เปิด…คำไต่สวน ข้อสงสัย 3G

Published ธันวาคม 26, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/ecoscoop/303589

5 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

ไม่แต่เฉพาะคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เท่านั้นที่ต้องออกไปเดินสายยืนยันความถูกต้องและโปร่งใสในการเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จี กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตลอดจนถึงคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกระทรวงการคลัง

แต่หลังจากที่ถูกคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตของวุฒิสภา เชิญไปให้ปากคำ และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับการเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จี รวมเวลากว่า 6 ชั่วโมงเศษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา

ผู้บริหารระดับสูงของเอกชนจาก 3 ค่ายมือถือ ซึ่งล้วนแต่เป็นคู่แข่งกันในตลาดโทรศัพท์มือถือ ก็ถึงกับนั่งไม่ติด ทั้งหมดจำเป็นต้องจับมือกันออกมาตอบข้อซักถามและคำถามคาใจเกี่ยวกับการประมูล 3 จี ที่พวกเขาถูกกล่าวหาด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ไม่เฉพาะแต่ประเด็นที่เพ่งเล็งว่าพวกเขา “ฮั้ว” ประมูลกันเท่านั้น

ที่สำคัญ ถ้าความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในหมู่ผู้มีวุฒิภาวะดังกล่าว นำไปสู่การล้มประมูล ที่ไม่เพียงจะสร้างความเสียหายแก่เอกชนอย่างพวกเขา หากแต่ยังทำให้ประโยชน์ที่จะตกแก่ประเทศชาติ และประชาชนคนไทยเสียหายไปด้วย มันย่อมมีความหมายว่า กำลังมีกลุ่มบุคคลใช้อำนาจในทางที่ไม่เหมาะสม และใช้เกมแห่งอำนาจ (power play) ทำลายล้างซึ่งกันและกัน โดยไม่คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม

“ทีมเศรษฐกิจ” ถอดความตามคำไต่สวนข้อสงสัย 3 จี ของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาชุดดังกล่าวออกมาให้อ่านกัน ตามแต่วิจารณญาณของแต่ละท่านจะพาไป

ไพบูลย์ นิติตะวัน วุฒิสมาชิก
คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล

กรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชน เลยได้มีการศึกษาเรื่องดังกล่าวแล้ว ในประเด็นเบื้องต้นเห็นว่าอาจมีปัญหาทางด้านกฎหมายบางประการเกี่ยวกับการกระทำของทาง กสทช. แล้วพอดีทราบว่าทาง ป.ป.ช.จะมีการประชุม จึงต้องเร่งนำส่งความเห็นเบื้องต้นไปก่อน โดยในส่วนของเอกชน รายงานเบื้องต้นยังไม่มีการกล่าวถึง

อยากให้เอกชนรับทราบว่ามีปัญหาทางข้อกฎหมาย อาจเป็นไปได้ว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ไม่มีอำนาจรับรองผลการประมูล แต่มีอำนาจเตรียมเรื่องต่างๆ เสนอให้ กสทช. 11 คน เป็นผู้พิจารณาอนุญาต ผมต้องทำเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้นำเสนอไปยังศาลปกครองเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ถ้าศาลเห็นตรงตามที่ว่า การดำเนินการทั้งหมดจะกลายเป็นไม่มีผลบังคับตามกฎหมายนะครับ

ประเด็นที่ผมติดใจนั้น คือหลังผลประมูลออกมา มีคนไม่เพิ่มราคาเลย โดยสามัญสำนึกต้องตกใจหรืออึ้ง ถ้ามีเจตนาว่าจะได้ราคามากกว่านี้ หรือว่าน่าจะต้องได้ถึง 58,000 ล้านบาท หรือ 50,000 ล้านบาท ติดใจที่ทำไมต้องรีบตัดสินใจ

คำนูณ สิทธิสมาน วุฒิสมาชิก
คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล

กรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้ เพราะเป็นภาระหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่ต้องกำกับ ตรวจสอบ ศึกษาการทำงานของหน่วยงานต่างๆ และกฎหมายออกแบบมาให้วุฒิสภามีหน้าที่กำกับ ตรวจสอบการทำงานของ กสทช.อย่างใกล้ชิด

ถ้าดูจะเห็นว่า กสทช.มีรากมาจากวุฒิสภา และในขณะนี้กำลังมีการเลือกคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการทำงานของ กสทช.มี 5 คน ซึ่งวุฒิสภาต้องเลือกกระบวนการถอดถอน กสทช. ซึ่งทำได้หลายช่องทางมากนั้น สมาชิกวุฒิสภาก็ต้องเป็นผู้ลงมติ อันนี้ถือเป็นความใกล้ชิดของวุฒิสภากับ กสทช.

ก่อนอื่นขอถามท่านสุภา (สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง) ผมข้องใจ ปกติกระทรวงการคลังไม่ค่อยทำอะไรรวดเร็วอย่างนี้ ทำไมครั้งนี้รวดเร็วเป็นพิเศษ พอประมูลเสร็จวันรุ่งขึ้นมีหนังสือเลย อันนี้บริสุทธิ์ใจจริงๆ ผมเห็นว่ามีเรื่องหลายประการที่ผลประโยชน์ของชาติยังขาดไป หรือกระทรวงการคลังควรทำหน้าที่รักษาประโยชน์ของแผ่นดินได้แข็งขันกว่านี้ อย่างกรณีเรียกคืนทรัพย์สินของ ปตท. ผมจึงสงสัยว่ามีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ เพราะกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานของรัฐ และกสทช.เป็นองค์กรอิสระนะครับ

ผมไม่สบายใจที่ขณะนี้ กสทช.มีมุมมองแตกต่างกัน แยกเป็น 2 ส่วน 2 บอร์ด คือ กทค.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กรณีนี้ กสทช.ไม่สามารถเข้ามาช่วยพิจารณาผลประมูลหรือการออกใบอนุญาต ในยามที่เกิดปัญหาได้เลยหรือ ที่จริงผมอยากถามท่านประธาน กสทช.ด้วยตัวผมเองว่าเรื่องนี้จบไหม ถ้าจบก็จบไม่เป็นไร ก็จะได้รู้ไว้ว่าจบ

ความจริงวันนี้ละเว้นการแสดงความคิดเห็นค่อนข้างมาก ก็ดีมีคนมาสอนกรรมาธิการก็ดี ใครเขาก็นึกว่าเราใหญ่ บางทีก็สมเพชตัวเองเหมือนกัน ก็พูดไปสอบสวนไป สุดท้ายแล้วทุกสิ่งก็เกิดขึ้นทุกครั้ง ก็ไม่เป็นไร

ประเด็นที่อยากให้ชัดเจนกว่านี้ ก็ได้แก่ กทค.ช่วยประมาณการได้ไหมว่า 15 ปี จากนี้จะเกิดประโยชน์ที่จะตกแก่แผ่นดินในรูปตัวเงินเป็นอย่างไร ช่วยประมาณการได้ไหม เรื่องอื่นอย่าเอามาปน เรื่องผู้บริโภคได้เท่าไรอย่าปน

รสนา โตสิตระกูล วุฒิสมาชิก
คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล

ดิฉันเองอยากรู้ว่าราคาตั้งต้น คิดคำนวณไปถึงส่วนที่เป็นระบบธุรกิจภายในประเทศหรือไม่ ในประเด็นธุรกิจในไทยได้กำไรโดยเฉลี่ยสูงกว่าในสหรัฐอเมริกา ตรงนี้ถูกนำมาคำนวณหรือไม่ เมื่อมาเป็น 3 จี ซึ่งจะสามารถทำธุรกิจได้กว้างขึ้น การให้ใบอนุญาตโดยไม่คำนึงถึงผลได้ของรัฐ ดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เหมือนกับปิโตรเลียม ดิฉันไม่รู้ ทำไมไม่เอาตัวเลขสูงสุด

แล้วประเด็นที่บอกว่าไม่มีการแข่งขัน ท่านไม่ปรับวิธีเลยหรือ แล้วยังยืนหยัดไปลงมติกัน แล้วเอกชน ทำไมต้องรีบหอบเงินมาจ่ายในวันรุ่งขึ้น ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น

ปกติแล้วฐานลูกค้าเอไอเอสควรจะใช้สัก 20 MHz ทำไมถึงประมูลได้ 15 MHz จะไปใช้คลื่นของทีโอทีต่อหรือเปล่า แล้วทำไมดีแทคไม่ขยับราคาขึ้นเลย

สมมติว่ามีการแข่งโดยที่จำนวนของน้อยกว่าจำนวนคนแข่ง ท่านอยากได้มาก ท่านมีตัวเลขอยู่ในใจไหมว่าสู้แค่นี้ มากกว่านี้ไม่เอา ยอมเลิกกิจการไปเลยมีไหม พวกท่านมีตัวเลขไหมว่าตัวเลขแค่ไหนที่ท่านจะสู้

สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุตามระบบอิเล็กทรอนิกส์

เรื่องที่ทำหนังสือท้วงไปถึง กสทช. สารภาพเลยว่าได้แต่ฟัง ได้แต่ดูคนอื่นทำอะไรกันอยู่ ไม่เคยได้เข้าไปลงในรายละเอียดค่ะ แต่มาดูจริงๆ จังๆ ตอนบอกว่ามีคนผ่าน 3 ราย เราก็อยากรู้ว่าใครผ่าน อยากรู้ว่าประมูลอย่างไร ก็เข้าไปดูในทีวี แค่นั้นค่ะ แล้วก็เอาโทรศัพท์ถ่ายเก็บ 9 สลอตไว้ ไปนั่งดูรายละเอียด แล้วก็มาติดตามอีกครั้งดูพฤติกรรมของการเสนอราคาเพื่อตอกย้ำว่าใช่หรือเปล่า เรื่องนี้เป็นวิชาชีพของเรา ไม่มีการเมือง ไม่มีประเด็นแอบแฝง

ดูกระบวนการเสนอราคาแล้วไม่มีการเสนอราคาเพิ่มจากราคาเริ่มต้น ก็ค่อนข้างแน่ใจว่ามีอะไรผิดปกติ จึงทำหนังสือท้วงไป

ถ้าเป็นกรรมการชุดเรา กรณีนี้ย่อมต้องมีหน้าที่เสนอหัวหน้าส่วนราชการ หากเห็นว่ามีการกระทำหรือพฤติกรรมที่เข้าข่ายสมยอมกัน ไม่มีการแข่งขันที่แท้จริง ก็ให้หัวหน้าส่วนราชการใช้ดุลพินิจเลิกการประกวดราคา คือต้องทบทวนว่าจริงๆ แล้วมีพฤติกรรมเช่นนั้นหรือไม่ แล้วค่อยพิจารณาตัดสินออกประกาศว่าใครชนะนะคะ แต่ก็ยอมรับว่ากระทรวงการคลังไม่มีอำนาจไปบอกให้หยุด จึงได้แต่สะกิดให้ดูดีๆ

เรากำลังชี้ให้เห็นถึงแก่นหัวใจของการประมูล ซึ่งหมายถึงการเสนอแข่งขันกันทั้งในการซื้อและขายทรัพย์สิน เป็นต้น ไม่ว่าซื้อหรือขาย การประมูลมีจุดเดียวคือต้องมีการแข่งขันราคา นั่นคือหัวใจ

ประเด็นที่ห่วงใยมากคือเรื่องราคา ปกติแล้วธุรกิจ การบีบราคาประมูลลงมาให้ต่ำกว่า 100% อาจเป็น 80% หรือ 70% ต้องใช้กับธุรกิจที่เป็นแบบลูกผีลูกคนหรือว่ายังรุ่งริ่งอยู่ แต่ธุรกิจอย่างนี้ ดูสภาพแวดล้อม ธุรกิจนี้รุ่งมาก ไม่มีความจำเป็นต้องให้แต้มต่อ ไม่ต้องลดราคา เพราะการประมูลคราวนี้ทำให้เอกชน 3 ราย ประหยัดเงินจากการจ่ายสัมปทานไปได้มาก และทำให้ทีโอทีและ กสท ขาดทุนทันที จากที่เคยรับรายได้สัมปทาน

ฉะนั้นประเด็นนี้จึงโยงไปได้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องกำหนดราคาตั้งต้นให้ลดลง เพราะธุรกิจนี้ได้กับได้ค่ะ

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
รองประธาน กสทช.และประธาน กทค.

การจัดสรรคลื่นความถี่ 3 จี 2.1 GHz ด้วยการประมูลครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย กสทช.ได้ศึกษาการออกแบบที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 ซึ่งถูกศาลสั่งระงับไป เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น รวมทั้งศึกษาข้อดีข้อเสียของการประมูลในต่างประเทศมาใช้ประกอบการพิจารณา โดยปรัชญาพื้นฐานในการออกแบบการประมูลต้องคำนึงถึงการแข่งขันในการประมูล แต่ต้องไม่ทำลายการแข่งขันหลังจากการประมูล ซึ่งในต่างประเทศให้การยอมรับในหลักการนี้อย่างกว้างขวาง ผู้จัดการประมูลไม่ควรมุ่งเน้นในเรื่องจำนวนเงิน หารายได้เพียงอย่างเดียว แต่ให้คำนึงถึงการพัฒนาการของอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคต

แนวทางของ กสทช.คือการเปิดโอกาสให้มากที่สุด ให้ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมประมูลได้ ไม่ถูกจำกัดเฉพาะรายใหญ่ รายเดิม ส่งเสริมให้มีผู้ประกอบกิจการรายใหม่เกิดมากขึ้น ลดช่องว่างระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่–กลาง–เล็ก จึงได้แบ่งความถี่ออกเป็น 9 สลอต สลอตละ 5 MHz ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้รายเล็กเข้าประมูลได้ ส่วนราคาตั้งต้นที่ 4,500 ล้านบาทต่อสลอตนั้น เป็นมติเสียงข้างมาก เพราะเป็นราคาที่คำนึงถึงการส่งเสริมการแข่งขันในตลาด เปิดโอกาสให้รายเล็กและสะท้อนมูลค่าคลื่นในระดับเหมาะสม

กทค.เตรียมการประมูลมาตั้งแต่เดือน ม.ค.2555 มีการเปิดเผยทุกขั้นตอน น้อมรับคำแนะนำจากทุกภาคส่วน ทั้งที่ไปในทิศทางเดียวกันและไปคนละแนว กทค.จึงจำเป็นต้องใช้ดุลพินิจที่ตั้งอยู่บนประสบการณ์ ความรู้ กฎหมาย

วันนี้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมถดถอยจากการไม่มีการจัดสรรคลื่นความถี่มามากกว่า 10 ปีแล้ว บริการไม่มีคุณภาพ  เพราะความถี่ไม่พอใช้งาน จึงหวังว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ครั้งนี้จะนำไปสู่บริการที่รองรับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น รับการแข่งขันที่จะมาพร้อมการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  (เออีซี) ในปี 2558 ผมจึงได้พยายามทุกวิถีทางที่จะจัดสรรคลื่นให้สำเร็จลง เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศและประชาชน

แต่ทั้งหลักวิชาการและเหตุผล รวมทั้งการระดมสมองของคนมากกว่า 50 ชีวิต ก็ไม่สามารถอธิบายให้คนเข้าใจได้ กลับโดนเบี่ยงเบนโดยคนไม่กี่คน ผมจึงเหลือหนทางเดียวที่จะรักษาเกียรติภูมิของ กสทช.เอาไว้ จึงขอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยการสาบานตน หากผมรับผลประโยชน์ตามที่มีผู้กล่าวหา รับส่วนต่างเป็นตัวเงินร้อยล้านหรือพันล้านเพื่อทำการจัดการฮั้ว ขอให้ผมจงวิบัติ ฉิบหาย ไม่มีวันเจริญรุ่งเรือง และตายตกตามกัน

สุทธิพล ทวีชัยการ
กรรมการ กสทช.และกรรมการ กทค.

ผมไม่เคยกลัวถูกตรวจสอบ แต่ก็อยากได้รับความเป็นธรรมครับ ผมไม่มีเจตนาโต้แย้งว่าเหตุใดกรรมาธิการจึงไม่ให้โอกาสผมหรือผู้เกี่ยวข้องมีโอกาสชี้แจง อธิบายเหตุผล ซึ่งผมแน่ใจว่าไม่มีมูลความจริงนะครับ และผมถือเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรง

ณ เวลาที่ออกแบบประมูลนั้น เราไม่อาจคาดเดาว่าสุดท้ายมีผู้ประมูลเพียง 3 ราย ซึ่งจากข้อมูลผู้ที่อยู่ในสาระบบที่จะเข้าร่วมประมูลได้ โดยเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ของ กสทช.นั้นมี 20-21 ราย มีทั้งรายเล็ก รายใหญ่ และ 3 ค่ายมือถือที่ว่า

ยุทธศาสตร์ในการประมูลของเราครั้งนี้คือการเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการ ให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น การตัดสินใจต่างๆ ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ดังกล่าว

เรื่องราคา มีการสื่อในลักษณะที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนมาก มีข้อมูลบอกว่าคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กำหนดราคาตั้งต้นไว้ที่ 6,440 ล้านบาทต่อ 5 MHz ซึ่งไม่ใช่ ราคานั้นคือราคามูลค่าคลื่น จุฬาฯ เสนอว่าราคาตั้งต้นควรไม่ต่ำกว่า 67% ของมูลค่าคลื่น ที่สุดราคาตามดุลพินิจของเรา ไม่ใช่การคิดคนเดียว มีคณะอนุกรรมการระดมความคิดหลากหลาย สิ่งที่ช่วยเราได้มากคือผลผลิตจาก กทช.ชุดก่อน ซึ่งบริษัทฝรั่งกำหนดมูลค่าคลื่นเมื่อ 2 ปีก่อนไว้ที่ 4,300 ล้านบาทต่อ 5 MHz และยังเสนอราคาตั้งต้นควรเป็น 50% ของมูลค่าคลื่น

ขอให้มั่นใจว่าการใช้ดุลพินิจของเราเป็นไปตามกรอบกฎหมายและดีที่สุดในข้อมูลที่มี ไม่ได้มีเจตนาเอื้อ 3 ค่ายมือถือ

ตอนรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ มีผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับราคาตั้งต้น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเห็นว่าราคา 4,500 ล้านเหมาะสมแล้ว กลุ่มที่ 2 บอกราคาต่ำไปมีมากขึ้นกว่ากลุ่มแรกนิดหน่อย ส่วนกลุ่มที่ 3 ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด บอกว่าราคาสูงเกินไป รายเล็กเข้าไม่ได้

สุดท้ายเราตรวจคุณสมบัติเหลือ 3 ราย บางคนบอกทำไมไม่แก้กฎ คือราคาตั้งต้นเป็นกฎหมาย อยากแก้ก็แก้ไม่ได้ ถ้าแก้ผมติดคุก เราต้องเดินหน้าตามกระบวนการ แต่ถ้าเหลือผู้เล่น 1 ราย ตรงนี้ต้องยกเลิกประมูล

ส่วนเรื่องอำนาจ กทค.ในการรับรองผลประมูลนั้น ยืนยันมีอำนาจ โดย กทค.และ กสท. มีอำนาจปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช.ตามอนุมาตรา 37 และ 40 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ 2553

สมประสงค์ บุญยะชัย
รองประธานกรรมการ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส

ความประสงค์ในการทำธุรกิจของเรา คือจะประมูลให้ได้ 3 สลอต 15 MHz แต่เราไม่ทราบว่าคนอื่นต้องการอะไร เท่าไร นอกจากนั้นยังต้องการที่จะเป็นผู้เลือกคลื่นคนที่ 1 จึงต้องเป็นผู้ประมูลในราคาสูงที่สุด นี่เป็นสาเหตุที่ทำไมเราถึงเคาะราคาเพิ่มขึ้น เราต้องใส่ราคาเข้าไปก่อนเพื่อจะให้เป็นผู้นำ ถ้าสมมติว่าไม่เป็นผู้นำ อาจเป็นผู้ตามแล้วไล่ไม่ทัน ในกรณีนี้เราจะไม่มีโอกาสเลือก จึงต้องใส่ราคาเข้าไปก่อน เราทำการทดสอบแล้วค้นพบว่าต้องเป็นผู้นำอยู่เท่าไร จึงสามารถเป็นที่ 1 ได้

ส่วนราคา เหมาะสมหรือไม่ เราไม่ใช่ กสทช. แต่มีราคาที่ได้ศึกษา ติดตามจากต่างประเทศ ถือเป็นวิทยาการ ไม่ใช่นั่งคิดขึ้นมาเฉยๆ ราคาตั้งต้นของเราอยู่เหนือค่าเฉลี่ยรวมแน่นอน

ผมมีความคิดอยากสร้างความเข้าใจ คำว่าประโยชน์แก่ประเทศมีความหมายมากกว่าค่าประมูล โปรดใช้วิจารณญาณสร้างคำนิยามขึ้นในจินตนาการของท่าน ความถี่เป็นทรัพยากรที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ไม่เหมือนแร่ดีบุก ทองแดง ขุดแล้วใช้หมดไป ความถี่จะมีประโยชน์ต่อเมื่อนำมาใช้ ไม่ใช้ย่อมไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งประโยชน์นั้นต้องเกิดขึ้นในทุกมิติการมอง

การพิจารณาอะไร ขอให้ตั้งอยู่บน 2 ข้อ 1.ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน 2. หลักการ ในที่นี้คือกฎหมาย การรับฟังความจริงครึ่งเดียวอาจเกิดผลเสีย การใช้อารมณ์และความรู้สึก หรือคำพูดที่บอกว่าชวนให้คิดไปได้นั้น ขอความกรุณาไม่ใช้ได้ไหมครับ ขอความกรุณาครับ เรื่องนี้มีผลต่อประเทศของเรา ของผม ของท่าน และของลูกผมด้วย

ผมอยากใคร่ขอความกรุณาให้ท่านสำรวจลงไปในจิตใจของท่าน ดูลงไปในหัวใจ ด้วยความเป็นกลาง เป็นธรรม หากท่านมีมโนกรรมเช่นนี้

ขอให้มีความสุขความเจริญต่อไป อย่างไรก็ดีนะครับ สุดท้ายขอฝาก ในเวลาเราไปฟังพระสวดตอนสวดศพ มีบทหนึ่งเรียก อภิณหปัจจเวกขณ์ มีอยู่ข้อหนึ่งบอกว่า บุคคลใดทำกรรมใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จะต้องเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้นทั้งสิ้น

ดามพ์ สุคนธทรัพย์
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)หรือดีแทค

ส่วนตัวผมรู้สึกเสียใจ จากที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน เห็นถึงความตั้งใจจริง ความจริงใจ ซื่อสัตย์สุจริตของ กสทช. แต่ทุกท่านต้องมาประสบปัญหา คับแค้นใจ จนต้องมีการพูดถึงเรื่องแขวนคอ สัญญา สาบาน ซึ่งส่วนหนึ่งผมคิดว่าเกิดจากความเข้าใจผิด และผมอยากให้เราสามารถก้าวข้ามจุดนี้ไปได้โดยเร็วที่สุด เราช้าไปมากแล้ว

การตรวจสอบผมว่าควรดำเนินต่อไป แต่อย่าให้ขั้นตอนเหล่านี้เป็นตัวที่จะดึงไม่ให้มีการออกใบอนุญาต ไม่ใช่เพราะผมเป็นผู้ประกอบการ แต่คิดว่าประเทศไทยจะแข่งกับประเทศอื่นๆ ลำบาก ถ้าไม่มีเทคโนโลยีมาเสริม

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเราไม่ขยับราคา ประการแรก ราคา 4,500 ล้านบาท ไม่ใช่ราคาต่ำ ค่อนข้างไปทางสูงด้วยซ้ำ และดีแทคยังมีสัมปทานเหลืออีก 6 ปี ข้อดีคือไม่ประมูลก็ให้บริการต่อได้ แต่ข้อเสียคือมีภาระการเงินตามสัมปทานค้างอยู่มาก การประมูลเป็นเรื่องของภาระการเงินก็ต้องมองภาระทางการเงินเป็นอันดับต้นๆ ส่วนตัวเลขว่าจะสู้เท่าไรนั้น เราไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ

เรามองว่าคลื่น 2.1 GHz มีการใช้งานมากว่า 10 ปีแล้ว แต่เครื่องมือถือที่รองรับยังไม่มาก ขณะที่คลื่น 1800 MHz ที่มีคิวจะนำออกประมูลต่อมา ใช้งานได้ทั้งบน 2 จี 3 จี 4 จี ซึ่งเรามีความต้องการ ก็ต้องเตรียมเงินไว้ เพราะการประมูลได้เพียงใบอนุญาต ถ้าทุ่มเงินมาก อาจเป็นภาระกระทบการขยายโครงข่ายเพื่อการแข่งขัน ต้องมองว่าส่วนไหนที่เราสามารถประหยัดได้ เราต้องให้คำตอบผู้ถือหุ้นในทุกครั้งที่เราเอาเงินออกไปใช้

อธึก อัศวานันท์
รองประธานกรรมการและหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านกฎหมายบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เรื่องราคาเริ่มต้น ผมขอเริ่มเลยว่าค่อนข้างสูง ก่อนยื่นซองกลุ่มผู้บริหารทรูทายกันว่าจะมีผู้ประมูลมากกว่า 3 รายหรือไม่ พวกเราเห็นตรงกันว่ามีเกิน 3 รายแน่ แต่ในที่สุดไม่มี ซึ่งเข้าใจว่าราคาสูงเกินไป

เรียนตรงๆ หลังประมูลผมค่อนข้างตกใจ เมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ออกทางหน้าหนังสือพิมพ์ เหมือนดูหนังเก่า ผมเคยผ่านมาแล้วตอนที่ทรูประมูลสายโทรศัพท์พื้นฐานของทีโอที สมัยนั้นเราประมูลได้ 3 ล้านเลขหมายรวมต่างจังหวัด แต่พอดีเกิดปฏิวัติ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้นมาแยกเอาคืนไป 1 ล้านเลขหมายในส่วนของต่างจังหวัด เอาไปจัดประมูลใหม่ เพราะเชื่อว่าส่วนแบ่งรายได้ที่เราเสนอ 16% นั้นต่ำไป

เอาไปจัดประมูลใหม่ โหมข่าวครึกโครมว่าต้องได้กำไรแน่ สุดท้ายมีคนเข้าประมูลเยอะแยะผู้ชนะเสนอให้ส่วนแบ่ง 43% ออกข่าวกันครึกโครมว่าหารายได้เข้าแผ่นดินเป็นแสนล้านบาท แต่ปัจจุบันบริษัทนั้นอยู่ในสภาพเจ๊ง แสนล้านบาทนั้นก็ไม่โผล่

คำถามถัดมา ถามกันมากว่าทำไมทรูไม่เคาะ ถ้าเคาะเพิ่ม พวกผมต้องไปตอบคำถามผู้ถือหุ้นว่าคุณจะไปเลือกช่วงความถี่เพื่ออะไร ที่ปรึกษาเราไม่ได้สนับสนุนให้ต้องเข้าที่ 1 เพื่อเลือกช่วงคลื่นความถี่ก่อน ถ้าได้เลือกก็จะเลือกช่วงกลาง ถ้าไม่ได้เลือกก็ไม่แตกต่าง

ส่วนที่เลือกตรงกลางนั้น เพราะเราคิดว่าดีที่สุด ทางขวากับทางซ้ายเป็นดีแทคและเอไอเอส ซึ่งเคยทำงานด้วยกันมา หากหลุดไปอยู่ริม ไม่รู้ถูกใครขนาบบ้าง อนาคตจะเป็นอย่างไรไม่รู้

เรื่องการฮั้ว ผมตอบแทนอีก 2 บริษัทได้ว่าเป็นไปไม่ได้ เราไม่เคยคุยอะไรกันเลย กสทช.กำหนดกฎมาแต่แรก จะโบกมือให้กันยังคิดว่าเดี๋ยวคนหาว่าส่งสัญญาณกันหรือเปล่า

ส่วนถ้ามองว่าไม่มีการสู้ราคา ถือว่าไม่มีการประมูล ถ้าอย่างนั้นการที่กรมขนส่งทางบกประมูลป้ายทะเบียนรถ ก็ผิดกฎหมายนะครับ เพราะแบบเดียวกัน ตั้งราคาไว้ถ้าไม่มีใครสู้ก็เอาไปเลย

ส่วนที่มีคำถามว่าทำไมต้องรีบจ่ายเงิน ทำไม กสทช.รีบทำทุกอย่าง เพราะเราภาคเอกชนอยากให้รัฐบาล ทำงานอย่างรวดเร็วครับ ไม่ใช่ไปรอวันสุดท้าย ธุรกิจรอไม่ได้ครับ ยิ่งผมรายเล็กแบกดอกเบี้ยตาย เฉพาะเงินค้ำประกันการประมูล 1,350 ล้านบาท ดอกเบี้ยวันละ 300,000 บาทครับ ถ้าทุกอย่างต้องรอถึงวันสุดท้าย พวกผมตายก่อน.

ทีมเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: