ทำอย่างไร…? เมื่อโรคเครียด! ถามหา

Published มีนาคม 2, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/life/406336

  • 27 กุมภาพันธ์ 2557, 09:00 น.

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

เครียด!! เครียด!! เครียด!! ถูกจัดให้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สร้างความกดดันมากที่สุดในการดำเนินชีวิต ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

สำหรับประเทศไทยเอง หลายคนคงเจอปัญหานี้ โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ เขาว่ากันว่า บ่อยครั้ง ปัจจัยภายนอกอาจเป็นบ่อเกิดของความเครียด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

ม็อบทำพนักงานออฟฟิศไทยเครียด!!!

ผลสำรวจประจำปี 2013/2014 ของบริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลธุรกิจที่มีเครือข่ายทั่วโลก เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมด้านสุขภาพของพนักงานและความเสี่ยงต่างๆ พบว่า การประท้วงทางการเมืองในไทยที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดความวิตกกังวลโดยไม่รู้ตัวในหมู่พนักงาน

ดร.ราเจชรี พาเร็ค ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ฝ่าย Global Health and Group Benefits บริษัท ทาวเวอร์ส วัทสัน กล่าวว่า ผู้ที่อาศัยและทำงานอยู่ใกล้พื้นที่ชุมนุมประท้วง เป็นกลุ่มคนที่เสี่ยงเกิดความเครียดมากที่สุด ตามการสำรวจของกรมสุขภาพจิต

สถานการณ์เช่นนี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ตั้งแต่ความวิตกกังวล และความก้าวร้าว ไปจนถึงอาการนอนไม่หลับ และความดันโลหิตสูง

ส่วนปัจจัยภายใน ก็อาจถามหาความเครียดได้เช่นกัน เพราะบางออฟฟิศ นายจ้างก็อาจจะใช้วิธีการกดดัน ให้งานบรรลุเป้าหมาย ขอเตือนว่า มันอาจจะเป็นวิธีการที่ใช้ได้ แต่อาจทำให้เกิดผลลบกับธุรกิจโดยไม่รู้ตัว เพราะอะไรหรือ…

ความเครียดที่ถาโถมพนักงานมากเกินไปจะเป็นภัยต่อสุขภาพทางอารมณ์ และสุขภาพกาย ผลที่ตามมา คือ ประสิทธิภาพการทำงานลดลงเพราะตัดสินใจแก้ปัญหาไม่ตรงจุด บริษัทจะได้รับความเสียหายในระยะยาว

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

นายจ้างช่วยได้อย่างไร…?

นายจ้างทั่วโลกสามารถแก้ปัญหาความเครียดให้แก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เลือก 3 กิจกรรมหลัก คือ การให้ความรู้พนักงานเพื่อสร้างความตระหนักในการทำงาน, เสนอทางเลือกให้พนักงานสามารถยืดหยุ่นการทำงานได้ และหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด เช่น โยคะ และไทชิ ซึ่งก็คือการออกกำลังกายที่นำการฝึกลมปราณและสมาธิมารวมกันนั่นเอง ซึ่งเป็น 3 กิจกรรม ที่ทั่วโลกนิยมใช้ เพราะมีต้นทุนต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว

ส่วนบริษัทในเอเชียแปซิฟิกที่ทำกิจกรรมประเภทนี้สามารถรักษาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญให้ทำงานกับนายจ้างได้นาน และพนักงานมีมาตรฐานการทำงานสม่ำเสมอ อัตราการลาออกน้อยเพียงร้อยละ 2 แต่ยังมีบริษัทร้อยละ 14 ที่ไม่มีกิจกรรมผ่อนคลายให้แก่พนักงาน เพราะคิดว่าสิ้นเปลืองต้นทุน และทรัพยากรบุคคล

njpus24ncqkx5e1a6ziudpjr2vb5q1nq3bj7lo3x5ld

ผ่อนคลายความเครียดด้วยตัวเอง…!!

นอกจากนี้พนักงานสามารถหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียดได้ด้วยตัวเองอีกหลายวิธี เช่น การฟังเพลงแนวสนุกสนาน เช่น บลอสซั่ม หรืออะคูสติก เพื่อปลดปล่อยให้ล่องลอยไปตามจินตนาการ, การอยู่คนเดียวสักพัก เพื่อคิดในแง่บวกสร้างความมั่นใจ, การออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อน สร้างอารมณ์ขัน และความเพลิดเพลินให้กับตัวเอง, การออกกำลังกายให้เสียเหงื่อสามารถช่วยให้สมองปลอดโปร่ง, การหัวเราะช่วยกระตุ้นสารเอนดอร์ฟิน หรือสารแห่งความสุขให้อารมณ์ดีขึ้น และการออกไปท่องเที่ยวตามธรรมชาติจะช่วยให้ปล่อยวางเรื่องราวที่ค้างคาซึ่งเป็นต้นตอแห่งความทุกข์ลงได้ เพียงเท่านี้สมองจะปลอดโปร่ง ร่างกายจะสดชื่นอย่างแน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 27 กุมภาพันธ์ 2557, 09:00 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: