‘กิตติรัตน์’ รับปรับโครงสร้างภาษีทำรัฐสูญ 7 พันล.บาท

Published ธันวาคม 25, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/315099

22 ธันวาคม 2555, 11:00 น.
EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ระบุปรับปรุงภาษีเงินได้บุคคลรัฐสูญ 7 พันล้านบาท ยันไม่กระทบเงินในกระเป๋ารัฐมากนัก ชี้ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ มุ่งแก้ช่องว่างคนรวย-คนจน…

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและในฐานะรมว.คลัง พร้อมด้วยนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวชี้แจงรายละเอียดกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอปรับปรุงโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับการคำนวณเงินได้สุทธิ จากเดิม 5 ขั้นอัตรา เป็น 7 ขั้นอัตรา และลดอัตราภาษีสูงสุดจากร้อยละ 37 เหลือร้อยละ 35 โดยนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า รายได้รัฐบาลที่จะขาดหายไป ก็อยู่ในมือของผู้มีเงินได้ ซึ่งก็เป็นผู้ที่สุจริต  ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่รัฐจะต้องเสียอกเสียใจอะไร การที่เราจะเก็บภาษีได้น้อยไปบ้าง แต่มีลักษณะความเสมอภาคหญิงชาย ก็เป็นเรื่องที่จะควรปฏิบัติ รายได้หายไปประมาณ 7 พันล้านบาท ถ้าเทียบกับรายได้ที่จัดเก็บภาษี 2 ล้านล้านบาท ต่อปี ก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไร บันไดภาษีในอดีตเราใช้บันไดภาษีอยู่ 5 บันได ร้อยละ 5 ,10 ,20,30 และ 37  การที่อธิบดีกรมสรรพากรและทีมงานได้วิเคราะห์พบว่าถ้าซอยขั้นให้แคบลงและมีอัตราตรงกลาง เช่น ร้อยละ 5 ,10, 15 20, 25 และ 30 และอัตราสูงสุดที่ 37 ก็เหลือร้อยละ 35 ภาระภาษีแต่ละขั้นก็จะลดลง การผ่านบันไดภาษีก็จะมีผลต่อการประหยัดภาษีของแต่ละคน

นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อไปว่า กลไกของการจัดเก็บเงินได้โดยใช้ขั้นบันได เป็นการช่วยปรับลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนหรือผู้มีรายได้มากกับผู้มีรายได้น้อย ในกลุ่มที่เป็นผู้มีรายได้น้อยใช้อัตราต่ำ และผู้มีรายได้สูงใช้อัตราสูง เพื่อความเป็นธรรมและแข่งกับต่างประเทศได้ แต่ที่เราคงไว้ที่ร้อยละ 35 ก็เพื่อจะให้เห็นว่าเดี๋ยวว่าจะว่าเราไม่สนใจผู้มีรายได้น้อย จึงคงที่อัตรา ร้อยละ 35 ไว้ ยอมรับว่าคนที่มีรายได้มากๆ อาจบริโภคอะไรไม่ได้เพิ่มแล้ว แต่หากระดับกลางๆ ลงมาก็อาจจะมีกำลังบริโภคมากขึ้น หากภาระภาษีลดลงมา แต่ก็ต้องมีการออมด้วย

ด้าน นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษี ทุกคนได้ประโยชน์ จากตัวอย่างที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของสรรพากรนั้นโตขึ้นมาร้อยละ 24 ก็พบว่าภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นมากเกิดจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน การโตของประเทศนั้นยังเป็นไปในทางที่ดี การเติบโตในวันนี้เรื่องการเก็บภาษีนั้นยังถือว่าดีมากธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์และการท่องเที่ยวนั้นถือว่าโตขึ้นอย่างชัดเจน การลดภาษีเป็นการกระตุ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ระยะยาวนั้นดูแล้วดีอย่างแน่นอน การที่เราลดมาเป็นร้อยละ 35 ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเมื่อเทียบประเทศเพื่อนบ้าน แต่เราก็ต้องบอกว่าภาษีเราไม่สูงอย่างที่คิดเพราะเราไปซอยขั้นในระดับล่างๆ.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: