เข็มทิศ SME : เตรียมความพร้อมสำหรับมือใหม่ในธุรกิจส่งออก

Published มกราคม 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/eco/398173

  • 23 มกราคม 2557, 05:30 น.

Pic_398173

การขยายฐานธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในแต่ละปีมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยพยายามนำสินค้าออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ แต่กว่าจะประสบความสำเร็จอาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากมาย และธุรกิจต้องปรับตัวในหลายๆ ด้าน การเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่กำลังผันตัวไปเป็นผู้ส่งออกมือใหม่ควรตรวจความพร้อมของตนเองและธุรกิจ ซึ่งในเบื้องต้นมี 5 ด้านหลักๆ ที่ต้องพิจารณาดังนี้

1. ความพร้อมด้านสินค้าและฐานการผลิต

ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในตำแหน่งผู้ผลิตบนห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) สิ่งแรกที่ต้องเตรียมความพร้อมคือคุณภาพของตัวสินค้าและศักยภาพของฐานการผลิต คำถามสำคัญเกี่ยวกับตัวสินค้าที่ต้องตอบให้ได้คือ คุณภาพสินค้าของคุณได้มาตรฐานสากลแล้วหรือยัง บรรจุภัณฑ์ของสินค้ารองรับการขนส่งทางไกลได้หรือไม่ สินค้าของคุณมีศักยภาพในการแข่งขันมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้งในและต่างประเทศ และที่สำคัญสุดคือการตอบรับจากลูกค้าในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง

ในส่วนของฐานการผลิต โรงงานของคุณมีการรองรับมาตรฐานสากลหรือไม่ มีกำลังในการผลิตสูงสุดต่อวันที่เท่าไร อะไรเป็นปัจจัยขับเคลื่อนความสามารถการผลิตของคุณระหว่างแรงงาน วัตถุดิบ หรือเครื่องจักร และในแผนการผลิตมีมาตรการรองรับภาวะฉุกเฉินอย่างไรบ้าง (Disaster Recovery Plan)

2. ข้อมูลของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ข้อคิดในการทำวิจัยกลุ่มเป้าหมายในตลาดส่งออกคือเริ่มจากการวางกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ละเอียดที่สุดด้วยการคิดแบบล่างขึ้นบน (Bottom-up Approach) และทำแผนภูมิลูกค้าสมมติ (Customer Persona Mapping Method)

แผนภูมิลูกค้านั้นทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มต้นจากข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเช่น เพศ อายุ อาชีพ ศาสนา ไลฟ์สไตล์ โดยสามารถอ้างอิงจากข้อมูลพื้นฐานของตลาดภายในประเทศ จากนั้นจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างในระดับมหภาคเข้าไปเช่น วัฒนธรรม กระแสค่านิยม และพฤติกรรมผู้บริโภคโดยรวมของประเทศนั้นๆ สิ่งที่คุณจะได้รับคือภาพและข้อมูลของกลุ่มลูกค้าเพื่อนำไปวางกลยุทธ์การตลาดและปรับสินค้าของคุณให้เหมาะสม

3. เลือกช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสม

ผู้ประกอบการต้องเลือกว่าจะนำสินค้าไปจำหน่ายในช่องทางใด เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ฝากขายกับตัวแทนกระจายสินค้า หรือขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตเว็บไซต์ในประเทศนั้นๆ ซึ่งแต่ละช่องทางล้วนมีผลกระทบกับต้นทุนในการจัดจำหน่ายสินค้า รวมถึงรูปแบบวิธีการขนส่งและบรรจุภัณฑ์ที่ต้องรองรับในกรณีที่สินค้ามีระยะเวลาจำหน่ายที่ยาวนาน

ผลกระทบของช่องทางการจัดจำหน่ายต่อภาพลักษณ์สินค้าก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน การวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าหรือผ่านตัวแทนอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นค่าพื้นที่หรือที่เรียกกันว่าค่าเชลฟ์ แต่สำหรับสินค้าบางประเภทพื้นที่การวางกลับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของภาพลักษณ์และการเข้าถึงลูกค้า

4. กฎหมายนำเข้าและภาษีที่เกี่ยวข้อง

แต่ละประเทศมีการเรียกเก็บภาษีและวางกฎหมายนำเข้าที่แตกต่างกันออกไป เพื่อดำเนินการส่งออกได้อย่างถูกต้องและป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดจนถูกกีดกันสินค้า ผู้ประกอบการควรมีที่ปรึกษาทางธุรกิจ ทนายความหรือนักบัญชีซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับประเทศที่นำสินค้าเข้าไปจำหน่าย

ผู้ประกอบการสามารถขอข้อมูลและความช่วยเหลือเบื้องต้นได้จากหน่วยงานของภาครัฐเช่น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) หรือสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

5. วางแผนด้านการเงินและสภาพคล่อง

สุดท้ายนี้สิ่งสำคัญสุดสำหรับธุรกิจส่งออกในช่วงเริ่มต้นก็คือ การเตรียมความพร้อมในด้านเงินทุนหมุนเวียนและสภาพคล่องของกิจการ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นส่งออกนั้นอาจมีปัจจัยหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ส่งผลให้ต้องสำรองเงินสดจำนวนมาก เช่นความเสียหายที่เกิดกับสินค้าระหว่างการขนส่ง ความผันผวนของค่าเงินบาท รวมทั้งเงื่อนไขการต่อรองกับคู่ค้าเช่น การเจรจาตกลงให้เครดิต อันเป็นผลให้ผู้ประกอบการต้องวางแผนสภาพคล่องและจัดสรรเงินสดสำรองในช่วงเริ่มต้น

การเตรียมพร้อมด้านการเงินทำได้ทั้งการติดต่อขอสินเชื่อทางธุรกิจเพื่อเตรียมเงินทุนสำรอง การทำประกันสินค้าเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นขณะขนส่ง การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) และการบริหารความเสี่ยงแบบธรรมชาติ (Natural Hedge) เป็นต้น

ที่กล่าวมาทั้งหมดคือพื้นฐานที่ผู้ประกอบการ SMEs มัก “ตกม้าตาย” เพราะมองข้ามหรือไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร เมื่อคุณเริ่มธุรกิจส่งออก เวทีการแข่งขันนั้นจะเปลี่ยนจาก Local เป็น Global ความผิดพลาดบางประการโดยเฉพาะมาตรฐานสินค้านั้นอาจทำให้คุณเสียมากกว่ารวมถึงสิทธิ์ในการค้าขายกับประเทศนั้นๆด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม
 1) แผนภูมิลูกค้าสมมติ (Customer Persona Mapping) 
http://www.tronviggroup.com/customer-personas-what-sally-can-show-you/
2) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) 
www.sme.go.th
3) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) 
www.ditp.go.th

ธีระ กนกกาญจนรัตน์

www.facebook.com/SMECompass

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ธีระ กนกกาญจนรัตน์
  • 23 มกราคม 2557, 05:30 น.
Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: