แก้ปัญหา “ไข่” แบบบูรณาการ

Published ธันวาคม 30, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/back2sky/303777

6 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.

ไข่ในบ้านเรา…มักถูกนำมาเป็นตัวกำหนดสถานการณ์เศรษฐกิจ แต่ด้วยอุปสงค์อุปทานไม่สมดุล จึงมัก เกิดปัญหาขบไม่แตกในเรื่องราคาแล้วปล่อยให้เรื้อรัง  จนเกิดเป็นรูปธรรมว่า…อุตสาหกรรมไข่เป็นมะเร็งในสังคม

เมื่อวันวาน…ดร.วิชัย เตชะวัฒนานันท์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ได้บรรยายถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมไก่ไข่บ้านเรา…ว่า

…โดยคาดการณ์ปี 2555 นี้ จะมีปริมาณไข่ไก่ที่ผลิตได้ 13,320 ล้านฟอง เพิ่มจากปีที่แล้ว (2554) ซึ่งผลิตได้ 11,360 ล้านฟอง คือประมาณ 17%

และ…ต้นทุนการผลิตในปีนี้ เฉลี่ยประมาณ 2.60 บาทต่อฟอง ขณะที่ สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ตั้งราคาไข่คละเฉลี่ยฟองละ 2.40 บาท แต่ราคาขายจริงราวๆฟองละ 2.00 ถึง 2.20 บาท เท่านั้น…เท่ากับว่าจริงๆ แล้วเกษตรกรต้องขาดทุนฟองละ 40 ถึง 60 สตางค์

กับปัญหาที่เกิดขึ้น…Egg Board ได้ทำการประชุมและมีมติให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนด้านการส่งออก เนื่องจากในแต่ละวันจะมีปริมาณไข่ไก่ส่วนเกินวันละประมาณ 3 ล้านฟอง จากปริมาณไข่ไก่ที่ผลิตได้เฉลี่ย 36.5 ล้านฟองต่อวัน

ซึ่ง…ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องการให้คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ช่วยสนับสนุนการส่งออกประมาณ 1 ล้านฟองต่อวัน ราวๆ 32.5 ล้านฟองต่อเดือน ในคาบเวลาครึ่งปี (พฤศจิกายน 2555 ถึงเมษายน 2556) โดยขอสนับสนุนเงินฟองละ 50 สตางค์ (195 ล้านฟอง) เป็นเงิน 98 ล้านบาท

…และ การสนับสนุนช่วยเหลือให้เป็นในรูปแบบ Domestic Support ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเพื่อการส่งออก นับตั้งแต่หน้าฟาร์มจนถึงตลาดฮ่องกง อาทิ ค่าถาดไข่ ค่ากล่อง ค่าขนส่งภายในประเทศ ค่าแรงงาน ค่าระวางเรือ ค่าพิธีการศุลกากร และค่าธรรมเนียมธนาคาร…อะไรเทือกนั้น

การช่วยเหลือวันละ 1 ล้านฟองนี้ เท่ากับว่าภาครัฐช่วยเกษตรกรระบายไข่ไก่จากที่มีส่วนเกินอยู่วันละ 3 ล้านฟอง เพื่อการส่งออกเพียง 2.7% ของปริมาณการผลิตรวมที่ 36.5 ล้านฟองต่อวัน ส่วนที่เกินมาอีกประมาณ 97% เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของเกษตรกรที่ต้องช่วยเหลือตัวเอง

ส่วนอีกวิธีการคือ…ขอรัฐบาลช่วยสนับสนุนการปลดแม่ไก่เร็วกว่ากำหนด โดยให้ปลดแม่ไก่ยืนกรงที่มีอายุถึง 65 สัปดาห์ (จากปกติอยู่ที่ 70 ถึง 75 สัปดาห์) โดยผู้เลี้ยงไก่ไข่ขอการสนับสนุนเงินช่วยเหลือจาก คชก.ตัวละ 10 บาท คิดเป็นเงิน 25.8 ล้านบาทตลอดโครงการ

ก็ถือว่าไม่เป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงของรัฐที่จะยื่นมือมาช่วยเกษตรกร…!!

“…อย่างไรก็แล้วแต่ การจะแก้ปัญหาอย่างบูรณาการนั้น จริงๆแล้วต้องเริ่มจากตัวเกษตรกรเองด้วย โดยต้องดูที่ปริมาณไข่ไก่ที่ขายได้เพื่อนำมากำหนดปริมาณการเลี้ยงที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดดังเช่นปัจจุบัน นี้อีก” ดร.วิชัย กล่าวทิ้งท้ายว่าอย่างนั่น ส่วนเกษตรกรจะเชื่อหรือไม่…ก็แล้วแต่…!!

ดอกสะแบง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: