เปิดบัญชีม็อบชาวนาเริ่ม ‘ร่อยหรอ’ จัดระเบียบเงินบริจาคใหม่

Published มีนาคม 3, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/eco/407001

  • 1 มีนาคม 2557, 18:30 น.

กองทัพต้องเดินด้วยท้องฉันใด การชุมนุมก็ต้องอาศัยเงินทุนฉันนั้น การชุมนุมของม็อบชาวนา จากทั่วสารทิศ ที่หน้ากระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับเป็นค่าอาหารและค่าใช้จ่ายจิปาถะ ให้กับผู้ชุมนุม

ทีมข่าว “ไทยรัฐออนไลน์” ไปติดตามการใช้จ่ายงบประมาณการชุมนุมของกลุ่มชาวนา พบว่า เงินทุนเริ่มร่อยหรอ แกนนำต้องมาจัดระบบระเบียบกันใหม่เพื่อให้อยู่ต่อได้นานที่สุด

ทุกวันนี้ เสบียงกรัง และค่าใช้จ่ายต่างๆ พึ่งพาเงินจากการเปิดบัญชีรับเงินบริจาค จนถึงวันนี้เกือบ 1 เดือนแล้ว ที่ชาวนาจากหลายจังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคเหนือ และภาคตะวันออก สลับสับเปลี่ยนกันเดินทางมาร่วมชุมนุมแต่ละวัน มีกิจกรรมออกไปเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลในสถานที่ราชการต่างๆ ต้องมีการจัดเตรียมเสบียงอาหาร และค่าเดินทางให้กับม็อบ แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายย่อมไม่ธรรมดาเลย แต่ละวันใช้ร่วม 1 แสนบาท

บรรดาแกนนำ จึงต้องกำหนดวิธีการหาเงิน ทั้งการเปิดบัญชีรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนา ตั้งโต๊ะรับบริจาคเงิน และการนำสินค้าออกมาขาย เช่น รวงข้าว หมวกผ้าขาวม้า ราคา 300 บาท  และไม้กวาด ด้ามละ 100 บาท ซึ่งกลายเป็นรายได้หลัก ที่เรียกความสงสารจากคนกรุงเทพฯ ข้าราชการ ที่มาช็อปปิ้งเลือกซื้อสินค้า เพื่อหวังช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อน ทำให้แต่ละวันมีรายได้ผ่านเข้าบัญชีรับบริจาคหลายหมื่นบาท ทุกวันจะมีเหรัญญิก คอยสรุปตัวเลข ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

นายวิบูลย์ ทัศเจริญ ผู้ใหญ่บ้านตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม รับหน้าที่เหรัญญิกเครือข่ายชาวนาไทย เล่าว่า บัญชีรับเงินบริจาคช่วยเหลือชาวนาที่เปิดบัญชีกับธนาคารกสิกรไทย สาขารัตนาธิเบศร์ เลขที่บัญชี 391-208-125-8 ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์  ยังมียอดเงินคงเหลือประมาณ 1 ล้านบาท ทุกวันจะมียอดเงินเข้า-ออก หลายหมื่นบาท บัญชีนี้มีชื่อร่วมกัน 3 คน คือ นายวินัย หลาหนู นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ และตัวเขา การเบิกเงินต้องใช้บุคคลร่วม 2 ใน 3 และเมื่อนำเงินออกไปใช้ มีการจดบันทึกชัดเจน

“บัญชีนี้ มีเงินเข้ามาจาก 2 ส่วนหลัก คือเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไปที่ต้องการช่วยเหลือชาวนา และเงินบริจาคอีก 1 ล้านบาทของหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่ต้องการช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อน ตอนช่วยชุมนุมแรกๆ เงินบริจาคก็เข้ามาเยอะ แต่ตอนนี้เริ่มลดลง เราไม่คิดว่าจะชุมนุมนานขนาดนี้ แต่เมื่อรัฐบาลไม่ยอม ก็ต้องอดทนสู้กันต่อไป เราคงไม่ถึงกับไม่มีเงิน เพราะก็มีผู้ยื่นข้อเสนอ ทั้ง กปปส. และนักการเมือง แต่เราอยากช่วยเหลือตัวเองก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ คงต้องขอความช่วยเหลือ” นายวิบูลย์ กล่าว

ส่วนเงินบริจาคของหลวงปู่พุทธะอิสระ 1 ล้านบาท แกนนำทยอยจ่ายให้กับชาวนาที่เดือดร้อน ล่าสุดจ่ายไปแล้ว 175,000 บาท ให้กับชาวนา 35 ราย รายละ 5,000 บาท ชาวนาที่จะมีสิทธิ์ได้รับเงินก้อนนี้จะต้องเป็นชาวนาที่เดือดร้อน หรือ จนจริงๆ ซึ่งหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาว่าจนจริงนั้น ขึ้นอยู่กับเป็นการพิจารณาของแกนนำแต่ละจังหวัด ที่จะดูจากชีวิตความเป็นอยู่ที่ดูว่าขัดสน เช่น ไม่มีรายได้ประจำวัน ลูกหลานยังไม่สามารถช่วยหารายได้เลี้ยงครอบครัว หรือ มีภาระหนี้สิน โดยการจ่ายเงินส่วนนี้ล็อตต่อไป จะจ่ายอีก 250,000 บาท หรือ คิดเป็นชาวนาประมาณ 50 ราย จะจ่ายในวันที่ 2 มีนาคม

แต่เมื่อหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงิน 5,000 บาท สำหรับชาวนาที่จนจริงๆ ยังไม่มีการกำหนดนิยามคำว่า จนจริงๆ ให้ชัด แกนนำเครือข่ายชาวนาไทย จึงเตรียมหยุดการจ่ายเงิน 1 ล้านบาท หลังจ่ายครบ 5 แสนบาทแรก เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ที่เป็นรูปธรรมก่อนจ่ายเงินที่เหลืออีก 5 แสน

นายระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทย บอกว่า เพื่อเป็นการลดข้อครหาในการใช้เงิน 1 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องมากำหนดกติกาการใช้เงินใช้ชัดเจน ส่วนระยะเวลาที่จะจ่ายเงิน 1 ล้านให้ทั่วถึงชาวนาที่ยากจน จะใช้เวลานานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับแกนนำแต่ละจังหวัดว่าจะส่งรายชื่อชาวนาที่เข้าข่ายได้รับเงินก้อนนี้ช้าหรือเร็ว

“เราพยายามให้ชาวนาที่เดือดร้อน มารับเงินบนเวทีชุมนุมที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นการแสดงหลักฐานว่า ชาวนามีตัวตนจริง และที่สำคัญเป็นชาวนาที่มีใบประทวนจากโครงการรับจำนำข้าว” นายระวี กล่าว

สำหรับค่าใช้จ่ายในการชุมนุมของชาวนาแต่ละวันใช้เงินประมาณ 50,000-100,000 บาท แบ่งเป็น ค่าเวทีปราศรัย 25,000 บาท ค่าใช้จ่ายศิลปินเพื่อสร้างบรรยากาศและคลายเครียดให้กับผู้ชุมนุม 500-1,000 บาท เครื่องปั่นไฟ 6,000 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด เช่น เครื่องครัว ประมาณ 5,000-10,000 บาท และถ้าวันไหนมีการเคลื่อนขบวนออกไปเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล ต้องจ่ายค่ายานพาหนะอีก 1 แสนบาท ซึ่งส่วนนี้ แกนนำยอมรับว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่หนักมาก

แม้ว่ารายได้จากเงินบริจาคจะเริ่มลดลง แต่ชาวนายังกัดฟันสู้ต่อ เดินหน้าผลิตสินค้าขายหารายได้เข้าบัญชี มั่นใจจะปักหลักชุมนุมจนกว่าจะได้ชัยชนะ คือ ต้องได้รับเงินค่าข้าวคืน หรือ รัฐบาลนี้ต้องลาออก เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารจัดการ และพร้อมที่จะยกระดับการชุมนุมอย่างเต็มที่ โดยไม่สนว่า จะมีเงินหรือไม่ เพราะเชื่อมั่นในน้ำใจของคนกรุงเทพฯ ที่ดูแลชาวนา ตั้งแต่การชุมนุมวันแรก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 1 มีนาคม 2557, 18:30 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: