โบรกฯ คาดดิจิตอลทีวี 4 ปี คืนทุน ลุ้นหน้าใหม่ประคองธุรกิจ

Published ธันวาคม 30, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/392231

  • 27 ธันวาคม 2556, 09:28 น.

bkqkpjhbmggyxc7vavmoaqjb3k75xao0gyho8tc91iswovzfmzdju

นักวิเคราะห์คาด โทรทัศน์ระบบทีวีดิจิตอลใช้เวลา 4 ปี คืนทุน ห่วงบริษัทหน้าใหม่ ฟื้นคืนกำไรยาก…

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2556 นางสาวธริศา ชัยสุนทรโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคเคเทรด จำกัด เปิดเผยกับ “ไทยรัฐออนไลน์” ว่าจากการประมูลทีวีดิจิตอลในวันแรก มียอดเงินประมูลรวมทั้งสิ้น 39,650 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดเงินจากการประมูลช่อง HD มูลค่า 23,700 ล้านบาท และช่อง SD มูลค่า 15,950 ล้านบาท นับว่าราคาประมูลสูงเกินที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก จึงประเมินว่า ระยะเวลาคืนทุนโดยเฉลี่ยของการดำเนินกิจการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล อาจต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปี จากเดิมที่คาดว่าน่าจะใช้เวลาเพียง 2-3 ปี

สำหรับ บริษัทที่ประมูลใบอนุญาตทั้งประเภท HD และ SD ได้ในวันนี้ ส่วนตัวมองว่า สำหรับช่องฟรีทีวีเดิมไม่น่าหนักใจ เพราะมีต้นทุนธุรกิจ และความเชี่ยวชาญงานด้านโทรทัศน์อยู่ก่อนแล้ว เช่น ช่อง 3, ช่อง 7 และ อสมท เป็นต้น ส่วนผู้แข่งขันรายใหม่ที่ตัดสินใจเข้าสู่วงการโทรทัศน์ สำหรับบางบริษัทยังคงกังวลว่า จะมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากบางรายไม่เคยทำธุรกิจโทรทัศน์มาก่อน ดังนั้นการขยายโอกาสทางธุรกิจมาสู่แวดวงโทรทัศน์ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย หรือบางรายแม้จะมีธุรกิจโทรทัศน์อยู่เดิม แต่โครงสร้างธุรกิจมีขนาดเล็กและเป็นสถานีเฉพาะกลุ่ม แต่เมื่อเข้าสู่ระบบดิจิตอลทีวีต้องมีเนื้อหาที่หลากหลายเพื่อสนองต่อความต้องการของผู้ชม นับว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่ง ส่วนบริษัทที่พลาดโอกาสในการครอบครองใบอนุญาตอายุสัมปทาน 15 ปี ยังมีโอกาสลุ้นต่อในวันพรุ่งนี้ แต่บางบริษัทก็สร้างความประหลาดใจให้กับตนเอง เพราะประเมินว่า น่าจะมีโอกาสชนะการประมูลสูง แต่สุดท้ายก็พลาดไป

“แปลกใจมากกับการประมูลในวันนี้ เพราะบริษัทที่คาดว่า จะได้ กลับไม่ได้ ส่วนบริษัทที่อาจจะไม่ได้โดดเด่น กลับคว้าใบอนุญาตมาครองได้ ส่วนบริษัทที่ประมูลได้นั้นยังคงต้องรอติดตามต่อไป เพราะบางบริษัท ส่วนตัวยังไม่มั่นใจว่า จะมีความเชี่ยวชาญหรือแข็งแกร่งเพียงพอในการกระโดดเข้าสู่การแข่งขันในวงการโทรทัศน์ ซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก” นักวิเคราะห์กล่าว

เมื่อสัมภาษณ์ถึงมุมมองนักวิเคราะห์ที่มีต่อผู้มีสิทธิ์ครอบครองใบอนุญาตดิจิตอลทีวีประเภท HD มองว่า กลุ่มฟรีทีวีเดิม ได้แก่ บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย (ช่อง 3), บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7) และ อสมท ถือว่ามีความคุ้นเคยและเชี่ยวชาญในธุรกิจประเภทนี้ จึงน่าจะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ อีกทั้งส่วนใหญ่ได้เตรียมความพร้อมรองรับระบบ HD ไว้ก่อนแล้ว

สำหรับบริษัทบางกอกมีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (ตระกูลปราสาททองโอสถ) ซึ่งเคาะประมูลได้ในลำดับที่ 2 ด้วยมูลค่า 3,460 ล้านบาท เรื่องของเม็ดเงินในการลงทุนไม่น่าหนักใจ แต่คงต้องรอดูว่าทิศทางธุรกิจนับจากนี้จะเป็นอย่างไร หากประเมินเบื้องต้น การลงทุนครั้งนี้อาจจะไม่คาดหวังกำไรเป็นหลัก เนื่องจากเป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงลดความกดดันในการสร้างรายได้และการรายงานผลต่อผู้ถือหุ้น แต่การตัดสินใจครั้งนี้ น่าจะเป็นการขยายธุรกิจให้ครบวงจร นอกจากธุรกิจในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ, ธุรกิจสนามบิน และสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส นับว่าเป็นความท้าทายของผู้บริหาร

ส่วน บริษัท ทริปเปิลวี บรอดคาสท์ จำกัด หรือไทยรัฐทีวี ซึ่งเคาะประมูลได้ในลำดับที่ 4 ด้วยมูลค่า 3,360 ล้านบาท มองว่า แม้จะไม่มีความเชี่ยวชาญในงานด้านโทรทัศน์โดยตรง และจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ หลังกระแสความนิยมของการอ่านข่าวผ่านสื่อสิ่งพิมพ์เริ่มเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ไทยรัฐทีวีมีแต้มต่อเหนือคู่แข่งรายใหม่ นอกเหนือจากเนื้อหาและแหล่งข่าวสำคัญที่มีอยู่ในมือ นั่นคือ ความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่ เช่น บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งน่าจะช่วยเอื้อให้การดำเนินธุรกิจผ่านพ้นไปได้

ขณะที่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด และ บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด ซึ่งต่างเคาะประมูลได้ในลำดับที่ 6 มูลค่า 3,320 ล้านบาท นักวิเคราะห์ค่อนข้างหนักใจกับทั้งสองบริษัท เนื่องจากยังมองโครงสร้างธุรกิจไม่ชัดเจน และอาจเป็นภาระด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้โอกาสทำกำไรลดลง

“นักวิเคราะห์ยอมรับว่า ค่อนข้างกังวลใจกับการตัดสินใจของแกรมมี่ เพราะจะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และตัวเลขรายได้ที่ผ่านมายังไม่น่าพึงพอใจมากนัก และก่อนหน้านี้แกรมมี่ทุ่มงบลงทุนกับทีวีดาวเทียมไปมากพอสมควร การร่วมประมูลในช่องประเภท HD ด้วยราคาสูงแบบนี้ จึงทำให้โอกาสฟื้นคืนกำไรค่อนข้างน่าเป็นห่วง ด้านบริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด แม้จะมีผลงานด้านโทรทัศน์มาบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นรายการเฉพาะกลุ่ม จึงไม่สามารถชี้วัดความสำเร็จได้ทั้งหมด อีกทั้งที่ผ่านมาผลงานส่วนใหญ่ของเครืออมรินทร์ คือ สื่อสิ่งพิมพ์คุณภาพ ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าการได้ใบอนุญาตไปครอง จึงเป็นทั้งโอกาส และความท้าทายของการดำเนินธุรกิจโทรทัศน์นับจากนี้ไป” นางสาวธริศา กล่าวทิ้งท้าย.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: