ครม.ขยายมาตรการกระตุ้นเขตพัฒนาพิเศษชายแดนใต้อีก 2 ปี

Published ธันวาคม 26, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/315913

26 ธันวาคม 2555, 02:40 น.
EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

ครม.ไฟเขียว ต่ออายุลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษชายแดนใต้อีก 2 ปี

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการขยายระยะเวลามาตรการสำหรับเขตพัฒนา พิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และเห็นชอบในหลักการร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด กรณีการโอนและการจำนองห้องชุดตามมาตรการสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรการสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ซึ่งสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธ.ค.2555 จึงให้ขยายระยะเวลาต่อไปอีก 2 ปีจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2557

นพ.ทศพร กล่าวต่อว่า ผลของมาตรการภาษีและค่าธรรมเนียมที่ผ่านมาซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2550 จนถึงวันที่ 31 มี.ค.2555 พบว่าส่งผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดเพิ่มขึ้นขณะเดียวกันได้เห็นชอบการขยาย ระยะเวลามาตรการชดเชยส่วนต่างเบี้ยประกันภัย ภายใต้วงเงินงบประมาณปีละ 20 ล้านบาท ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่31 ธ.ค. 2555 ออกไปอีก 2 ปี ซึ่งที่ผ่านมามีการขอรับเงินชดเชยต่ำกว่างบประมาณที่ได้รับ และผู้เอาประกันภัยยังมีจำนวนไม่มาก โดยตั้งแต่เริ่มมาตรการตั้งแต่ปี 2550 จนถึงเดือน พ.ย.2554 มีผู้เอาประกันทั้งสิ้น 355 ราย จำนวนเงินที่ชดเชยรวมทั้งสิ้น 44 ล้านบาท และเห็นควรให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พิจารณาเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น พร้อมกับปรับปรุงกระบวนการในการอนุมัติค่าชดเชยส่วนต่างเบี้ยประกันภัยแก่ ผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ได้รับทราบผลการดำเนินการมาตรการสินเชื่อผ่อนปรนโดยธนาคารออมสิน และโครงการพัก ชำระหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่หนี้คงค้างต่ำ กว่า 500,000 บาท ซึ่งมีระยะเวลาการขอกู้จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556 และที่ผ่านมาปริมาณการใช้สินเชื่อโดยเฉลี่ยภายใต้โครงการดังกล่าวอยู่ที่ ประมาณ 60-70% ของวงเงินโครงการทั้งสิ้น 25,000 ล้านบาท จึงเห็นควรให้สถาบันการเงินแต่ละแห่งใช้วงเงินที่ได้รับการจัดสรรจากธนาคารออมสินให้เต็มวงเงินก่อน โดย กค.จะติดตามความคืบหน้าของโครงการกับธนาคาร และหากมีความจำเป็นที่จะต้องขอวงเงินโครงการเพิ่มเติมหรือขอขยายระยะเวลาจะพิจารณานำเสนอ ครม.อีกครั้งหนึ่งส่วนโครงการพักชำระหนี้เกษตรกรรายย่อยและประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีหนี้คงค้าง ต่ำกว่า 500,000 บาท มีกำหนดระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2557 โดยเปิดลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ มีลูกค้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการอยู่แล้ว

ดังนั้น ลูกค้า ธ.ก.ส. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ฯ เงินต้นไม่ถึง 200,000 บาท ที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2554 สามารถขยายระยะเวลาพักชำระหนี้ได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย.2557 ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้นจำนวน 35,846 ราย มูลหนี้ทั้งสิ้น 3,747 ล้านบาทสำหรับรายละเอียดของร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่า ด้วยการลดอัตราและยกเว้น รัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. กำหนดให้ ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับผู้มีเงินได้ ที่มีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ในกรณีที่ได้รับเงินได้พึงประเมินจากการประกอบกิจการผลิตสินค้า การขายสินค้า หรือการให้บริการ ณ สถานประกอบกิจการนั้น และลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลที่มีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ตลอดจนลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและคงจัดเก็บในอัตรา 0.1% ของเงินได้ซึ่งเป็นราคาขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ นอกจากนี้ กำหนดให้ผู้มีเงินได้ที่ได้รับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ ตั้งอยู่ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแล้ว ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมาคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ และลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ และคงจัดเก็บในอัตรา 0.1% สำหรับรายรับก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางการค้าหรือหากำไร

ทั้งนี้ เฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจที่ได้กระทำในระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2557 ส่วนรายละเอียดของร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้เรียกเก็บค่าจดทะเบียน การโอนและค่าจดทะเบียนการจำนองห้องชุดและอสังหาริมทรัพย์ 0.01% สำหรับการโอนห้องชุดโดยการขาย แลกเปลี่ยนและการโอนโดยทางมรดกให้แก่ทายาท หรือการจำนองห้องชุดที่ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดนราธิวาสจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลาเฉพาะในท้องที่อำเภอจะนะอำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อยและจังหวัดสตูล โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2556 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2557.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: