มองประเทศไทยผ่าน”ถนนคนเดิน”

Published กุมภาพันธ์ 7, 2013 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/16668

20 January 2553 – 00:00

ถ้าเอ่ยถึงกรุงเทพฯ ทุกท่านก็คงนึกถึงเมืองหลวงประเทศไทย แต่ถ้าผมใช้คำว่า กทม. คงหลายท่านที่อาจนึกถึง “กรุงเทพมหานคร” อันมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ อยู่ขณะนี้ ก็ใช่แหละครับ คือวันนี้อยากจะคุยเรื่อง กทม.ซักนิด เพราะติดอยู่ในใจมาตั้งแต่วันอาทิตย์โน่นแล้ว

ติดเรื่องไหนล่ะ…ก็ติดในเรื่องเขาปิดถนนสีลม ตั้งแต่โรงแรมดุสิตธานีเรื่อยไปจนถึงสี่แยกถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ประมาณ ๑ กม.เพื่อจัดงานที่ตั้งชื่อว่า Silom Festival Bangkok 2010 สรุปเรียกง่ายๆ ก็คือ

จัดงาน “ถนนคนเดิน”!

อืมมมม…ก็ต้องขอบอกว่า เป็นผู้ว่าฯ กทม.มาปีกว่า เพิ่งเห็นนี่แหละที่คิดและทำอะไรแหลมไปจาก “งานประจำวัน” ในเทอมเลือกตั้งต่อๆ ไป ถ้าประชาธิปัตย์ยังต้องการให้คนประชาธิปัตย์ได้เป็นผู้ว่าฯ ต่ออีกละก็ ต้องเข้าใจงานบนความเป็น กทม.มากกว่า “งานเก็บขยะ-ล้างท่อ” ใน กทม.เพียงอย่างเดียว

ประชาธิปัตย์เขามอง กทม.ในมิติไหนผมก็ไม่ทราบนะครับ จะมองแค่เป็นการบริการ-การปกครองท้องถิ่น หรือจะมองแค่ กทม.ก็คืองานระดับเทศบาลเมืองหลวง จะอย่างไรก็ช่างเถอะ ในความเป็นจริงที่เป็นอยู่ตลอดมาก็คือ กทม.ไม่ได้เป็นแค่ที่ตั้ง “เมืองหลวง” เท่านั้น หากแต่ กทม.คือ

“ประเทศไทย”!

ถ้าเข้าใจตามที่ทั้งสังคมไทยและทั้งสังคมโลกเขาให้ความหมาย มิติในการบริหาร กทม.จะเกิดมุมกว้างจนเห็นว่า กทม.มันมีอะไรที่ต้องทำชนิดทุ่มเทนอกเหนือจากงาน ทะเบียนราษฎร เก็บขยะ เก็บส่วยร้านค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย กวาดถนน ตัดต้นไม้ และคอยสูบน้ำท่วม-ไม่ท่วม

กรุงเทพฯ คือ “ห้องรับแขก” ของประเทศไทย กทม.ควรจะบริหารดูแลห้องรับแขกของประเทศให้คนไป-คนมาเกิดทัศนคติด้วยภาพพจน์ ภาพลักษณ์ที่ดีแบบไหน อย่างไร น่าจะเข้าใจนะครับ

แขกมากรุงเทพฯ เขามาดู “ของเก่า” ในความเป็นกรุงเทพฯ หรือบางกอก ในภาพรวมที่เรียกว่า “กรุงรัตนโกสินทร์” เมื่อร้อย-สองร้อยปีที่ผ่านมา ไม่ได้มาดูตึกสูง มาดูรัฐสภาสัมปายสถาน มาดูแพนด้า หรือมาดูระบำจ้ำบ๊ะอะไร

ฉะนั้น วิวในการบริหาร กทม.มันต้องครบ ๔ มิติ คือ กว้าง-ยาว-ลึก-เวลา การสร้างความมั่งคั่งไม่ต้องเน้นอะไรมากนอกจากให้เป็นไปในทาง อนุรักษ์-สะอาด-ระเบียบ-ปลอดภัย-คุณภาพ ทุกวันนี้ กทม.ขายอะไร ผมไม่รู้

เห็นแต่ที่เขาหลั่งไหลมากัน เพราะแรงดึงดูดจาก วัดดั้งเดิม ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม ชุมชนดั้งเดิม โบราณสถานดั้งเดิม และที่คิดกันไม่ถึงว่าจะเป็นสิ่งดึงดูดคนมาเมืองไทยได้มากมายในขณะนี้ นั่นคือ “การอบรมวิปัสสนากรรมฐาน” จากวิปัสสนาจารย์สำนักต่างๆ ขณะนี้

นักท่องเที่ยวหลักที่มาเมืองไทย คือพุ่งมา กทม.โดยตรงทุกวันนี้ ไม่ใช่ลูกค้าเซ็กซ์ทัวร์ หรือลูกค้าช็อปปิ้งทัวร์ แต่ลูกค้าเกรด A โดยส่วนเฉลี่ยคือนักท่องเที่ยวอารยวิไล ดื่มด่ำฉ่ำเย็นกับ “ความเป็นไทยดั้งเดิม” ทรงเอกลักษณ์ ต้องเข้าใจว่า มนุษย์ทุกวันนี้กระเสือกกระสนในการแสวงหาจนสับสน วุ่นวาย สับสนจนกระทั่งตอบตัวเองไม่ถูกว่า จริงๆ แล้วต้องการอะไร และกำลังแสวงหาอะไร?

แต่เมื่อมากรุงเทพฯ ไปวัดพระแก้ว ไปวัดโพธิ์ ไปวัดอรุณฯ ไปวัดราชบพิตรฯ หรือยิ่งล่องเจ้าพระยาเข้าตามแม่น้ำลำคลองทางฝั่งธนฯ เมื่อพบกับวัดสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงสร้างบ้าง ที่รัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ทรงสร้างและทรงบูรณะบ้าง พูดได้คำเดียวว่า…ตะลึง ด้วยมหัศจรรย์แห่งจิต!

มนุษย์น่ะ ลึกๆ แล้วรากคือวิถีแห่งจิต ไม่ใช่วัตถุ เห็นเบิร์จคาลิฟะ หรือเบิร์จดูไบ “สูงที่สุดในโลก” เขาไม่ตะลึง แต่เขาสมเพชว่า

“เพราะมันไม่มีอะไรในความเป็นรากของตัวเอง จึงสร้างรากเทียม โดยถูกพวกฝรั่งหลอกให้สร้างเป็นการทดลองทฤษฎีใหม่ๆ ของเขา แต่เอาเงิน(มึง)”!

ฉะนั้น พออารยชน-อารยชาติมาเห็นวัด แค่เหยียบเข้าเขตพุทธาวาส-ลานโบสถ์วิหาร จิตวิญญาณมนุษย์ซึ่งอยู่เหนือภาษาสัมผัสรับรู้ได้ด้วยตัวเขาเองทันทีว่า…นี้แหละที่ข้าแสวงหามานาน แต่ไร้คำตอบ!

ดังนั้น การบริหารกรุงเทพฯ ไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงให้แต่ละเขตรักษาสิ่งที่มีอยู่เดิมไว้ให้ดี แค่ไม่ทำลายก็ได้ชื่อว่ารักษาแล้ว สำหรับเมืองไทย-คนไทยน่ะ ในขณะเดียวกันเสริมความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความสะดวก และความปลอดภัยเข้าไป แล้วฉีดวัคซีนปัญญาให้ชาวบ้านในแต่ละชุมชนท้องถิ่นด้วย “หมั่นประชุมคุยกัน”

ให้เขารู้ ให้เขาเห็นคุณค่าในสิ่งที่เขามองข้ามเพราะความจำเจที่เห็นมาแต่อ้อนแต่ออก ให้ความรู้-ความเข้าใจกับเขา แล้วในที่สุดเขาจะมองทะลุอิฐ หิน ดิน ปูน เข้าไปเห็นเพชรล้ำค่าที่พวกเขาต้องช่วยกันถนอมรักษาเอง!

ประเทศไทย พูดให้แคบลงมาคือ “ธุรกิจท่องเที่ยว” หากินกับของเก่าคือวัด หากินกับอารยะดั้งเดิมมาตลอด แต่รัฐบาล หรือการท่องเที่ยวมีงบไม่รู้กี่พัน-กี่หมื่นล้าน ไปทุ่ม-ไปประเคนสารพัดที่ แต่กับวัด กับชุมชนดั้งเดิม แหล่งศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิม ไม่เห็นไปอินังขังขอบ!

กรุงเทพฯ นั้น นอกจากไม่สะอาด ไม่เป็นระเบียบ ไม่ปลอดภัย ไม่สะดวกเท่าที่ควรแล้ว คนยังมากันขนาดนี้ แต่ถ้า กทม.เน้นเรื่องเหล่านี้ลงไป กรุงเทพฯ จะงอกงามเป็น…กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร หรือสุดยอดไปกว่านั้น เป็น

“กรุงรัตนโกสินทร์-ปิ่นสยาม” ทันที!

ที่ว่า ระเบียบ-สะอาด-ปลอดภัย-คุณภาพ นั้น ควรจะเริ่มตรงไหน อย่าไปมองว่า หาบเร่ แผงลอย แบกะดิน และร้านค้าริมถนน เป็นตัวอุปสรรค ตัวเหตุ ตัวปัญหา ผมจะบอกให้ว่า ทุกอย่างที่เห็นว่าระเกะระกะอยู่ในกรุงเทพฯ ทุกวันนี้ นั่นคือสิ่งที่รวมเรียกว่า “เสน่ห์บางกอก”

อย่าไปกำจัดเขา แต่จงไป “เจียระไน” เขา ทำให้เขาเห็นคุณค่าแล้วเขาจะ “จัดระเบียบ” งานอาชีพเขาเอง “หมั่นเชิญประชุมกัน” ปลูกฝังความเป็นเจ้าของพื้นที่ทำกินคือกรุงเทพฯ ให้เกิดทัศนคติว่า ณ ที่ตรงนั้น คือลานหน้าบ้านของเขา

ทุกคนรักและปฏิบัติกับหน้าบ้านตัวเองอย่างไร ก็จะรักและปฏิบัติพื้นถนนรนแคมที่ทำกินอย่างนั้น!

ทุกสังคมชาติในโลก ถ้าที่ไหนไม่มีระเบียบ ที่นั้นเจริญไม่ได้ เพราะคำว่าระเบียบ ก็คือสิ่งสะท้อนมนุษย์ผู้มีจิตใจพัฒนาแล้วนั่นเอง ถ้าจะพูดให้เห็นภาพง่ายๆ ในเรื่องระเบียบทางปฏิบัติ ก็ต้องพูดว่า

“ประเทศไหนคนเข้าแถวไม่เป็น ประเทศนั้นพัฒนาไม่ได้”!

เพราะการเข้าแถวคือสิ่งแสดงถึง ความอดทน อดกลั้น รอคอย เสียสละ ผดุงเกียรติ เคารพสิทธิ์เขา พิทักษ์สิทธิ์เรา และสอนให้รู้ว่า ทุกสิ่งที่ได้มา มีค่าที่ต้องลงทุนเสมอ ฉะนั้น เมื่อได้มาต้องถนอมรักษามันไว้

แล้วคนไทยล่ะ ไม่ต้องถามว่าเข้าแถวกันเป็นหรือยัง ต้องถามว่า “เมื่อไหร่จะสอนให้รู้จักเข้าแถวกันเสียที?” และก็ควรจะเกิดจิตสำนึกกันด้วยว่า “สะพานลอยไม่ได้สร้างสำหรับให้คนเดินลอด”!

“ถนนคนเดิน”

ความจริงในปรัชญาของมัน ถนนมันก็ต้องมีคนเดินอยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ต้องทำตื่นเต้นที่จัดถนนคนเดินโดยเข้าไม่ถึงปรัชญาของมัน ควรจะคิดใหม่ว่า “กทม.ควรจะทำอย่างไร เพื่อคืนถนนให้คนได้เดินมากกว่าที่เป็นอยู่”?

และผู้ว่าฯ กทม.ก็ควรจูงมือหัวหน้าเขต “เดินสำรวจ” ทางเท้าด้วยว่า ทุกวันนี้ทางเท้าหรือที่เรียกว่าฟุตปาธทำไว้ให้คนเดิน หรือสักแต่ว่ามีเพราะมันใช้เดินเกือบไม่ได้ ต้องลงไปเดินปนกะรถในถนน แคบไม่ว่า แต่ปัญหาล้านปีที่ กทม.ไม่เคยแก้ก็คือ สักแต่ว่าปูอิฐ ปูกระเบื้องลงไป ไม่กี่วันก็ทรุดพังเป็นหลุม-เป็นบ่อหมด

เพราะก่อนปูไม่เคยอัดพื้นดินให้คงระดับ ขืนอัดให้แน่น ปูหนเดียวใช้ได้เป็นปีๆ ก็จะอด “งบผลาญ” สู้ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ รื้อแล้วปู-ปูแล้วรื้อ หากินกันได้ตลอดกาลทุกเขต!

นี่ละ “ถนนคนเดิน” ที่แท้จริง เอากันตรงนี้ให้ดีก่อนในแต่ละเขต แล้วต่อจากนั้นจะไปทำ “ถนนคนเดิน” Festival….Festival อะไร ตรงไหน ค่อยไปทำ แต่ถ้าถนนคนเดินจริงๆ ยังทำให้ดีไม่ได้ ขืนจัดไปก็จะเข้าตำรา “ถนนหากิน”

“ถนนคนเดิน” ตามนัยที่จัดเมื่อวันอาทิตย์นั้น มันจะทะลุสุดยอดตามตัวของมันได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหาร กทม.มองทะลุแล้วว่า งาน กทม.ไม่ใช่แค่งานเทศบาลเมืองหลวง แต่งาน กทม.คืองานในความเป็นประเทศไทย

ในปรัชญานี้ผมต้องยกให้ “นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์” สมัยเป็นรองนายกฯ เมื่อปี ๒๕๔๔ ตอนนั้นรัฐบาลทักษิณตั้งแนวคิดในเรื่องประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ และส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วรัฐบาลโยนแนวคิดนี้ไปให้นายพิทักษ์เอาไปขบ

นายพิทักษ์เอานามธรรมแปลงให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้แบบไหนทราบมั้ยครับ?

จัดโครงการ “ถนนคนเดิน” ที่สีลมในชื่อ ๗ มหัศจรรย์ที่สีลมทุกอาทิตย์ ให้เป็นต้นแบบของถนนคนเดินขยายไปทั่วทุกจังหวัดจนถึงทุกวันนี้ ถนนคนเดินที่เชียงใหม่อันโด่งดัง กลายเป็นจุดขาย-จุดท่องเที่ยวใหม่ ที่จากเดิมแค่ถนนท่าแพ เดี๋ยวนี้ขยายไปถึงถนนอื่นๆ ร่วม ๒ กิโลฯ นั่นก็เป็นงานจากวิสัยทัศน์บริหารของนักการเมืองสมัยนั้นที่ชื่อ

“นายพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์”

ฝากไว้เป็นมรดกทางปัญญาคิด คือท่านจัด “ถนนคนเดิน” ที่สีลมประสบความสำเร็จจนเป็นที่อิจฉากันถ้วนหน้าแล้ว ท่านก็ไปจัดถนนคนเดิน “๑๐ มหัศจรรย์ล้านนาที่ท่าแพ” ในขณะที่สีลมต้องล้มเลิกไป “เพราะการเมือง” แต่ “ถนนคนเดิน” ที่เชียงใหม่คือ “สิ่งที่ใช่เลย” และไม่ใช่แค่ประเทศไทย ในความเป็นจริง มันใช่ และมีกันอยู่ในทุกประเทศในโลก

วันนี้ ไม่มีนายพิทักษ์บนถนนการเมือง แต่มี “ถนนคนเดิน” เป็นสัญลักษณ์ถึงนักการเมืองชื่อพิทักษ์!

ครับ…นักการเมืองที่ดีๆ มีกึ๋น มีวิสัยทัศน์เขาก็มีมากมาย แต่เสียดาย ระบบการเมืองไทยมักปฏิเสธคนดีที่มีกึ๋น และคนแบบนี้เขาก็มักไม่อยู่ เมื่อเห็นว่าการเมืองไม่นำไปสู่สิ่งสนองตอบสังคม การเมืองเพื่อสร้างบ้าน-สร้างเมือง นั่นมันความฝัน แต่ความจริงคือ การเมืองที่ไม่งอกบนพื้นฐานการศึกษา มันคือ “การเมืองที่เข้ามากินบ้าน-กินเมือง”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: