คปภ.เผยเบี้ยประกันภัยเดือน ต.ค. พุ่งกระฉูด32%

Published ธันวาคม 25, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/315593

24 ธันวาคม 2555, 16:13 น.
EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

คปภ. เผยตัวเลขภาพรวมธุรกิจประกันภัยในเดือนตุลาคม 2555 เติบโต 32.23 % มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงทั้งสิ้น 49,716 ล้านบาท ดันให้เบี้ยประกัน 10 เดือน พุ่งขึ้น 20.39% มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 455,920 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2555 ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่มีสัญญาณการปรับตัวดี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กลับมาขยายตัวเป็นบวก ส่งผลให้ในช่วง 10 เดือนแรก (มกราคม – ตุลาคม 2555) ธุรกิจประกันภัยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 455,920 ล้านบาท ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.39% โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 308,594 ล้านบาท ขยายตัว 17.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการที่ธุรกิจประกันชีวิตมีการแข่งขันการขายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่พัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสนองต่อความต้องการของประชาชน มีการพัฒนาการให้บริการหลังการขาย การพัฒนาช่องทางการขายให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้อย่างทั่วถึง ประกอบกับมาตรการของภาครัฐที่ให้สิทธิ์ผู้ซื้อประกันชีวิตสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้

โดยเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด คือ การประกันชีวิตประเภทสามัญ จำนวน 258,372 ล้านบาท ขยายตัว 16.89% รองลงมาการประกันชีวิตประเภทกลุ่ม จำนวน 38,798 ล้านบาท ขยายตัว 25.97% และการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล จำนวน 4,520 ล้านบาท ขยายตัว 9.24% และจากธุรกิจประกันวินาศภัย จำนวนรวมทั้งสิ้น 147,326 ล้านบาท ขยายตัว 27.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการประกันภัยรถมีเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด จำนวน 84,865 ล้านบาท ขยายตัวถึง 23.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ถึง 263.7% ในเดือนตุลาคม ปี 2555 จากมาตรการคืนเงินภาษีรถยนต์คันแรก และการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองอุปสงค์ของรถยนต์ของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ รองลงมาการประกันภัยเบ็ดเตล็ด จำนวน 50,173 ล้านบาท ขยายตัว 38.84% และการประกันอัคคีภัย จำนวน 8,001 ล้านบาท ขยายตัว 18.90%

นายประเวช กล่าวอีกว่า ในปี 2555 แม้ธุรกิจประกันภัยจะเผชิญปัญหาจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ และผลกระทบหลังจากเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปี 2554 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานะการเงินของหลายบริษัท แต่ธุรกิจประกันภัยก็สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ซึ่งเห็นได้ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว อัตราการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัย สูงเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นปีแรกในรอบกว่าทศวรรษที่ธุรกิจประกันวินาศภัยมีอัตราการเติบโตสูงกว่า ธุรกิจประกันชีวิต ทั้งนี้ เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการซื้อประกันภัยของประชาชนที่สามารถเลือก ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองตามที่ต้องการ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต และทรัพย์สินของตนเอง และการปรับตัวของธุรกิจประกันวินาศภัยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง พร้อมรับมือกับการแข่งขันที่มีแนวโน้มเสรีมากขึ้นในอนาคต ประกอบกับมาตรการของภาครัฐที่ส่งเสริมให้ธุรกิจประกันวินาศภัยสามารถพลิก ฟื้นและเติบโตได้ในอัตราเร่ง.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: