ผู้หญิงท่องโลก

Published พฤษภาคม 3, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/tabloid/130414/88899

สาระน่ารู้
Sunday, 13 April, 2014 – 00:00
.
สว่างใจเมื่อดูผ้าไหม..บ้านท่าสว่าง
ดิฉันเป็นคนชอบดูเรื่องผ้า และการทอผ้าสารพัดชนิด แต่ไม่ได้ถือว่าตัวเองเป็นคนที่มีความรู้หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้แต่อย่างใด
กลับมาจากหมู่บ้านท่าสว่าง จังหวัดสุรินทร์หลายวันแล้ว
แต่ใจยังนึกถึงเรื่องราวของหมู่บ้านนี้อยู่ตลอด
ท่าสว่าง เป็นชื่อหมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดสุรินทร์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการทอผ้าไหม และที่โด่งดังมากก็คือ การทอผ้าไหมยกทองของกลุ่มจันทร์โสมา ซึ่งมีอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย เป็นผู้ฟื้นฟูขึ้นมาจนทำให้พวกเราโชคดีให้เห็นสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาอันมีคุณค่าอีกครั้ง
ไอร้อนผ่อนคลาย กลายมาเป็นความเย็นเมื่อเดินเข้ามาในเขตบ้านจันทร์โสมาที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย มองเห็นลานดินโล่ง อ่างดินสำหรับใส่น้ำครามย้อมผ้าวางเรียงรายอยู่เป็นแถว คุณป้าสองสามคนกำลังนั่งตำครั่ง เตรียมการสาธิตกระบวนการทำและทอผ้าให้คณะผู้มาเยือนดู
พวกเราใช้เวลากันที่นี่นานพอสมควร เพราะการทอผ้านั้น มีหลายขั้นตอน กว่าจะย้อมสี กว่าจะทอ โดยแต่ละขั้นนั้นมีรายละเอียดมากมาย ใครที่เคยไปดูชาวบ้านทอผ้าคงจะเข้าใจ และด้วยความเนิ่นนาน ถ้าภาษาการตลาดก็เรียกว่าทำไม่ทันกินนี่เอง ก็เลยทำให้คนส่วนใหญ่นิยมหันไปใช้ผ้าที่ทอจากเครื่องจักร หรือผ้าทอจากระบบอุตสาหกรรมแทน เพราะแน่นอนว่าราคาก็ถูกกว่าเลือกซื้อได้ทันใจมากกว่า
ความต่างระหว่างการใช้เครื่องจักรกับคนก็คือ เครื่องจักรนั้นอึด ทำได้ทั้งวันทั้งคืน การผลิตจึงออกมาตรงตามเวลา ถ้ามันไม่เจ๊งเสียก่อน สั่งให้ทำแบบไหนมันก็ทำทื่อๆ ไม่มีความคิดเห็นใดๆ ทั้งสิ้น แต่ผ้าที่ใช้คนทอ ใช้มือทอนี่สิ กว่าจะได้ขึ้นมาสักเซ็น สักนิ้วหนึ่ง นั่งทอกันทั้งวัน เพราะคนมีเหนื่อย มีหิว ต้องมีเวลาพัก แต่สิ่งที่ทดแทนกันก็คือ คนใส่หัวใจ เทความรัก เติมความรู้สึกลงไปในงานที่ทำได้ ยิ่งผ้าไหมยกทองที่บ้านจันทร์โสมาด้วยแล้ว ความพิถีพิถัน ความยาก ความละเอียดในการทอออกมาตามลวดลายนั้น พยัญชนะไทยที่มีอยู่ 44 ตัวไม่พออธิบาย ต้องให้มาเห็นมาดูกันด้วยตาตัวเอง
แอบถามคุณป้าที่ทอว่า ไม่เบื่อหรือนั่งทำทั้งวัน คุณป้าหัวเราะ เพราะดิฉันคงไม่ใช่คนแรกที่มาถามแบบนี้ ป้าบอกว่าไม่เบื่อหรอก ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เสร็จ วันนี้ถ้ายังไม่เสร็จ เดี๋ยววันหลังก็เสร็จ
ฟังแล้วเราอึ้ง รู้สึกว่างานเขียนหนังสือของเรามันง่ายกว่างานของคุณป้าเยอะเลย คราวนี้ถ้าขี้เกียจทำงานจะนึกถึงคุณป้าที่ทอผ้า
ดูกระบวนการเสร็จ พวกเรามาชมผ้าผืนที่เสร็จแล้ว ที่โชว์ไว้ให้ดู หรือไว้ให้คนซื้อหากสนใจ สวยมากเสียจนไม่เชื่อว่านี่คือฝีมือคน ฝีมือมนุษย์สร้าง
ส่วนราคาแน่นอนไม่ต้องพูดถึง ถ้านับเป็นจำนวนเงินก็ถือว่าสูงมาก แต่มองในเชิงคุณค่าแล้ว หากใครมีเงินก็ควรซื้อไปเลยโดยไม่ต้องต่อรอง
เพราะเบื้องหลังผ้าที่เห็นตรงหน้านั้น กว่าจะได้มาสักผืนนั้นยากเย็นเหลือเกินจะพรรณนา
ดูเสร็จออกจากบ้านจันทร์โสมา ถนนด้านหน้าเป็นร้านขายผ้าไหมเต็มไปหมด ยิ่งทำให้รู้สึกว่าหมู่บ้านนี้น่ารัก เป็นเหมือนช็อปปิ้งสตรีทของผ้าไหมอย่างแท้จริง บรรดาสื่อมวลชนที่มาด้วยกันวงแตกเลยคราวนี้ แยกตัวกระจัดกระจายไปอยู่ตามร้านรวงต่างๆ สองข้างทาง
ปกติเราเคยเห็นย่านช็อปปิ้งตามถิ่นการค้าใหญ่ๆ อย่างพาหุรัด ประตูน้ำ หรือตลาดที่เวียดนาม ญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก แต่พอมาเจอตลาดผ้าไหมในหมู่บ้านแบบนี้ มันให้ความรู้สึกอิ่มเอม สะใจบอกไม่ถูก ซื้อไม่ไหวก็ได้ชม ได้ช็อปให้อารมณ์และบรรยากาศแบบบ้านๆ แบบไทยๆ อารมณ์ซาบซึ้งกับผ้าไหมที่เห็นเมื่อสักครู่ยังกรุ่นอยู่ในใจ ดิฉันคิดในใจว่าคราวนี้ต้องซื้อแน่ เพราะรู้สึกว่าผ้าเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีค่ามาก เราเสียเงินซื้ออย่างอื่นได้มากมาย ทำไมไม่อุดหนุนคนไทยด้วยกันตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่บ้างเล่า
คนอื่นๆ ก็คงคิดกันแบบนี้นี่เอง สื่อมวลชนทั้งหลายจึงสลายตัวไปทำภารกิจส่วนตัวกันอย่างขมีขมันเป็นนานสองนาน จนถึงเวลาต้องลากลับเพื่อไปที่อื่นต่อ คราวนี้เป็นช่วงเวลาของความสุขที่ได้อวดของที่ซื้อมา
ดิฉันเองได้เสื้อผ้าไหมมาหนึ่งตัว เป็นเสื้อที่คิดว่าเราคงจะไม่มีทางใส่ ด้วยโยงใยผูกพันไว้ว่า คนใส่ผ้าไหมนี่ต้องอายุมากได้ที่แล้วนั่นเอง แต่คราวนี้ต้องบอกว่า เสื้อตัวที่ซื้อมานี่สวยจริง และราคาไม่แพงมาก เหมาะแก่กำลังทรัพย์เป็นที่ยิ่ง
ดิฉันหอบเสื้อจากหมู่บ้านท่าสว่าง วางเรียงไว้ในกระเป๋าเดินทางอย่างดี รอนแรมไปทำงานในอีกหลายพื้นที่ ทุกคืนค่ำจะเอาออกมาชื่นชมอยู่ไม่ขาดเป็นอารมณ์แห่งความภูมิใจที่บอกไม่ถูก เหมือนภูมิใจที่ได้ของที่ทำจากงานมือ ของไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน….ประมาณนั้น
กลับถึงกรุงเทพฯ อาบน้ำอาบท่าเสร็จ สิ่งแรกที่ทำคือลองเสื้อไหมตัวสวยจากบ้านท่าสว่างทันที ดูอีกครั้งก็ยังสวยเหมือนที่ดูครั้งแรก ผ้าก็เนื้อดี เนียนมือ สีก็สวยถูกใจ แบบก็เข้าท่า รวมความว่าดีหมด สมกับที่ตัดใจควักกระเป๋าซื้อ
ใช้เวลาลองไม่นานเท่าเวลาที่ควักกระเป๋าตัดใจซื้อ
ดิฉันค่อยๆ บรรจงเอาเสื้อสวยออกแขวนไว้ ทุกอย่างของเสื้อเหมาะเจาะ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ใส่ส่วนหัวได้ แต่เอวเสื้อมันเล็กกว่าเอวคนใส่ไปนิด เสื้อเลยติดใส่ไม่เข้าซะงั้น ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่เสื้อ แต่มันอยู่ที่ตัวคนซื้อ แรกๆ ก็นึกโมโห เจ็บใจไม่ดูให้ดี คิดไปคิดมาก็นึกถึงคุณป้าที่เป็นตัวแทนของช่างทอผ้า กว่าเขาจะทอผ้าขึ้นมาได้ต้องใช้เวลาเนิ่นนาน
ดิฉันเลยคิดเสียใหม่ว่า ใส่ไม่ได้ไม่เป็นไร เอาไว้ดู เสื้อตัวนี้เป็นผลงานแห่งความเพียรของมนุษย์อย่างแท้จริง จากเส้นไหมบางๆ ใช้เวลาเดินทางผ่านหลากกระบวนการกลายมาเป็นตัวเสื้อได้
คิดได้แบบนี้ เสื้อผ้าไหมจากบ้านท่าสว่าง ก็ทำให้ใจดิฉันสว่างพลันจนถึงทุกวันนี้
เสื้อตัวนี้สมราคาและมีคุณค่าอย่างแท้จริง เอาไว้ดูเวลาเราขี้เกียจเขียนหนังสือ จะได้รู้ว่าคนอื่นเขาทำงานยากกว่าเรา เยอะ……

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: