กระบวนการยุติธรรมกับการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศ

Published มิถุนายน 23, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20140613/186398.html

การเมือง : คอลัมน์เด็ด
วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2557

กระบวนการยุติธรรมกับการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศ : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์

 

               กฎหมายอาญาของประเทศไทยมีอายุยาวนานกว่าห้าทศวรรษ มีการใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นฐานในการพิจารณาโทษานุโทษของผู้กระทำความผิดทางอาญามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 แต่ที่เก่ายิ่งกว่าคือ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่มีมาก่อนร่วมๆ ยี่สิบปีเต็ม (ฉบับต้นทาง คือ พ.ศ.2477) แน่นอนว่าการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้ได้มีมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเรามีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายหรือคณะทำงานชุดต่างๆ ของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการกฤษฎีกาและอื่นๆ ต่างได้นำเสนอการแก้ไขชำระข้อกฎหมายให้ทันสมัย ก็ยังคงมีจุดอ่อนข้อบกพร่องอยู่หลายเรื่อง บางครั้งได้กลายเป็นปัญหาสร้างความเหลื่อมล้ำในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอยู่เนืองๆ ทำให้บางคนมองว่ากฎหมายมีช่องโหว่และผู้ซึ่งสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมทั้งด้วยความรู้ความสามารถและทรัพยากรต่างๆ จะได้เปรียบมากกว่า

ทำให้ต้องมาคิดตรองดูว่า ในท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการยกเครื่องปฏิรูปประเทศอย่างขนานใหญ่โดยประชาชนทุกหมู่เหล่า ในวันที่โอกาสสำคัญอยู่ในมือของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นควรจะต้องพิจารณาให้ชัดเจนเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้ได้ว่า จะทำอย่างไรกับกฎเกณฑ์กติกาหลายๆ อย่าง ตั้งแต่บทลงโทษ ทั้งที่เป็นค่าปรับ การลงทัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึง กระบวนกรรมวิธีทางการดำเนินคดีอาญาซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนทุกเพศวัย ให้ได้เห็นร่องรอยของข้อกฎหมายที่ชำรุดบกพร่องก่อเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันในทางยุติธรรม เพื่อหาทางกำจัดจุดอ่อนเหล่านั้นให้จงได้

ตัวอย่างล่าสุด ซึ่งเป็นอุทาหรณ์สำคัญ คือ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งตามข่าวในสื่อต่างๆ อ้างว่า “เป็นลมชัก” ขับรถเกิดอุบัติเหตุทำให้เด็กนักเรียนบาดเจ็บล้มตายนับสิบคน ถือเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ในวันนี้ยังไม่ชัดเจนนักว่า นอกจากการเยี่ยมปลอบขวัญผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ไม่แน่ใจนักว่ากระบวนการรับผิดทางสังคมที่ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายใดๆ เขียนไว้ ได้มีใครตระหนักคิดถึงบ้างไหม เช่น เคยเห็นการแสดงความรับผิดชอบของบุคคลสาธารณะต่างๆ ขอลาออกจากตำแหน่ง บางคนที่มีฐานะและสถานภาพทางสังคมสูงบางรายในต่างประเทศ หาทางเยียวยาด้วยการตั้งกองทุนหรือหาช่องทางส่งเสริมให้ความรู้ เตือนสติผู้คนทั่วๆ ไป ขณะเดียวกันก็ควรพิจารณาว่าเราจะดำเนินการประการใดกับ “ข้อบัญญัติในกฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญาในกรณีกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” คล้ายๆ กันนี้บ้างหรือไม่อย่างไร เนื่องด้วยเคยมีเหตุการณ์กระทำการด้วยประมาทก็ดี หรือ การมีข้ออ้างเกี่ยวกับความเจ็บป่วยทางกายทางใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญาค่อนข้างบ่อยครั้งมากขึ้น สังเกตได้จากข่าวสารทางสื่อสารมวลชนในระยะหลัง

โดยที่หลักกฎหมายของบ้านเราถือเอา “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา” เพราะระบบกฎหมายอยู่ในลักษณะของการกล่าวหากัน ซึ่งใครเป็นผู้กล่าวหา บุคคลนั้นจะต้องรับภาระในการพิสูจน์การกระทำความผิดของบุคคลที่ตนกล่าวหา ทำให้มีเรื่องที่น่าจะยากยิ่งสำหรับผู้ซึ่งไม่สามารถมีทุนรอนหรือทรัพยากรมาก

อย่างในประเด็น “ผู้กระทำความผิดอ้างความเจ็บป่วย” ถือเป็นเรื่องน่าเห็นอกเห็นใจ  หากข้ออ้างนั้นๆ มีมูลความจริง เพราะกระบวนการในการพิสูจน์ทางการแพทย์และการสาธารณสุขสามารถศึกษาวิเคราะห์ ทั้งเจตนา (intent) รวมไปถึงมูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิด (motive) ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์และวิชาชีพเฉพาะทางอื่นๆ แต่ ภาระการพิสูจน์เป็นสิ่งที่ทางฝ่ายผู้กล่าวหา (หรือฝ่ายโจทก์) จะต้องดำเนินการให้ศาลเห็นพ้องว่า จำเลยได้กระทำความผิดจริง” ซึ่งในส่วนของ “เจตนาในการกระทำความผิด” ยังไม่ยากเท่ากับการหามูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิด (motive) ที่อาจต้องมีกระบวนการสืบค้นพิสูจน์ทราบทั้งใช้เวลาและถึงท้ายสุดกระบวนการยุติธรรมอาจไม่สามารถทราบได้แน่ชัดว่าจำเลยมีมูลเหตุจูงใจใดๆ อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดหรือไม่ แต่ที่ได้เห็นกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลได้นำเอาวิธีการ “คุมประพฤติ (probation)” มาใช้ และให้มีการสืบเสาะหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินวินิจฉัยของศาล ถือเป็นความก้าวหน้าแต่อาจยังมีข้อจำกัดอยู่ในคดีที่โทษค่อนข้างไม่รุนแรงอยู่ในขอบอำนาจที่ศาลจะสามารถสั่งคุมประพฤติได้ ทั้งนี้ อาจด้วยขาดปัจจัยงบประมาณ บุคลากร และกระบวนการทางเทคนิคสมัยใหม่ ทำให้มาตรการในการ “สืบเสาะหาข้อมูลในเชิงลึกเพื่อให้ได้รับทราบและเข้าถึงแรงจูงใจของจำเลย” ในคดีสำคัญต่างๆ หรือคดีที่มีอัตราโทษสูงกว่านี้ ยังไม่ค่อยได้รับการดำเนินการในทางปฏิบัติเด่นชัดเท่ากับในบางคดีที่มูลฐานความผิดและอัตราโทษที่ได้รับอยู่ในข่ายที่สามารถวางมาตรการ “คุมประพฤติผู้กระทำความผิด” ได้

ในเมื่อการปฏิรูปกฎหมายเป็นเรื่องเร่งด่วนเรื่องหนึ่งของ คสช. ผมก็ใคร่ฝากข้อคิดความเห็นในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มีรายละเอียดอีกมาก แต่ได้ยกตัวอย่างมานี้พ่วงไปกับขบวนการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: