แอนตาร์กติก…ดินแดนแห่งน้ำแข็ง

Published ธันวาคม 17, 2013 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/50707

8 January 2555 – 00:00

ถ้าพูดถึง “แอนตาร์กติก” หรือดินแดนน้ำแข็งขั้วโลกใต้ กับคนไทยนั้น เป็นเรื่องที่ห่างไกลกันทั้งระยะทางและความรู้ แต่เมื่อมีคนไทยสามารถเดินทางไปถึงดินแดนแห่งนี้ได้ แม้จะเป็นคนไทยคนที่สอง แต่พิเศษตรงที่เขาผู้นี้เป็นผู้หญิง เป็นสตรีไทยคนแรกที่ไปเหยียบขั้วโลกใต้ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่ง
“แอนตาร์กติก …ดินแดนน้ำแข็ง” เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดย รศ.ดร. สุชนา ชวนิชย์ นักวิทยาศาสตร์หญิงไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกจากสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น (NIPR: National Institute of Polar Research Japan) ให้เดินทางไปสำรวจ “ทวีปแอนตาร์กติก” ดินแดนน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ อุณหภูมิต่ำสุด เคยติดลบถึง -89.2 องศาเซลเซียสมาแล้ว
การเดินทางไปขั้วโลกน้ำแข็งของ รศ.ดร.สุชนานี้ ไม่ใช่เพื่อการท่องเที่ยว แต่เพื่อศึกษาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม  ร่วมกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกญี่ปุ่น รุ่นที่ 51 (JARE-51: 51th Japanese Antarctic Research Expedition) ณ สถานีวิจัยโชว์วะ (Syowa Station) ของประเทศญี่ปุ่น ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2552 ถึงเดือนมีนาคม 2553 ที่ผ่านมา รวมระยะเวลาประมาณ 4 เดือน
และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย บันทึกการเดินทางของ รศ.ดร.สุชนา จึงถูกถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงหนังสือบันทึกการเดินทางธรรมดาทั่วไป หากเป็น “หนังสือท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ” ที่ผู้เขียนได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับธรรมชาติและสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปที่เกิดขึ้นที่ขั้วโลกใต้และส่งผลกระทบกับโลก ที่เราอาศัยอยู่อย่างน่าสนใจ
ในวันเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักพิมพ์ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่ รศ.ดร.สุชนาได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์สตรีปี 2552 จากลอรีอัลมาแล้วนั้น  ได้รับเกียรติจาก ศ.นพ.ประเวศ วะสี ซึ่งเป็นผู้เขียนคำนิยม มากล่าวเปิดงาน
นักคิดอาวุโสกล่าวว่า เห็น ดร.สุชนา หรือ “เปิ้ล” ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านตั้งแต่เด็ก และรู้ว่าเป็นคนชอบเล่นน้ำมาก เมื่อมาเป็นอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเลของคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ  ก็รู้สึกยินดีในความสำเร็จที่อาจารย์เปิ้ลทำในสิ่งที่ชอบได้ สำหรับหนังสือเล่มนี้ ได้อ่านแล้ว ถือว่าเป็นหนังสือที่ให้ความรู้อย่างมาก มีคุณค่าต่อสังคมไทย ที่ขณะนี้เห็นว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ซึ่งไม่ใช่การใช้อำนาจเป็นจุดเปลี่ยน แต่ต้องใช้ความรู้เป็นตัวเปลี่ยนสังคม เพราะหากเปลี่ยนสังคมโดยใช้อำนาจจะก่อให้เกิดความเสียหายคณานับ แตกต่างจากการใช้ความรู้ และต้องยอมรับว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่มีความรู้และไม่ใฝ่รู้ อาจจะด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่ไม่ใช่ดินแดนหนาวเหน็บ มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่ขาดแคลนอาหาร ไม่คอยประสบภัยพิบัติ ทำให้ที่ผ่านมาเราจึงไม่ดิ้นรนใฝ่หาความรู้เพื่อความอยู่รอด แตกต่างจากญี่ปุ่นที่ต้องดิ้นรนมากกว่าเรา เขาจึงทดลองวิจัยถึงขั้วโลกใต้เป็นเวลานานหลายสิบปี
สำหรับหนังสือเรื่อง แอนตาร์กติก …ดินแดนแห่งน้ำแข็ง ที่อาจารย์สุชนาเขียนนี้ เป็นหนังสือที่มีเสน่ห์ เพราะเป็นหนังสือท่องเที่ยวแดนไกลที่น้อยคนจะไปถึง จึงเป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง และยังให้ความรู้เรื่องการศึกษาวิจัยเรื่องการแปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เป็นเรื่องการอยู่ร่วมในกลุ่มคนที่มีความรู้ เพราะชาวญี่ปุ่นเป็นพวกมีความรู้แต่พูดน้อย แตกต่างจากคนไทยที่พูดมาก พูดตามความนึกคิดแต่ไม่มีความรู้
“ผมเชื่อว่าคนที่อ่านจะได้รับความรู้มาก เพราะขั้วโลกใต้ ซึ่งเป็นดินแดนบรรจุประวัติศาสตร์โลกไว้มากมาย แม้แต่ฟองอากาศฟองหนึ่ง อาจจะบอกเล่าที่มาของโลกได้เป็นล้านๆ ปีได้ จึงหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะกระตุ้นให้สังคมเปลี่ยนแปลงและได้รับความรู้มากขึ้น” ศ.นพ.ประเวศกล่าว
ด้าน ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีส่วนร่วมในโครงการนักวิทยาศาสตร์หญิงกับลอรีอัล กล่าวว่า เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วได้อะไรหลายอย่าง เช่น ขั้วโลกใต้คืออะไรกันแน่ และแม้ว่าจะมีคนไทยได้ไปเยือนที่ขั้วโลกใต้มาแล้ว แต่ก็ไม่ควรหยุดโครงการไว้แค่นี้ ควรจะมีการสานต่อๆ ไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เกินเลย ที่คนไทยทำไม่ได้
มาถึงผู้เขียน รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ เล่าถึงที่มาของหนังสือเล่มนี้ว่า เป็นความตั้งใจตั้งแต่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมโครงการทีมวิจัยกับนักวิจัยญี่ปุ่น แล้วว่าจะต้องมีงานเขียนประสบการณ์ไปแอนตาร์กติกออกมา จึงได้จดบันทึกตั้งแต่ต้น โดยหวังให้เป็นการถ่ายทอดให้นักวิทยาศาสตร์ไทยได้อ่าน และให้เยาวชนไทยได้อ่านเห็นความสำคัญของแอนตาร์กติก
“ถ้าถามว่าประทับใจตรงไหน ต้องบอกว่าประทับใจทุกจุด เพราะเป็นครั้งแรกของเรา ตั้งแต่การขึ้นเรือ การเดินทางบนเรือชิวาเซะ ซึ่งเป็นเรือตัดน้ำแข็งที่ออกเดินทางปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งแรก ทุกอย่างใหม่ทั้งหมดรวมทั้งตัวเราด้วย”
ความหวังลึกๆ ของการเล่าเรื่องผ่านหนังสือครั้งนี้ อาจารย์สุชนา บอกว่า แม้งานวิจัยที่อาจารย์ได้ทำจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ นิดเดียว แต่ถ้านำไปรวมกับงานวิจัยอื่นๆ เป็นการต่อจิ๊กซอว์ ก็เชื่อว่าจะทำให้เห็นภาพใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแอนตาร์กติกของโลกและของประเทศไทยได้ แม้ประเทศไทยจะห่างจากแอนตาร์กติกมากนับหมื่นๆ ไมล์  แต่แอนตาร์กติกก็ถือได้ว่าเป็นหน้าต่างบานแรกของโลก ที่จะบอกว่าโลกของเราเป็นอย่างไร ซึ่งข้อมูลนี้ จะทำให้เราสามารถป้องกันและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้
“การเปลี่ยนแปลงแอนตาร์กติกที่ดิฉันเห็นคือ มีก๊าซคาร์บอนที่แอนตาร์กติกสูงขึ้นมากๆ ทั้งๆ ที่ดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนบริสุทธิ์ มีมนุษย์ที่เป็นนักวิจัยแค่ 3-4 พันคน แต่ที่นั่นกลายเป็นที่รองรับของเสียของโลก ที่เกิดจากที่อื่นแต่ไปรวมอยู่ที่โน่น ของเสียสะสมในน้ำแข็ง ภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งมีผลต่อสัตว์ทะเล เพนกวินที่เกิดใหม่มีโอกาสรอดชีวิตแค่ 20% เท่านั้น ทำให้แง่คิดว่าโลกเราต้องเปลี่ยนแปลงแน่ๆ เราจะทำตัวอย่างไรกับโลกที่เปลี่ยนแปลง จึงหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้คนไทยเห็นความสำคัญกับความเปลี่ยนแปลงในแอนตาร์กติก เพราะตอนนี้คนไทยก็เจอภัยธรรมชาติ ฝนตกมากขึ้น น้ำท่วมมากขึ้น” รศ.ดร.สุชนากล่าว.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: