เจาะเทรนด์ธุรกิจ SMEs ไทย ปี 57 ตอนที่ 2

Published ธันวาคม 30, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/392095

  • 26 ธันวาคม 2556, 15:49 น.

bkqkpjhbmggyxc7vavmoaqjb3k75xao0gyho8tc91iswovzfmzdju

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้พูดถึง 5 เทรนด์ที่เป็นทั้งโอกาสและแนวทางการทำธุรกิจที่น่าจับตามองสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในปีหน้า โดยในภาพรวมจะเห็นว่าเทรนด์เหล่านี้เป็นผลจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีส่วนช่วยในการทำธุรกิจ

ในสัปดาห์นี้เราจะพูดถึงอีก 5 เทรนด์ของแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่ผู้ประกอบการต้องยอมรับเพื่อปรับธุรกิจของตนให้สอดคล้องเหมาะสม

6. “ปฏิรูประบบแรงงานและการจ้างงานในกลุ่มธุรกิจ SMEs”

ปัญหาแรงงานไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ SMEs ในประเทศไทย แต่ที่น่าสนใจคือช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจไทย แม้ทุกขนาดทุกกลุ่มอุตสาหกรรมจะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน ดังที่เรามักเห็นป้ายประกาศรับสมัครงานในทุกพื้นที่ แต่ประชาชนในหลายพื้นที่กลับประสบปัญหาการว่างงาน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ ปัญหาขาดแคลนแรงงานและว่างงานที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน สื่อให้เห็นว่าสถานะโครงสร้างแรงงานไทยนั้นเข้าขั้นวิกฤติ เพราะภาคการศึกษาไม่สามารถผลิตบุคลากรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจได้ทันท่วงที

สิ่งที่เราจะเห็นในปีหน้าคือความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างแรงงานในประเทศอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการจะประสบปัญหาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีมงานที่มีความสามารถถูกดึงตัวโดยบริษัทกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในประเทศ ปัญหาเรื่อง “สมองไหล” รวมไปถึงการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวในระดับมหภาค

ในปัจจุบันธุรกิจ SMEs จำนวนมากต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพม่า กัมพูชา หรือลาว แต่เมื่อเศรษฐกิจในประเทศเหล่านั้นเริ่มมีอัตราการเติบโตแซงหน้าประเทศไทย ทำให้การจ้างงานในประเทศถูกยกระดับ ทั้งด้านปริมาณความต้องการและมาตรฐานในการทำงาน การจ้างงานในประเทศเหล่านี้จึงดึงดูดแรงงานต่างด้าวมากกว่ามาหางานทำในประเทศไทย รวมถึงดึงดูดแรงงานฝีมือในไทยจำนวนมากออกนอกประเทศด้วย

ในขณะที่ระบบการเมืองของไทยกำลังอยู่บนความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการ SMEs จำเป็นต้องเตรียมปรับธุรกิจของตนเพื่อรับปัญหาแรงงานที่จะทวีความรุนแรงอย่างแน่นอนในปีหน้า

7. “การขยายฐานของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่”

แน่นอนว่ากลุ่มทุนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศคงไม่อยู่เฉย เมื่อความเจริญนั้นขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ต่างๆ สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเห็นคือการขยายฐานทางธุรกิจทั้งในแนวตั้ง (Vertical) และแนวราบ (Horizontal)

ในแนวตั้ง บริษัทเหล่านี้เริ่มออกบริการใหม่ๆ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าของตนมากขึ้น รวมถึงบริการสำหรับตลาดเฉพาะทางต่างๆ ทั้งที่ก่อนหน้าตลาดเหล่านี้เป็นพื้นที่สำหรับธุรกิจ SMEs ผู้เขียนขอยกตัวอย่างบริษัทค่ายเพลงที่แต่เดิมมีช่องทางการหารายได้หลักจากค่าตัวศิลปิน การขายแผ่นเสียง ซีดี และสร้างเนื้อหาบันเทิง แต่ในปีที่ผ่านมาค่ายเพลงชั้นนำหลายค่ายเริ่มขยายธุรกิจในแนวตั้งด้วยการเปิดบริษัทลูก สำหรับรับเป็นผู้จัดงาน (Event Organizer) โดยมีศิลปินในค่ายเป็นตัวชูโรง ซึ่งแต่เดิมผู้เล่นในธุรกิจ Organizer มักจะเป็น SMEs ท้องถิ่น

ในแนวราบ เราได้เห็นบริษัทยักษ์ใหญ่เริ่มขยายตัวไปในธุรกิจในอีกตลาดใหม่ที่ไม่ใช่ตลาดดั้งเดิมของตน เช่นบริษัทที่ให้บริการด้านโทรคมนาคมเริ่มใช้ประโยชน์จากข้อมูลพื้นฐานลูกค้าที่ตนมีเข้าไปในธุรกิจที่ปรึกษาการตลาด หรือบริษัทที่นำเข้าและผลิตอุปกรณ์ IT เริ่มตั้งบริษัทลูกสำหรับผลิตซอฟต์แวร์ หรือแม้แต่กลุ่มห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่เริ่มขยายตัวทำธุรกิจขายส่งวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในหัวเมืองต่างจังหวัด เป็นต้น

ท้ายที่สุดแล้ว การขยายตัวในลักษณะนี้จะผลักดันให้กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เริ่มแสวงหาตลาดใหม่ และในบางกรณีเริ่มช่วงชิงพื้นที่จากธุรกิจ SMEs ไปบ้างแล้ว

8. “ธุรกิจ SMEs จำเป็นต้องมีทั้งจุดขายและจุดยืน”

นอกเหนือจากเทรนด์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว กลุ่มผู้บริโภคและลูกค้ารายย่อยก็มีความต้องการที่เปลี่ยนไปเช่นกัน แนวโน้มสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ SMEs คือเน้นการเข้าถึงและตอบสนองลูกค้าให้ตรงกลุ่ม มีจุดขายของสินค้าชัดเจน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการทำตลาดด้วยสินค้าราคาถูก

เพราะว่าผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ ใช้ความรู้สึกและค่านิยมร่วมตัดสินใจในการซื้อมากขึ้น ดังนั้นนอกเหนือจากเอกลักษณ์ของสินค้าและบริการแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องหาจุดยืนของธุรกิจตนเองให้พบและสื่อสารสิ่งนั้นไปหาลูกค้าผ่านช่องทางด้านการตลาดด้วย ซึ่งจุดยืนนี้สามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น การสื่อสารเรื่องราวความเป็นมาและแนวคิดเบื้องหลังการทำธุรกิจ (Identity) รวมทั้งร่วมทำกิจกรรมทางสังคม (CSR) เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

9. “รูปแบบธุรกิจและโครงสร้างรายได้แบบใหม่”

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีธุรกิจรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม (ICT) เช่น สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ต่างๆ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตขึ้นอีกมาก สวนทางกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ผู้ประกอบการควรจับตาเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ไปพร้อมกับตอบรับรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ที่จะตามมาด้วย

ตัวอย่างของแนวทางการทำธุรกิจ (business model) รูปแบบใหม่ที่เห็นได้ชัดคือการสร้างรายได้และบริการผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ตัวอย่างเช่น เจ้าของธุรกิจให้บริการท่องเที่ยวรายหนึ่งได้เริ่มให้บริการรับจองตั๋วเครื่องบินและซื้อทัวร์ผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งกลายเป็นช่องทางการหารายได้ใหม่ หรือในปัจจุบันมีการให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นโดยผู้ให้บริการคิดค่าบริการต่อครั้ง รวมทั้งธุรกิจกวดวิชาบางแห่งซึ่งเริ่มปรับโครงสร้างรายได้ด้วยการเปิดให้บริการ ”สมัครเหมาจ่าย (subscription)” สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนพิเศษมากกว่าหนึ่งวิชา เป็นต้น

สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้นำมาแค่โอกาสหรือช่องทางทำธุรกิจเสริม แต่นำมาซึ่งโครงสร้างรายได้รูปแบบใหม่ของธุรกิจตามพฤติกรรมความต้องการของลูกค้าด้วยเช่นกัน

10. “Co-opetition รวมกันเพื่อต่อยอด”

ช่วงหลายปีมานี้การรวมกลุ่มของนักธุรกิจได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่ผู้ประกอบการระดับท้องถิ่น ซึ่งประกอบอาชีพเดียวกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจและสร้างอำนาจต่อรองให้กับสมาชิก การรวมกลุ่มในลักษณะนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้นในปีหน้า ซึ่งมาจากจุดเปลี่ยนหลัก 2 ประการ คือ แนวคิด (mindset) ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และความจำเป็นในการต่อยอดธุรกิจ

ในอดีตแนวคิดจะให้ผู้ประกอบการที่เป็น “คู่แข่ง” ทางการค้าจับกลุ่มหารือกันนั้นเป็นสิ่งที่เกิดได้ยากมาก แต่ปัจจุบันการจัดตั้งกลุ่มของผู้ประกอบการนักธุรกิจกลายเป็นเรื่องปกติที่เห็นได้ทั่วไป เนื่องจากมุมมองของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับโอกาสการเป็น “คู่ค้า” มากกว่าการเป็น “คู่แข่ง” สำหรับปี พ.ศ. 2557 เมื่อปัจจัยการแข่งขันและโอกาสในตลาดภูมิภาคหลังเปิดเสรีประชาคมอาเซียนใกล้เข้ามา ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการรวมตัวกันมากขึ้น เพื่อพัฒนาขีดความสามารถและสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: