ชงครม.ไฟเขียว 1.3 พันล้าน ฉุดราคาปาล์มกระเตื้อง

Published ธันวาคม 25, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/315645

25 ธันวาคม 2555, 03:00 น.
EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

คชก.ทุ่ม 1,337 ล้านบาท ให้ อคส.ซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 5 หมื่นตัน ดึงผลผลิตส่วนเกินออกจากระบบ หวังกระชากราคาปาล์มดิบกระเตื้อง กำหนดเวลาถึง พ.ค.56 เตรียมชง ครม.ไฟเขียวพรุ่งนี้ …

วันที่ 24 ธ.ค.55 นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติวงเงินจากกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร 1,337 ล้านบาท เพื่อให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เข้าไปรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม 50,000 ตัน ในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 25 บาท เพื่อดึงผลผลิตส่วนเกินออกจากระบบ และช่วยดึงให้ราคาผลปาล์มดิบสูงขึ้น โดยเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (25 ธ.ค.)

สำหรับวงเงินช่วยเหลือ 1,337 ล้านบาท แบ่งเป็นค่ารับซื้อปาล์มน้ำมันดิบวงเงิน 1,250 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายแบบจ่ายขาดในการดำเนินการ 3% วงเงิน 37 ล้านบาท และค่ารับฝาก ค่าเก็บรักษาในถังเก็บ กก.ละ 1 บาท รวมเป็นเงิน 50 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาดำเนินการถึงเดือน พ.ค.56 และจะมีผลทันทีหาก ครม.อนุมัติ

“จะมีการประเมินผลเป็นระยะๆ ว่าการเข้าไปซื้อน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินออกจากระบบเป็นอย่างไร ทำให้ราคาผลปาล์มสูงขึ้นได้หรือไม่ เพราะในการซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงงานสกัด ได้กำหนดให้โรงงานสกัดต้องรับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกรในราคา กก.ละ 4 บาทสำหรับอัตราน้ำมันที่ 17% และราคา 4.35 บาท ที่อัตราน้ำมัน 18.5% หากดึงส่วนเกินออกจากระบบแล้ว ราคายังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะพิจารณาให้เข้าไปซื้อต่อ” รมว.พาณิชย์ กล่าว

สำหรับน้ำมันปาล์มดิบที่ซื้อมาเก็บไว้ น่าจะเก็บไว้ไม่นาน เพราะคาดว่่า ในเดือน ม.ค.56 เมื่อผลผลิตปาล์มสดลดลง ผลผลิตน้ำมันส่วนเกินก็น่าจะลดลงได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว จึงจะมีการพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไรกับน้ำมันดิบที่ซื้อมาเก็บไว้ ซึ่งมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการขายให้กับโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม ส่งออก หรือนำไปบรรจุขวด เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการจัดสร้างไซโลเพื่อเก็บสินค้าเกษตรตามโครงการ สร้างความมั่นคงทางด้านอาหารของรัฐบาลที่จะดำเนินการในปี 2556 โดยจะผลักดันเอกชนให้มีการสร้างไซโลเพิ่มขึ้น เพราะสามารถใช้เก็บพืชผลทางการเกษตรได้ดีกว่าโกดัง ที่สามารถรักษาคุณภาพ ควบคุมอุณหภูมิ เก็บไว้ได้นาน ซึ่งได้มอบหมายให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และ อคส. ไปศึกษาในรายละเอียดแล้ว.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: