ยิงปืนฉบับเอฟบีไอ ‘ทุกนัดที่ลั่นไก ต้องมีผลถึงตาย’

Published มกราคม 3, 2014 by SoClaimon

23 พฤศจิกายน 2556 เวลา 10:17 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1fThqpq

ยิงปืนฉบับเอฟบีไอ ‘ทุกนัดที่ลั่นไก ต้องมีผลถึงตาย’

โดย…กันติพิชญ์ ใจบุญ

ปัง ปัง ปัง ปัง!!!

เสียงกระสุนผ่านลำกล้องของปืนกึ่งออโตเมติกแบบพกพาหลากหลายขนาด ถูกลั่นไกผ่านนิ้วชี้ของผู้ยิง กลิ่นควันของดินปืนลอยละล่องคล้ายหมอกควันจากฟืนไฟ ชายหลายสิบคนพร้อมด้วยเครื่องแต่งกายชุดฝึกการยิงปืนอย่างครบถ้วน ทั้งเสื้อเกราะกันกระสุน ที่อุดหู ซองปืนพร้อมแมกกาซีนบรรจุลูกกระสุน เดินคลาคล่ำอยู่ในสนามยิงปืนของโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน

กลุ่มชายเหล่านี้คือตำรวจที่พร้อมจะไปฝึกให้ตำรวจหน่วยอื่นๆ รวมถึงเหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจทั้งชายและหญิงให้ช่ำชองการใช้อาวุธปืน ที่ถือเป็นของคู่กายของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพราะนึกถึงตำรวจ ต้องนึกถึงปืนพกที่ข้างเอว!!!

แน่นอนว่าเป็นของคู่กัน แต่อาวุธปืนก็ถือว่ามีความอันตราย และที่สำคัญคือ “ปืน” ไม่รู้จักเจ้านายตัวเอง หากไม่พร้อมหรือใช้ไม่เป็น หรือแม้แต่ใช้ไม่ถูกวิธี อาวุธปืนก็พร้อมจะกลับมาทำร้ายเจ้าของปืนได้เช่นกัน ตำรวจเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน้าที่การงานในการปราบปรามอาชญากรรม จับกุมคนร้าย ค้ายาเสพติด ถือเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยง ออกสนามจับโจรแต่ละครั้ง หากจับปืนขึ้นมาตัดสิน นั่นย่อมหมายถึงชีวิตทันทีไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม

การฝึกฝนใช้อาวุธปืนของตำรวจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และจำเป็นต้องฝึกอย่างถูกวิธี รู้การยิงต่อสู้ รู้จุดตาย รู้จุดบาดเจ็บของเป้าหมาย ต้องมีความชำนาญและช่ำชอง เพื่อความปลอดภัยเป็นอยู่อย่างสบาย นอนหลับได้เต็มตาของประชาชน ซึ่งคือเป้าหมายหลักของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

หลักสูตรการฝึกของตำรวจปัจจุบันมุ่งเน้นมาที่อาวุธปืนแบบพกพาออโตเมติก ที่ตำรวจใหญ่หลายนายในเมืองไทยต้องเคยผ่านการฝึกฝนมาแล้วตั้งแต่ในรั้วสามพราน การฝึกที่ว่าที่ขอแนะนำให้รู้จักคือ TACTICAL PISTOL COURSE (T.P.C.) หรือหลักสูตรการยิงปืนพกกึ่งอัตโนมัติทางยุทธวิธี อิมพอร์ตนำเข้าวิธียิงวิธีฝึกมาจากสหรัฐอเมริกา มาตรฐานของเอฟบีไอ

คนที่ให้ความรู้ถึงการฝึกได้ดีคงหนีไม่พ้นครูฝึกที่ผ่านการฝึกให้เหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจ และตำรวจในหน่วยอื่นๆ ทั่วประเทศมากว่า 20 ปี “สารวัตรสุริยา” พ.ต.ท.สุริยา มากแก้ว สารวัตรกลุ่มงานยุทธวิธีตำรวจ ศูนย์ฝึกตำรวจ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

“อุ่นใจได้ครับ ตำรวจไทยมีฝีมือยิงปืนไม่เป็นรองใคร หลักสูตร T.P.C. เป็นสากล เรียกว่ายิงเหมือนกันทั่วโลก แต่ความแตกต่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์” สารวัตรสุริยา เปิดฉากเล่าที่มาอย่างน่าสนใจ

พ.ต.ท.สุริยา ขยายความการฝึกยิงรูปแบบนี้ให้เข้าใจว่า การยิงปืนพกกึ่งอัตโนมัติทางยุทธวิธี ถือเป็นการฝึกยิงกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการบังคับผู้ยิงด้วยเวลาและจำนวนกระสุนปืน ทำให้เกิดมีสัญชาตญาณในการต่อสู้ และการใช้ที่กำบังให้เกิดประโยชน์ โดยโรงเรียนนายร้อยตำรวจใช้ฝึกให้กับนักเรียนนายร้อยตำรวจ ข้าราชการตำรวจ และผู้เข้ารับการฝึก โดยมีหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการยิงตามหลักสูตรที่กำหนด เรียกง่ายๆ ว่า กระสุนทุกนัดที่ออกไปต้องมีผลต่อเป้าหมาย และต้องปลอดภัยสำหรับตัวผู้ยิง รวมถึงการฝึกทั้งมือข้างที่ไม่ถนัด การยิงมือเดียว การยิงสองมือ หรือการเคลื่อนที่ขณะยิงอย่างถูกต้อง

การฝึกจะอยู่ในรูปแบบเคลื่อนที่ ทั้งเป้ายิงและผู้ยิง และระยะการยิงที่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ด้านข้าง ถอยหลัง เรียกว่าครบเครื่อง และมีหลายรูปแบบในการฝึก ทั้งนี้ การฝึกแต่ละครั้งจะถูกบังคับด้วยเวลาและกระสุนปืนที่อยู่ในแมกกาซีน โดยทุกนัดจะต้องโดนเป้าหมายเพื่อปรับเป็นคะแนนในส่วนของนักเรียนและผู้ที่ได้รับการฝึก เช่น

“การยิงแบบเคลื่อนที่เร็วระยะ 60 หลา จะมีเป้าตามจุดต่างๆ เป็นรูปคนคอยดีดตัวออกมา เมื่อดีดตัวออกมากระสุนต้องออกจากปากกระบอกปืนทันที และสำคัญที่สุดคือต้องเข้าเป้า โดยแต่ละเป้าในจุดที่กระสุนพุ่งเข้าใส่ก็จะเป็นคะแนนในการฝึก หรืออีกแบบคือ การเดินข้างประกบตามแนวยิง โดยจะมีเป้าดีดขึ้นมาและเคลื่อนไหว ซึ่งผู้ยิงต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบยิงให้ทันตามเวลาที่กำหนด เป็นต้น” สารวัตรสุริยา เล่า

นอกจากยิงปืนตามรูปแบบที่จำลองขึ้นมาในหลายเหตุการณ์แล้ว การเรียนรู้อาวุธปืนของตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ต่างกัน เพราะหากเกิดความผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว นั่นยอมหมายถึงอันตรายที่อาจจะถึงชีวิต

ฟังดูเหมือนง่าย แค่เป้าดีดออกมาแล้วก็เหนี่ยวไกเป็นปฏิกิริยาตอบสนองอยู่แล้ว แต่สารวัตรสุริยาบอกว่า “มันไม่ง่ายเลย”

พ.ต.ท.สุริยา บอกว่า การฝึกยิงด้วยหลักสูตรนี้ต้องมีสมาธิ ไหวพริบ ความเร็ว เป็นเรื่องที่สำคัญ และถูกฝึกถูกบีบด้วยเวลาการยิงที่จำกัด หากเกินก็ไม่มีคะแนน และต้องสอบตกไม่ได้รับการรับรอง ก็ต้องมาเรียนมาสอบกันใหม่กว่าจะได้ผ่านหลักสูตร มีเหรียญการฝึกติดไว้ที่หน้าอกบ่งบอกว่าเป็นมือดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“ครูฝึกหลายคนที่กำลังฝึกกันอยู่ ก็ต้องเชี่ยวชาญและแม่นยำ เพราะกลุ่มตำรวจฝึกเหล่านี้ต้องไปฝึกให้กับเหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจ และตำรวจจากที่อื่น ดังนั้น เราต้องมีวิชา ต้องยิงให้เขาเห็นว่าการยิงต้องแม่นยำ และสามารถกระทำได้ทุกสถานการณ์”

นอกเหนืออื่นใด พ.ต.ท.สุริยา เน้นย้ำให้ทราบกันว่า การฝึกแบบ T.P.C. ถือเป็นการฝึกยิงปืนที่ได้ประโยชน์สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างยิ่ง แต่ใช่ว่าเมื่อตำรวจหน่วยอื่นมาฝึกแล้ว หรือแม้แต่นักเรียนนายร้อยตำรวจที่ต้องเรียนหลักสูตรนี้รวมทั้งหมด 7 เทอมด้วยกัน เมื่อสำเร็จการฝึกออกไป แต่ไม่มีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ฝีมือ และความช่ำชองก็จะค่อยๆ เลือนหายไป

“อย่างผมถึงแม้ว่าเป็นครูฝึกมาแล้วเกือบ 20 ปี ฝึกตำรวจให้ยิงปืน T.P.C. นับพันนับหมื่นคน แต่พอไม่ได้จับปืนแค่ 12 เดือน ทุกอย่างก็พังหมด มือไม่นิ่ง ใจไม่นิ่ง ปฏิกิริยาตอบกลับมันช้าไปหมดทุกอย่าง นี่ขนาดผมมีหน้าที่แค่ฝึกนะ แล้วตำรวจนายอื่นๆ ที่หน้าที่รับผิดชอบเขาอยู่กับความเป็นความตาย เช่น ฝ่ายปราบปราม ชุดสืบสวน ชุดยาเสพติด ถ้าหากเขาไม่ฝึกต่อเนื่อง เขาก็มีสิทธิเสี่ยงที่จะจบชีวิตหากมีเหตุปะทะ”

“ความอ้วน หน้าที่การงานด้วยแหละครับ” สารวัตรสุริยา ขอเล่าต่ออีกว่า ด้วยหน้าที่การงานของตำรวจในยุคปัจจุบัน หากเป็นพนักงานสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่สายตรวจก็ตาม หรือแม้แต่ฝ่ายธุรการ ตำรวจทุกนาย หน้าที่หลักคือต้องดูแลสังคม ปราบปรามอาชญากรรม และแน่นอนว่า ตำรวจต้องคำนึงว่าพร้อมจะเผชิญเหตุต่างๆ ได้ทุกเมื่อ แต่หากด้วยงานที่มากมาย ไร้การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างก็จะช้า แม้จะจำวิธีการยิงได้ หรือประมวลสถานการณ์ได้ทั้งหมด แต่เมื่อร่างกายช้า การตอบสนองช้า โอกาสความผิดพลาดก็มีสูง

เพราะปืนทุกกระบอก กระสุนทุกนัดที่ลั่นไกออกไป ย่อมหมายถึงเป้าหมายที่เป็นชีวิตของฝั่งตรงข้าม นั่นคือเหล่าอาชญากรที่ก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ การฝึกฝนอย่างถูกวิธี ตามหลักสูตรที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่ต่างจากการลงพื้นที่เผชิญสถานการณ์จริง เพื่อให้แต่ละนัดที่กระสุนออกจากปากกระบอกปืนเป็นผลมากที่สุด ดังคำที่ครูฝึกประสบการณ์ 20 ปี ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

“กระสุนหนึ่งนัดย่อมหมายถึงชีวิต การฝึกยิงรูปแบบนี้เรียกง่ายๆ คือให้โดนที่จุดตาย ถ้าไม่ตาย หรือเอาแล้วไม่หยุด เรานั่นแหละที่อาจจะตาย”

ก้อนสอง

ดวง อยู่บำรุง ‘คนนี้เขาแม่นจริง’

สนามยิงปืนของโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน เหล่าครูฝึกกว่า 10 ชีวิตกำลังขะมักเขม้นลงสนามยิงปืนยุทธวิธีการยิงแบบ T.P.C. อย่างแข็งขัน เสียงปืนดังสนั่นอย่างมีจังหวะ ไม่ใช่ยิงแบบสะเปะสะปะมั่วๆ และทุกนัดที่ลั่นไกโดนเป้าเคลื่อนที่เข้าอย่างจัง

เหล่าครูฝึกร่างกายกำยำทะมัดทะแมง ยืนจังก้าคู่กับบัดดี้ซึ่งเป็นครูฝึกอีกคน เดินตามจังหวะสืบเท้าเข้าหาเป้าหมายอย่างมีนัย ก่อนจะได้ยินเสียงนกหวีดที่ให้สัญญาณว่า “ยิงได้” พร้อมกันกับเป้าที่โผล่ออกมาจากแนวซุ่มเพื่อแสร้งทำว่านั่นคือเป้าหมายที่เป็นคนร้าย เสียงปืนดังสนั่น แต่กระสุนพลาดเป้าออกไป

“อ้าวพลาดแล้ว หมู่โชคพลาดแล้ว ไม่โดนเป้านะนั่นน่ะ ทำไงดี ต่อไปเจอของจริงทำยังไง ไม่เอานะ เดี๋ยวไปฝึกนักเรียนไม่ได้ เอ้า วิดพื้น 10 ที พลาดสองนัดเอาไป 10 ที” พ.ต.ท.สุริยา มากแก้ว สารวัตรกลุ่มงานยุทธวิธีตำรวจ พูดกับครูฝึกที่พลาดเป้าด้วยเสียงแข็งกร้าว แต่ลึกๆ แล้วเต็มเปี่ยมด้วยมิตรไมตรี

ขณะที่ยืนดูการฝึกอย่างเอาจริงเอาจัง พลันสายตาก็เห็นรูปที่ติดหราอยู่ที่บอร์ดเพื่อแสดงผลงานของสนามยิงปืนแห่งนี้ ภาพบุคคลที่ไปเห็นเข้าบ่งบอกถึงความโด่งดังเป็นอย่างดี เพราะเขาคือ “ผู้กองชาย” หรือ ร.ต.อ.ดวง อยู่บำรุง นายเวรผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 บุตรชายคนเล็กของผู้หนึ่งที่โด่งดังในยุคนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงานคนดัง

ภาพที่ปรากฏเป็นภาพที่ได้รับรางวัล “เหรียญทอง” การฝึกยิงปืน T.P.C. พร้อมท่าทางการฝึกยิงที่แสดงถึงความช่ำชอง เชี่ยวชาญ สมกับเสียงร่ำลือในสังคมที่พูดถึงเขาเกี่ยวกับ “ปืน” อยู่มาก พร้อมต่างสงสัยว่า “ชาย” คนนี้ยิงปืนแม่นจริงหรือ

“เขาแม่นนะครับ แม่นมาก ผมยืนยันได้เต็มปากเลย” สารวัตรสุริยา พูดถึงอดีตลูกศิษย์ลูกนักการเมืองคนดัง ที่โอนย้ายจากทหารมาเป็นข้าราชการตำรวจ ที่เขาเทรนการยิงแบบ T.P.C. มากับมือ

แม่นหรือไม่ พ.ต.ท.สุริยา บอกว่าดูได้จาก “เหรียญทอง” ที่ ร.ต.อ.ดวง ได้มาประดับที่อก เพราะนี่คือสัญลักษณ์บ่งบอกสถานะว่านี่คือคนที่แม่นปืนระดับที่ว่า “ไม่มีพลาด” ได้คะแนนเต็มในการฝึกยิงครบทุกรูปแบบของหลักสูตร T.P.C. แม่นขนาดที่ว่าแม้ครูฝึกมากประสบการณ์อย่างสารวัตรสุริยายังไม่ได้เหรียญทองมาครองได้เลย

“เขาเป็นคนมีวินัยมาก การฝึกยิงก็ใช้หลักสูตรเดียวกันหมด ไม่มีแบ่งชนชั้นว่านี่คือลูกนักการเมือง หรือใครก็ตาม เขารับการฝึก เชื่อฟังครู และตั้งใจฝึกฝนอย่างตั้งใจ เท่าที่สัมผัสเขาไม่ใช่คนน่ากลัวอย่างที่สังคมพูดถึงเขานะ เมื่อมาได้สัมผัสดู เขาเป็นคนดีมากคนหนึ่งทีเดียว” สารวัตรสุริยา พูดถึงลูกศิษย์ด้วยความชื่นชม

Advertisements

One comment on “ยิงปืนฉบับเอฟบีไอ ‘ทุกนัดที่ลั่นไก ต้องมีผลถึงตาย’

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: