ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.ตอบทุกข้อสงสัยประมูล3จี

Published ธันวาคม 26, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/ecoscoop/300215

22 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

การประมูลใบอนุญาต 3 จี กลับมาเป็นประเด็นขัดแย้งทางสังคม และการเมืองอีกครั้ง หลังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มีมติรับรองผลการประมูลของ 3 ค่ายมือถือ เพื่อส่งคำยืนยันให้แก่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รับทราบ และให้ดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายโทรคมนาคมได้ในทันที ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้…

ทั้งนี้ก็เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในกิจการโทรคมนาคมของประเทศที่ล่าช้า และรอคอยกันมาอย่างยาวนานนับแต่ปี 2543 ที่ไม่เคยมีการอนุมัติคลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคมของประเทศให้แก่ผู้ประกอบการรายใดเลย สามารถเกิดขึ้นได้จริง เป็นรูปธรรม และให้ประโยชน์แก่ประชาชน ตลอดจนถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างแท้จริง

เพื่อไขข้อข้องใจของสังคม-การเมือง และสนับสนุนให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน รวมทั้งผลักดันให้ประเทศไทยมีโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพ และทันสมัยอย่าง ระบบ 3 จีใช้เยี่ยงนานาอารยประเทศ ทีมเศรษฐกิจ จึงถือโอกาสนี้

สัมภาษณ์ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการ กสทช. เพื่อให้คณะบุคคลที่คัดค้าน ตั้งประเด็นสงสัย ได้รับข้อมูลครบถ้วน ในโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติโครงการนี้

ขอทราบขั้นตอนการเปิดประมูลทั้งหมด ก่อนมาถึงวันนี้

ภารกิจการออกใบอนุญาต 3 จีถือเป็นคำมั่นสัญญา นับตั้งแต่วันที่  กสทช.เข้ารับตำแหน่ง เมื่อ 7 ต.ค. 2554 ซึ่งสำนักงานก็ได้เริ่มตระเตรียมการประมูลแทบจะทันที

เนื่องจากบอร์ดชุดนี้ เข้ามารับตำแหน่งท่ามกลางความคาดหวัง ว่าจะต้องมีการเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จีอีกครั้งโดยเร็วที่สุด หากจำกันได้ บอร์ดคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ชุดที่แล้ว ถูกคำสั่งศาลให้ระงับการประมูลเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2553 เนื่องจากเกรงว่าการเปิดประมูลจะไม่ได้อยู่ในอำนาจของบอร์ดชุดก่อน การถูกระงับการเปิดประมูลในช่วงโค้งสุดท้ายครั้งนั้น ทำให้คนไทยผิดหวังกันไม่น้อย

มาถึงการประมูลในครั้งนี้  สำนักงาน  กสทช.จึงพยายามตระเตรียมทุกอย่างให้รัดกุมที่สุด โดยเฉพาะการรับมือกับการถูกฟ้องร้อง ซึ่งก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย

“เราทำใจกันเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร สุดท้ายคงไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจ คดีความฟ้องร้องต้องเกิดขึ้นแน่ ไม่มากก็น้อย และแม้ว่าการเปิดประมูลครั้งนี้อาจทำได้ไม่ดีที่สุด แต่มั่นใจว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว ต่อสถานการณ์ปัจจุบัน”

ก่อนจะมาถึงวันนี้ ซึ่ง กสทช.ได้แจ้งอย่างเป็นทางการแก่ผู้ชนะการประมูล 3 ราย อันได้แก่ บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) ในเครือบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัทดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัทเรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เรียบร้อยแล้ว และเอไอเอส ถือเป็นรายแรกที่ได้มาชำระเงินค่าประมูลครึ่งหนึ่งจำนวน
7,824,375,000 บาท เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา และจะส่งเป็นรายได้เข้าแผ่นดินต่อไปนั้น

กสทช.ได้ดำเนินขั้นตอนสู่การประมูลอย่างถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมาย รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดแล้ว ตั้งแต่การจัดทำแผนแม่บท 3 ฉบับ คือ แผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ซึ่งประกาศมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน เม.ย.

ระหว่างนั้น ยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz และตั้งคณะทำงานสนับสนุนภารกิจเพื่อเตรียมความพร้อมในการอนุญาต เพื่อศึกษา วิเคราะห์ จัดทำข้อกำหนด เงื่อนไขการออกใบอนุญาต กระบวนการประมูล กระบวนการให้ใบอนุญาต จนสามารถออกร่างประกาศที่เกี่ยวข้อง 5 ฉบับ และได้นำร่างทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ทั้งผ่านเว็บไซต์และจัดเวทีประชาพิจารณ์

จนนำไปสู่การลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อทำให้มีผลบังคับใช้ และต้องเตรียมงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมูล ทั้งว่าจ้างบริษัท เพาเวอร์ ออคชั่น จำกัด วางระบบการประมูล รวมระยะเวลาจนถึงวันเปิดประมูล 16 ต.ค. ยาวนานถึง 9 เดือน เพราะทุกขั้นตอนต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดทุกประการ

และด้วยบทบาทของ กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระ ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับของรัฐ กสทช.ต้องจัดสรรคลื่นความถี่ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้โดยเฉพาะ เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะ นั่นเป็นเหตุให้ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนในระดับชาติ ระดับท้องถิ่นและการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม ไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะหารายได้เข้ารัฐเพียงประการเดียว ต้องทำทุกอย่างให้อยู่ในจุดที่มีความสมดุล

วิธีการประมูลจึงได้กำหนดขั้นตอนและกระบวนการเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างกัน โดยการดำเนินการนี้สอดคล้องกับระบบสากลที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

วันนี้การประมูล 3 จีจึงถือเป็นข้อยุติและต้องดำเนินการต่อไป และในขั้นตอนจากนี้จะเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน ซึ่ง กสทช. ได้ศึกษาข้อมูลและแนวทางดำเนินการไว้แล้ว

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

การกำหนดราคาใบอนุญาต ถูก/แพง มีที่มาอย่างไร

กสทช.ได้ว่าจ้างคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ทำการศึกษาการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่และมูลค่าขั้นต่ำของการอนุญาต โดยใช้ข้อมูลอ้างอิงจากบริษัท เนร่า จำกัด สหรัฐอเมริกา ที่ กทช.ชุดก่อนเคยจ้างให้ศึกษาราคาใบอนุญาต เมื่อปี 2553

การประมาณมูลค่าคลื่น พิจารณาจากคลื่นความถี่จำนวน 45 MHz แบ่งเป็น 9 ลอต ลอตละ 5 MHz ถือครองได้รายละไม่เกิน 15 MHz อายุใบอนุญาต 15 ปี และได้นำข้อมูลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 MHz จาก 17 ประเทศทั่วโลก ในช่วงปี 2543-2553 มาเปรียบเทียบ

ผลศึกษาจากเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ เคาะราคามูลค่าคลื่น (Spectrum valuation) ไว้ระหว่าง 4,250–6,440 ล้านบาท ต่อ 5 MHzโดยปกติของการเปิดประมูลทั่วโลก ราคาตั้งต้นประมูลจะอยู่ระหว่าง 60–70% ของมูลค่าคลื่น การตั้งราคาที่ 4,500 ล้านบาทนั้น คิดเป็นสัดส่วน 70% ของราคาประเมินมูลค่าคลื่นที่ 6,440 ล้านบาท รวมคำนวณอัตราเงินเฟ้อปัจจุบันแล้ว

และด้วยหลักการที่ต้องการให้รายย่อยเข้ามาแข่งขันได้ กสทช.จึงแบ่งลอตการประมูลออกเป็น 9 ลอต ลอตละ 5 MHz การปรับราคาตั้งต้นให้สูงขึ้นไปเกิน 70% ของมูลค่าคลื่น จะยิ่งเป็นการปิดกั้นรายย่อยให้เข้ามาร่วมประมูลด้วยยาก ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของ กสทช.

แต่ที่สุดแล้ว จะเห็นว่าแม้ราคาตั้งต้นไม่ได้สูงมาก ผู้เข้าประมูลรายย่อยก็ยังไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ ผมในฐานะเลขาธิการสำนักงาน กสทช. ได้รับการติดต่อจากผู้ที่สนใจเข้าร่วม ร้องเรียนว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน สำนักงานก็พยายามช่วยทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประธานสมาคมธนาคารไทย ให้สนับสนุนด้านการเงินแก่ผู้ต้องการเข้าประมูล

ซึ่งที่สุด ผู้ประกอบการรายอื่น (จากที่เข้ามาขอแบบฟอร์มการยื่นขอประมูล 3 จี (IM) กว่า 17 ราย) ก็ไม่สามารถขอวงเงินสนับสนุนได้ เพราะผู้เข้าประมูลจะต้องวางแบงก์การันตีในวันที่เข้ามายื่นใบสมัคร หากต้องการ 3 ลอต มูลค่ารวมที่ 13,500 ล้านบาท ก็ต้องวางแบงก์การันตี 10% คือ 1,350 ล้านบาททันที นอกจากเงินค่าสมัคร 500,000 บาท ซึ่งเป็นมูลค่าไม่ใช่น้อย

“เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องทางธุรกิจ เพราะแบงก์ก็ย่อมต้องระมัดระวัง เนื่องจากเงื่อนไขการรับใบอนุญาตที่เข้มงวด กำหนดให้ผู้ชนะประมูลไม่สามารถขายทอดคลื่นความถี่หรือนำไปให้ผู้อื่นใช้แทนได้ แบงก์ก็ต้องกังวลว่าหากปล่อยกู้ให้กับรายย่อย อาจมีความเสี่ยงกรณีดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้ แบงก์ในฐานะเจ้าหนี้ ยังโทร.มาสอบถามว่าหากลูกหนี้ดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้ ยึดคลื่นได้หรือไม่ เราก็ตอบไปว่าไม่ได้ คลื่นต้องกลับคืนสู่รัฐ”

จากจำนวนผู้เข้าแข่งขันที่มีจำกัด กสทช.เตรียมรับมือการฮั้วอย่างไร

ว่าด้วยเรื่องการฮั้ว ยืนยันว่าการประมูลครั้งนี้ไม่มีการฮั้ว แต่ยอมรับว่าแทบไม่มีการแข่งขัน นั่นเป็นเพราะการประมูลถูกออกแบบเพื่อให้มีผู้เข้าประมูลเกิน 3 ราย เราจึงพยายามอย่างมากให้มีรายที่ 4 ซึ่งที่สุดทำไม่สำเร็จ

ผู้ประกอบการรายย่อยที่อยากเข้า ก็เข้าไม่ได้ เพราะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านการเงิน บางรายที่พอมีศักยภาพ ที่สุดก็ไม่อยากเข้ามาแข่ง เพราะคงมองแล้วว่ายาก ธุรกิจนี้ต้องยอมรับว่าใช้เงินลงทุนสูง มันเป็นการแข่งขันกันระหว่างผู้ประกอบการทุนหนา สายป่านยาว อันนี้ต้องเข้าใจ

อย่างในระบบสัมปทาน คุณจ่ายค่าส่วนแบ่งสอดคล้องกับรายได้ รายได้น้อยก็จ่ายน้อย รายได้เพิ่มขึ้นจึงจะจ่ายมากขึ้น ขณะที่การประมูลใบอนุญาต รายได้ยังไม่ปรากฏต้องเอาเงิน 50% ของมูลค่าประมูลมาจ่ายทันที ถ้าไม่แน่จริง อยู่ยาก นอกจากเงินที่ต้องใช้ในการลงทุนขยายเครือข่ายอีกมหาศาล เพราะ กสทช.มีเงื่อนไขต้องขยายเครือข่ายตามกำหนด ไม่ว่าจะมีรายได้หรือไม่มีก็ตาม

ส่วนผู้ประกอบการข้ามชาตินั้น ที่เข้ามาสอบถามเงื่อนไขการประมูล ทุกรายถอดใจกับเกณฑ์และสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติ ที่กฎหมายไทยกำหนดไม่เกิน 49% เพราะหากเขาเข้ามาลงทุนก็ต้องการเข้ามามีอำนาจบริหาร ที่สำคัญเกณฑ์ห้ามการครอบงำโดยคนต่างด้าว (Foreign Dominance) ของ กสทช. ก็ถือว่าเข้มงวดมาก เพราะต้องการทำให้สอดคล้องกับกฎหมายประกอบกิจการคนต่างด้าว

ดังนั้น ที่สุดแล้วจึงเหลือผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาด 3 รายที่ว่า“เรื่องนี้ไม่ใช่ว่า กสทช.ไม่คิด แต่คิดและประเมินแล้ว ก็เห็นว่ากฎเกณฑ์ที่ออกมาเหมาะสมที่สุด เมื่อมองผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ บอร์ดอภิปรายกันว่า หรือจะปรับให้สามารถประมูลได้สูงสุด 20 MHz จะได้มีการแข่งขัน ซึ่งก็ต้องประเมินต่อไปว่าหากเอไอเอสและดีแทค ซึ่งเป็นรายใหญ่เงินหนา ต้องการ 20 MHz เหลืออีก 5 MHz ให้กับทรู ซึ่งเป็นผู้ประกอบการไทย มีศักยภาพในการประมูลน้อยกว่า จะเกิดอะไรขึ้น จะไปกันต่อได้อย่างไร คงจะยิ่งหนักกว่านี้ ที่สุดเมื่อคิดอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว จึงกำหนดแต่ละรายประมูลไม่เกิน 15 MHz”

ส่วนที่ กสทช.มั่นใจว่าจะมีการแข่งขันราคา จากการแย่งกันถือครองคลื่นในช่วงที่ดีที่สุดนั้น ก็ต้องยืนยันว่าคลื่นที่นำออกประมูล มีทั้งช่วงที่ดีและไม่ดีจริง แต่จากที่ปรากฏ เอกชนเลือกคลื่นจากเหตุผลอื่นๆ ทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่ดีหรือไม่ดีอย่างเดียว ซึ่งก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจของแต่ละค่าย

นอกจากนั้น เรายังประเมินวิธีการบิดราคาของเอกชนแต่ละเจ้าแล้ว แต่ยังไม่ได้สอบถามเป็นกิจจะลักษณะ เพราะยังอยู่ในช่วงการห้ามเปิดเผยข้อมูล (Silent Period) เรายังสงสัยว่าที่สุดแล้ว ดีแทคอาจต้องการคลื่นเพียง 2 ลอตเท่านั้น จึงไม่เคาะราคาแข่งขันเท่าที่ควร เพราะก่อนหน้านี้เคยมีมาเกริ่นๆ บ้างว่าอยากรอประมูลใบอนุญาต 4 จีบนคลื่น 1800 MHz ทีเดียว

เนื่องจากดีแทค ลงทุนพัฒนาเครือข่าย 850 MHz ที่ให้บริการอยู่ปัจจุบันมหาศาล และสัมปทานก็เหลืออีกตั้ง 7 ปี กว่าจะหมดอายุ ถ้ามองในเชิงธุรกิจ ดีแทคอาจไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ด้วยซ้ำ แต่ไปรอประมูล 4 จีทีเดียว ซึ่งก็น่าจะเกิดขึ้นอีกไม่นานจากนี้ เนื่องจากสัมปทานคลื่น 1800 MHz นำไปให้บริการ 4 จีได้ เป็นคลื่นที่ทรูและดีพีซี ในเครือเอไอเอส ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะหมดอายุลงในปีหน้า และคลื่นจะถูกส่งคืนมาให้ กสทช. เพื่อนำออกประมูลต่อไป

ปัญหาคลื่นที่มีมากกว่าความต้องการ จึงถือเป็นโจทย์สำคัญที่ กสทช.ต้องกลับไปขบคิดต่อ เพราะจากนี้ กสทช.ต้องนำคลื่นออกประมูลอีกจำนวนมาก เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ห้ามเก็บไว้เฉยๆ ต้องนำออกประมูล

โดยมีคลื่นจำนวนมากที่ต้องทยอยเปิดประมูลไม่ว่าจะเป็น 1800 MHz, 900 MHz, 850 MHz หรือคลื่นใหม่ๆ อย่าง 2.3-2.5 GHz ขณะที่ความต้องการมีจำกัด นี่คือปัญหาที่รอการแก้ไขอยู่เบื้องหน้า

การออกใบอนุญาต 3 จีที่ทำกันในประเทศต่างๆ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

การให้ใบอนุญาต 3 จีมีทั้งที่จัดสรรโดยวิธีประมูลและแจกฟรี ในกรณีแจกฟรี เช่น ในญี่ปุ่น ฟินแลนด์ และ สวีเดน แจกให้แก่ผู้ประกอบการในตลาด แต่ส่วนใหญ่กำหนดต้องให้บริการในราคาถูก และให้ผู้ประกอบการนำเงินไปลงทุนขยายเครือข่ายให้ประชาชนได้ใช้ทั่วถึง

สำหรับในไทย กฎหมายกำหนดให้ต้องนำคลื่นออกประมูล นำไปแจกฟรีไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่บอกว่าเปิดประมูลแล้วไม่มีการแข่งขัน  ทำไมไม่แจกฟรีไปเลย  คำตอบคือทำไม่ได้ต้องประมูล

ประเทศที่เปิดประมูล 3 จีแห่งแรกของโลกคืออังกฤษ ซึ่งทำรายได้เข้ารัฐมากเป็นประวัติการณ์ ร่วม 200,000 ล้านบาท แต่ไม่กี่ปีจากนั้น ผู้ประกอบการเจ๊ง เพราะต้นทุนสูงเกินไป ไม่มีเงินมาขยายเครือข่าย ถือเป็นบทเรียนสำคัญ

หากดูสถิติ ราคาเริ่มต้นประมูลของไทย แพงกว่าหลายประเทศ (ดูตารางประกอบ) อย่างสิงคโปร์ ราคาตั้งต้นและราคาประมูลได้เท่ากัน หรืออินเดีย ซึ่งมีพลเมืองมาก ลูกค้าเยอะ ได้ราคาประมูลสูงจากราคาตั้งต้น แต่ก็ยังต่ำกว่าไทยหลายเท่า

ส่วนเรื่องเงื่อนไขในการประมูลนั้น เชื่อว่ากำหนดขึ้นเหมาะสมและเป็นไปตามเจตนารมณ์ ซึ่งเน้นผลประโยชน์ต่อประเทศ ประชาชน เป็นส่วนสำคัญที่สุด และที่ประชุม กทค.ได้มีการอภิปรายในเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวางแล้ว แม้มีคณะกรรมการ กทค. บางคนที่ไม่เห็นด้วย แต่ที่สุดต้องเคารพมติเสียงข้างมาก

ที่สำคัญราคาประมูลเริ่มต้นและสุดท้ายของไทย ไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานโลก และยังสูงกว่าอีกหลายประเทศ ข้อมูลเหล่านี้มีเปิดเผยชัดเจน

หากการประมูลถูกล้มอีก จะส่งผลเสียอย่างไร

ในฐานะสำนักงาน คงต้องบอกว่าน่าผิดหวังเป็นอย่างมาก คนไทยต้องพลาดหวังอีกครั้ง หลังรอคอยกันมานานกว่า 12 ปี

ตามหน้าที่สำนักงานก็จะต้องเดินหน้ากระบวนการใหม่ทั้งหมด ย้อนกลับที่เดิมอีกครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 9 เดือน เรื่องการเสียโอกาสไม่ต้องพูดถึง เพราะหากเดินหน้าต่อไปได้ ตามกฎเกณฑ์ ผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ต้องขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ 50% ภายใน 2 ปี และ 80% ภายใน 4 ปี

ซึ่งในทางปฏิบัติและประเมินความพร้อมของเอกชนแล้ว เชื่อว่าภายใน 3 เดือนจากนี้ บริการ 3 จี 2.1 GHz จะครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนหัวเมืองทุกจังหวัดน่าจะครอบคลุมภายใน 6 เดือน

ในด้านความเชื่อมั่นจากนักลงทุน เราคงต้องตกเป็นประเทศที่ล้มเหลวในการผลักดันการเปิดประมูล 3 จี หลังจากพยายามมาครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเทียบกับแม้กระทั่งเพื่อนบ้านของเรา

การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ด้วยการลงทุนด้านเครือข่ายอีกค่ายละ 40,000-50,000 ล้านไม่รวมเงินประมูล ก็จะต้องถูกยืดออกไปอีก ส่วนเงินประมูลที่จะตกเป็นเงินแผ่นดินก็ต้องคืนให้เอกชนไป

ด้านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ลูกค้าก็คงต้องทำใจยอมรับกับคุณภาพที่ถดถอย เนื่องจากผู้ประกอบการไม่มีคลื่นที่จะให้บริการ สัญญาณก็คงต้องติดๆดับๆต่อไป

หากประเมินจากประโยชน์โพดผลที่หายไปทั้งหมด เราจึงขอโอกาสในการนับ 1เสียทีเถิด จากนี้ กสทช.จะเดินหน้าคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน วางกฎเกณฑ์ให้มีการลดอัตราค่าบริการทั้งเสียงและข้อมูล (ดาต้า) ซึ่งเมื่อนั้นหากทำไม่ได้ ใครอยากถอดถอนบอร์ด กสทช. ค่อยไปทำตอนนั้น.
ทีมเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: