‘พลอย’ มิสทีนไทยแลนด์ นักกีฬา ‘ลีลาศ’ ทีมชาติไทย!

Published พฤษภาคม 1, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/418605

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 เม.ย. 2557 05:30

‘ถ้ามีความสามารถพิเศษติดตัวไว้ โอกาสที่จะไปได้ไกล ก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว’ คือ สิ่งที่สาวน้อยเท้าไฟ พลอย-จุฑามาศ มันตะลัมพะ รองอันดับ 1 มิสทีนไทยแลนด์ 2010 ฝากไว้ถึงคุณผู้อ่าน ‘สวัสดี…แคมปัส’ …

“พลอย” สาวน้อยจากเวทีมิสทีนไทยแลนด์ มาเยี่ยมชาวไทยรัฐออนไลน์ทั้งที ทาง “สวัสดี…แคมปัส” เลยถือโอกาสพูดคุยกันหน่อย พลอยได้อัพเดตผลงานว่า ตอนนี้กำลังถ่ายทำ ละครเรื่อง หัวใจเถื่อน ทางช่องเจ็ดสี และผลงานที่ผ่านมา ล่าสุด มีละครเรื่องเล่ห์นางหงส์ และเลือดเจ้าพระยา ช่องเจ็ดเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีถ่ายแบบในเครือของอินสปาย และนิตยสารญี่ปุ่นขวัญใจวัยรุ่นอย่างเรย์ อีกด้วย

สาวน้อยนักลีลาศกับความภาคภูมิใจ

แม่เห็นแววความสามารถในการเต้นและนักกีฬาของ “พลอย” ตั้งแต่เด็กๆ อยากให้เป็นนักกีฬา จึงให้พลอยลองเรียนลีลาศ และจริงจังขึ้น จนได้เป็นนักกีฬา

พลอยเริ่มเต้นลีลาศตั้งแต่ อายุ 10 ขวบ จนมาถึงอายุ 15 พลอยก็ได้ผ่านการคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติ ตัวเแทนประเทศไทย ไปแข่งในเอเชียอินดอร์เกมส์ ได้อับดับที่ 6 และ 8 ของจังหวะ ในระดับเอเชีย เก่งไม่ธรรมดาเลย

นอกจากลีลาศแล้ว พลอยยังสามารถเต้น แจสแดนซ์ โคฟเวอร์ บัลเลห์ ฮิปฮอป ได้อีกด้วย และยังเคยมีโอกาสไปเต้นในงานลีลาศของอินสปาย หรือบางทีก็ได้รับเชิญไปเต้นกับพี่ดารา เต้นมาตั้งแต่ 10 ขวบ จนตอนนี้กลายเป็นสาวสะพรั่ง 21 แล้ว

“สิ่งที่เป็นภาคภุมิใจที่สุดของพลอย คือ การที่ได้เป็นนักกีฬาลีลาศทีมชาติ คือไปคัดแล้วเด็กสุดในนั้น เพราะแข่งรุ่นใหญ่ พอลองไปคัดปรากฏว่าติด ก็เลยได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย ก็เป็นความภาคภูมิใจของตัวเองและครอบครัว การเป็นนักกีฬาให้หลายอย่าง ทั้งความรับชอบ การตรงต่อเวลา การรักษาวินัย ได้มาหมดเลย ซึ่งเอามาปรับใช้ในวงการได้ด้วย” พลอยเล่าด้วยความภูมิใจ

สู่ความฝันการเป็นนักแสดง

“นักแสดง” เป็นความใฝ่ฝันของสาวน้อยร่างเล็ก ที่ชื่อ “พลอย” เส้นทางการได้เป็นนักแสดงอย่างทุกวันนี้ เริ่มต้นจากการประกวดมิสทีนไทยเแลนด์นั่นเอง พลอยยังแอบเล่าว่า ตอนเด็กเคยประกวดหนูน้อยเชียงใหม่ พลอยเกิดที่กรุงเทพฯ แต่คุณแม่เป็นคนเชียงใหม่ ก็เลยย้ายไปเรียนที่โน่น ตอนนั้นก็ไปลองดูเล่นๆ เพราะชอบ แล้วก็ได้รางวัลเกี่ยวกับการแต่งตัวมา พอโตมา ก็เลยอยากลองไปประกวดมิสทีนไทยแลนด์ดู อยากลองดู ว่ามันจะรู้สึกยังไง เบื้องหลังจะเป็นยังไง ตอนนั้นก็เลยบอกแม่ว่า อยากประกวด เพราะคุณแม่ ครอบครัวสนับสนุนเรื่องนี้อยู่แล้ว ลองดูเล่นๆ จนสุดท้ายสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มาครอง

พอเข้ามาในวงการ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงก็คือ ความรับผิดชอบ เราต้องรับผิดชอบ ทั้งเรื่องเรียนเรื่องงาน บางครั้งมันมาพร้อมกันจนมันเหนื่อย เราไม่รู้จะแบ่งยังไง แต่ก็มีคุณแม่จะคอยช่วย ถ้าเป็นตอนมัธยม คุณแม่ก็จะคอยช่วยโทรถามการบ้านจากเพื่อนให้ เมื่อก่อนไม่ได้ทำงานในวงการ แต่ก็ต้องแข่งลีลาศ ก็ไม่ได่้ไปเรียน ขาดเรียนไปซ้อมบ้าง แข่งบ้าง มีงานมีการบ้าน แม่ก็โทรไปถามเพื่อน จดไว้ให้ ช่วงไหนที่ซ้อมหนัก ต้องมาซ้อมที่กรุงเทพและกลับไปบ้านที่เชียงหม่ ก็จะทำงานการบ้าน บางครั้งคุณแม่ก็จะทำให้เลยถ้าเป็นงานที่พิมพ์

เป็นอย่าง “พลอย” จุฑามาศ

พลอยเป็นคนร่าเริง ชอบหัวเราะ ชอบอยู่กับคนสนุกๆ ไม่เครียด ปัจจุบัน “พลอย” กำลังจะขึ้นชั้นปีที่ 4 เอกนาฏศิลป์สากล คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เดิมทีเข้ามหาวิทยาลัยปี 1 พลอยเข้าเรียนในวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พอมีโอกาสได้เข้าโครงการนักกีฬาของมหาวิทยาลัย เห็นว่า ชอบเต้นเลยเปลี่ยนมาเลือกเรียนสายนี้เลย (เอกนาฏศิลป์สากล) ทำงานในวงการแบบนี้ เราต้องขยันกว่าคนอื่นหลายเท่า เราไม่ได้เข้าเรียนก็จะเรียนไม่รู้เรื่อง แล้วงานก็ต้องตามส่งให้ทันเพื่อน ต้องขยัน ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องพยายามพึ่งตัวเอง พลอยย้ายมาอยู่ศิลปกรรมตอนปี 2 เราก็ต้องตามเก็บวิชาที่ต้องเรียนในปี 1 ก็หนักพอสมควร

“ตอนนี้คิดว่า น่าจะจบภายใน 4 ปี เพราะเหลืออีกแค่ 4 ตัว ปี 4 ก็ลงเทอมละ 2 ตัว ก็น่าจะจบทัน บางคนอาจจะมองว่า แค่เต้น อาจจะเรียนง่ายๆ แต่ที่จริงมันไม่ใช่แค่เต้นธรรมดา แต่มันคือศาสตร์ของศิลปะแขนงหนึ่ง มันไม่ใช่ว่าจะมาเต้นอะไรก็ได้ แล้วเราไม่ได้เต้นเหมือนทั่วไปที่เห็น เราต้องเป็นอีกแนวหนึ่งเลย ถ้าไม่ได้ลงเรียนเอง ก็คงคิดว่ามันชิล แต่ที่จริงยากมาก” พลอยเล่าถึงการเรียนนาฏศิลป์สากล

นอกจากการเป็นนักแสดงแล้ว พลอยยังแอบบอกอีกว่า อยากเป็นนักร้องบ้างเหมือนกัน แต่ร้องเพลงไม่เพราะเท่าไหร่ เพราะถนัดเต้นอยู่แล้วก็อยากลองร้องเพลงดูบ้าง อยากลองเรียนร้องเพลงพัฒนาความสามารถ เสียงอาจจะไม่เพราะมากแต่ก็พอใช้ได้

พลอย มีคติติดตัวอยู่ว่า “ทำในสิ่งที่รัก และรักในสิ่งที่ทำ” บางครั้งเราก็ไม่ได้ชอบในสิ่งนั้นแต่เราต้องทำ มันเป็นหน้าที่ เราก็ต้องพยายามรักมัน มันถึงจะออกมาดี

และยังฝากอีกว่า เด็กจะสามารถพัฒนาตัวเองได้ดีกว่า เร็วกว่า อยากให้เริ่มตั้งแต่เด็กๆ อยากให้น้องๆ หาความสามารถพิเศษติดตัว อาจจะหาเวลาว่างจากการเรียนมาฝึกทำอะไรไว้ เพื่อให้เป็นความสามารถที่ติดตัวเราไปตอนโต เพราะบางทีก็อาจจะกลายเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวด้วย ก็อยากให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ช่างเป็นคนที่ไม่หยุดนิ่งในการที่จะพัฒนา ศักยภาพของตนเอง “สวัสดี…แคมปัส” ขอชื่นชม และขอยกให้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างดีๆ กับผู้อ่านทุกคนของ “สวัสดี…แคมปัส” อย่าลืมที่ค้นหางานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบ และตั้งใจเรียนรู้ฝึกฝนอย่างจริงจัง บางทีสักวันหนึ่ง อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตก็ได้

ดึงความสามารถ และศักยภาพของตัวเองออกมาในเร็ววัน โอกาสของที่จะไปถึงดาวไม่ไกลเกินความตั้งใจแน่นอน “สวัสดี…แคมปัส” เป็นกำลังใจและสนับสนุนผู้อ่านทุกคนอยู่ทางนี้เสมอ.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: