หวังการเมืองมีเสถียรภาพ ฟื้นการบริโภค

Published ธันวาคม 30, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/391537

  • 28 ธันวาคม 2556, 09:00 น.

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

ค่าครองชีพสูง การเมืองไม่แน่นอน ผู้บริโภคปรับพฤติกรรม ลดรายจ่าย นักวิชาการเศรษฐกิจ หวังการเมืองมีเสถียรภาพ ฟื้นความเชื่อมั่น กระตุ้นการบริโภค

เศรษฐกิจไทยปี 2556 ไปไม่ถึงฝัน ช่วงต้นปี หลายสำนักเศรษฐกิจคาดการณ์ว่า จะขยายตัวได้ 4% แต่สุดท้ายก็ยอมรับตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยคงขยายตัวไม่ถึง 3% เป็นผลจากเศรษฐกิจโลก ฟื้นตัวล่าช้า ส่งออกไม่ขยายตัว การเมืองไม่แน่นอน ประกอบกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำส่งผลให้ความเชื่อมั่นที่จะใช้จ่ายลดลง สะท้อนได้ชัดเจนจาก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย. 2556 อยู่ที่ 75.0 ลดลงจาก 76.6 ในเดือนตุลาคม ซึ่งปรับลดลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 22 เดือน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ประหยัดมากขึ้น หรือปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง

”ไทยรัฐออนไลน์” ติดตามพฤติกรรมผู้บริโภค อย่างพนักงานออฟฟิศ “นายภัคสิษฐ์ เทียนชัย” เล่าว่า ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการผ่อนค่างวดรถยนต์คันแรก แต่ค่าน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การขับรถไปทำงานระยะทางจากย่านเดอะมอลล์บางแค ถึงตลาดคลองเตย 5 วัน มีค่าใช้จ่ายน้ำมันรถสูงถึง 5,000 บาท ค่าที่จอดรถอีก 3,000 บาท

ด้วยข้อจำกัดของรายได้ต่อเดือนประมาณ 2 หมื่นบาท จึงต้องปรับตัว หาวิธีลดรายจ่ายด้วยการลงทุนซื้อรถมอเตอร์ไซค์ 45,000 บาท ขับไปทำงานแทน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้เท่าตัว

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

“ที่ซื้อรถคันแรก เพราะอยากได้สิทธิประโยชน์จากการยกเว้นภาษี พอได้รถมาก็สู้ค่าน้ำมันไม่ไหว เลยคิดซื้อมอเตอร์ไซค์ เครื่องยนต์เล็กกว่า กินน้ำมันน้อยกว่า และประหยัดเวลาในการเดินทาง แม้จะมีภาระผ่อนค่างวดอีกเดือนละ 5,000 บาท แต่เป็นการอดทนรับภาระแค่ 8 เดือน ค่างวดรถก็หมดลง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นเงินออมแต่ละเดือนจะเพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ ภัคสิษฐ์ ยังเลือกห่อข้าวจากบ้าน มากินในมื้อเช้าและมื้อกลางวันที่บริษัท ทำให้ไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหารในแต่ละมื้อที่มีราคาประมาณ 35-40 บาทต่อจาน

“ผมบอกกับตัวเองเสมอว่า… ไม่ต้องรอให้ขึ้นเงินเดือน แค่ลดรายจ่ายเงินเดือนก็เพิ่มขึ้นแล้ว” นายภัคสิษฐ์ กล่าว

เมื่อผู้บริโภคต้องปรับตัว รับค่าครองชีพที่สูงขึ้น แล้วแนวโน้มการบริโภคจะไปในทิศทางไหน…??

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า แนวโน้มการบริโภคภายในประเทศปี 2557 จะเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ หรือขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเมือง เพราะถ้าการเมืองนิ่งเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามกำหนดในวันที่ 2 ก.พ.2557 อย่างสมบูรณ์ คือทุกพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ จะทำให้เกิดเม็ดเงินสะพัดจากการเลือกตั้งเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 3-5 หมื่นล้านบาท

และหากรัฐบาลชุดใหม่ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพ ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโต 4.5-5% จะช่วยให้การบริโภคในประเทศกลับมาคึกคักขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 2 และทั้งปีมีโอกาสขยายตัว 2.5-3%

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

แต่ในทางตรงกันข้าม หากการเมืองขาดเสถียรภาพ โครงการลงทุนต่างๆ ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนจะชะลอลง จะทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงขยายตัวไม่สูง หรืออยู่ที่ 4-4.5%

“เงื่อนไขเศรษฐกิจปี 57 ขึ้นอยู่กับการเมืองเป็นหลัก และการจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการลงทุนของภาครัฐ ซึ่งการเมืองจะเป็นตัวกำหนดการบริโภคในปีหน้าแน่นอน”

ดังนั้น รัฐบาลชุดใหม่ต้องพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหากการเลือกตั้งคึกคักช่วงต้นปีรัฐบาลอาจไม่ต้องทำอะไรมาก แต่ต้องเริ่มทำประมาณไตรมาส 2 เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ จัดดำเนินการงบกลางปี แปลงเป็นการลงทุนเพื่อให้เกิดการจ้างงาน ทำให้เงินสะพัดทั่วประเทศ เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ความเชื่อมั่น จะทำให้ประชาชนใช้จ่าย

ราคาสินค้าก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนการบริโภคของประชาชน เพราะมีผลต่อการตัดสินใจ แม้ราคาสินค้าในปี 2556 จะปรับขึ้นไม่มาก และมีแนวโน้มทรงตัวจนถึงครึ่งปีแรกของปี 2557 แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคกลับชะลอตัว

ตามการเปิดเผยข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ การสำรวจราคาสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพในปี 2556 จำนวน 450 รายการ พบว่าสินค้าปรับราคาเพิ่มขึ้น 194 รายการ ลดลง 87 รายการ และไม่เปลี่ยนแปลง 169 รายการ โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2556 จะยังอยู่ในกรอบ 2.1-2.6% ต่ำกว่าเงินเฟ้อปี 50 ที่ 2.3% สาเหตุอัตราเงินเฟ้อต่ำลงต่อเนื่องมาจากปัญหาราคาน้ำมันในตลาดโลกต่ำลง ประกอบกับความต้องการสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่ได้สูงขึ้น ส่วนปี 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.0-2.8%

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

เบื้องต้น มาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าเพื่อช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในปี 2557 กระทรวงพาณิชย์ เตรียมไว้ 3 แนวทาง คือ 1. ราคาต้องสมเหตุสมผล ซึ่งจะพิจารณาจากต้นทุนที่สูงขึ้นหรือลดลงให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง 2. ราคาต้องเป็นธรรม ไม่เป็นภาระของประชาชน หรือผู้ผลิตมากเกินไป และ 3. แบบค่อยเป็นค่อยไป คือการทยอยปรับราคา เพื่อให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: