สศค.-ธปท.พาเหรดลดเป้าจีดีพี

Published ธันวาคม 30, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/392192

  • 27 ธันวาคม 2556, 05:30 น.

bkqkpjhbmggyxc7vavmoaqjb3k75xao0gyho8tc91iswovzfmzdju

การเมืองยืดเยื้อบีบเศรษฐกิจปีหน้าโตแค่ 3%

สศค.ปรับลดจีดีพีปีนี้เหลือ 2.8% จากประมาณการเดิม 3.7% พร้อมปรับลดจีดีพีปีหน้าเหลือ 4% จากประมาณการเดิม 5.1% ชี้หากปีหน้ากรณีการเมืองเลวร้าย เบิกจ่ายงบลงทุนได้เพียง 10% เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3% จี้ ธปท.จับตาระดับหนี้เสียในระบบสถาบันการเงิน ขณะที่ ธปท.มองการเมือง-เงินทุนค่าเงินผันผวน ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจ 57 ยอมรับปีหน้ามีโอกาสขยายตัวต่ำกว่า 4%

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลเศรษฐกิจไทยตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึงเดือน พ.ย.56 ที่ผ่านมา ทำให้ สศค.ปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ลดลงจากเดิม 3.7% เป็น 2.8% ขณะที่เมื่อต้นปีเคยประมาณการไว้ที่ 5.2% โดยสาเหตุหลักของการปรับลด เนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการส่งออกให้ลดลง ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับลดลงตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการ และส่งผลให้ครัวเรือนและภาคธุรกิจระมัดระวังการใช้จ่ายและการลงทุนมากขึ้น นอกจากนี้ การลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มลดลงจากที่เคยคาดไว้ ซึ่งเป็นผลจากความล่าช้าของการเบิกจ่ายงบประมาณและแผนการบริหารจัดการน้ำ ทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจน้อยกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีจุดเด่นจากภาคบริการ โดยการท่องเที่ยวก็ยังการขยายตัวได้ต่อเนื่อง เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยก็แข็งแกร่ง โดยอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 2.2% อัตราว่างงานต่ำที่ 0.7% ของกำลังแรงงานรวม อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนก็อยู่ในจุดที่บริหารจัดการได้

ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ในภาวะซึมๆ เป็นผลจากการใช้จ่ายในประเทศที่ลดลง สะท้อนจากยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวติดลบ 8.3% จากการใช้จ่ายในประเทศและการนำเข้าที่ลดลง ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี และหากแนวโน้มไม่ดีขึ้น จะส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 57 นอกจากนี้ ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งก็ลดลง ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นก็ปรับลดต่ำสุดในรอบ 22 เดือน และยอดการส่งออกติดลบ 4.09%

สำหรับในปี 57 สศค.ได้ปรับลดลงจากประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจจาก 5.1% เป็น 4% มีช่วงในการขยายตัวระหว่าง 3.5-4.5% โดยหวังว่า การส่งออกและการลงทุนจะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการบริโภคในประเทศ ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ การเลือกตั้งรัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.57 และได้รัฐบาลใหม่ช่วงปลายเดือน ก.พ.ถึงเดือน มี.ค.57 และอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า การลงทุนภาครัฐจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย.เป็นต้นไป และการเบิกจ่ายงบลงทุนในโครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท และการลงทุน 2 ล้านล้านบาทในระบบคมนาคมขนส่งจะมีสัดส่วน 30% ของวงเงินทั้งหมด แต่หากการเบิกจ่ายดังกล่าวมีสัดส่วนลดลงเหลือ 10% เศรษฐกิจจะขยายตัวลดลงเหลือ 3.5% และหากการเมืองยืดเยื้อ มีเหตุการณ์ความรุนแรง และไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น เศรษฐกิจจะขยายตัวในระดับ 3%

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะโฆษก ธปท.กล่าวว่า การประมาณการภาวะเศรษฐกิจล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ประเมินว่า จะขยายตัวได้ประมาณ 4% แต่ขณะนี้ยอมรับว่า การขยายตัวมีโอกาสต่ำกว่า 4% เนื่องจากยังมีความเสี่ยงด้านลบที่ต้องจับตาอยู่ สำหรับปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยที่จะต้องจับตาต่อเนื่องคือ สถานการณ์ทางการเมืองที่จะเปลี่ยนแปลงไปหลังช่วงปีใหม่ และความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาท โดยในปีหน้านี้ แม้ว่าเราจะมีปัญหาการเมือง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น แต่ไม่คิดว่า ทิศทางของเงินทุนเคลื่อนย้ายจะเป็นการไหลออกจากไทยไป เชื่อว่าเงินทุนยังพร้อมที่จะไหลเข้าประเทศไทย หากเรามีข่าวดี เช่น สามารถที่จะจบปัญหาการเมืองได้เร็วกว่าที่คาด แต่ยอมรับว่าในช่วงการชุมนุม 2 เดือนที่ผ่านมา พ.ย.-ธ.ค.มีเงินทุนไหลออกสุทธิจากประเทศ

“การส่งออกในปีนี้ ประเมินว่าอาจจะโตประมาณ 0% หรือจะบวกลบได้เล็กน้อย แต่ทิศทางไส้ในจะเห็นว่า ตลาดสหรัฐฯ จีน และยุโรป เริ่มปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ขณะที่ญี่ปุ่นก็กำลังปรับตัวดีขึ้น ดังนั้น คาดว่าในปีหน้าการส่งออกของไทยน่าจะช่วยเศรษฐกิจได้มากกว่าปีนี้ ขณะที่การใช้จ่ายภาคเอกชนน่าจะสมดุล หรือเป็นบวกอ่อน เนื่องจากสินค้าอุปโภคยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ยังคงชะลอในการซื้อสินค้าคงทน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะเพิ่งซื้อไปในปีที่ผ่านมา รวมทั้งช่วงหลังน้ำท่วมในปีก่อน นอกจากนี้ แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้า ในช่วงที่ผ่านมา หวังการลงทุนภาครัฐที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะประเมินได้ว่า ภาครัฐจะลงทุนใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน และอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ธปท.ติดตามอยู่เช่นกัน เพราะเป็นตัวที่กระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้า แต่ก็ยังประเมินว่าปีหน้าจะดีขึ้นกว่าปีนี้”.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: