

นอกจากนี้ ส่วนที่น่าจับตาอีกคือ “สภาปฏิรูป” เพราะครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหากมีการร่างอาจจะเป็นผู้ทำด้วยตัวเอง แต่หากไม่ได้ร่างเองก็จะต้องใช้กรอบการปฏิรูปที่ “สภาชุดนี้” ทำเป็นกรอบในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยสภาปฏิรูปอาจมีหน้าที่คล้ายกับคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของรัฐธรรมนูญฉบับ 2550

ทีนี้เราก็ต้องมาลุ้นกันด้วยว่า รูปแบบของ “สภาปฏิรูป” จะเป็นอย่างไร หากยึดเอา “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” อย่างในอดีตเป็นต้นแบบ เราก็จะพบว่ามีอย่างหลากหลาย อย่างในปี 2539 ก็มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม 76 คน และมีตัวแทนนักวิชาการ เสนอรายชื่อโดยสถาบันการศึกษา จำนวน 23 คน รวม 99 คน

หรืออย่างปี 2550 ซึ่งเป็นสมัย คมช.ก็หยิบโมเดล “สมัชชาแห่งชาติ” ปี 2516 มาใช้ โดยตั้งเป็น “สมัชชาแห่งชาติ พ.ศ.2549” จำนวน 1,982 คน จากนั้นให้คัดเลือกกันเอง เหลือ 200 คน และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติทำการคัดเลือกเหลือ 100 คน นอกจากนี้ในขั้นตอนการยกร่าง คมช.ก็ส่งตัวแทนมาร่วมเป็นกรรมาธิการยกร่างอีก 10 คนด้วย

จะเห็นได้ว่า ทั้งรูปแบบของ “สนช. และ สภาปฏิรูป” ไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัว หากแต่ปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับภารกิจ และสิ่งที่น่าตามต่อคือ ผลการทำงานของทั้งสองสภาจะเข้าตาและตอบโจทย์ประเทศไทยหรือไม่

—————————————————

(หมายเหตุ : ‘สนช.-สภาปฏิรูป’รูปแบบที่ตอบโจทย์ : อรรถยุทธ บุตรศรีภูมิรายงาน)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: