เล็งจดทะเบียนสิทธิตำรับยาหมอพื้นบ้านหวั่นต่างชาติฮุบ

Published ธันวาคม 22, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/314700

20 ธันวาคม 2555, 18:01 น.
EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมเตรียมความพร้อมสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เล็งเปิดจดทะเบียนสิทธิฯ ในตำรับยาและตำราของหมอพื้นบ้านกว่า 50,000 คน หวังคุ้มครองเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ป้องกันต่างชาตินำไปครอบครอง…

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 55 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และนักวิชาการด้านการแพทย์แผนไทยจากส่วนกลางภูมิภาคจำนวน 250 คน  เพื่อชี้แจงแนวนโยบายในการคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย โดยนายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้นำการแพทย์แผนไทย ยาสมุนไพรไทยมาใช้ในระบบบริการสุขภาพ และเป็นหนึ่งในบริการต่างชาติตามนโยบายศูนย์กลางบริการการแพทย์นานาชาติ หรือเมดิคัลฮับ ซึ่งประเทศไทย มีจุดเด่นเนื่องจากมีหมอพื้นบ้านจำนวนมาก ประมาณ 50,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งมีองค์ความรู้ที่ได้จากการสืบทอดจากบรรพบุรุษ และยังมีหมอแผนไทยที่ผ่านการศึกษาจากสถาบันต่างๆ  อีกจำนวนมาก มั่นใจว่า บริการด้านการแพทย์ของประเทศไทยจะไม่เป็นรองใคร

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ 2556 นี้ กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายพัฒนาการแพทย์แผนไทย 3 เรื่องใหญ่ ได้แก่ 1. เปิดให้บริการผู้ป่วยนอกด้วยการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้ได้ร้อยละ 14 ของผู้ป่วยนอกทั้งหมด 2. พัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ทำจากสมุนไพรระดับ 5 ดาวต้นแบบ ขณะนี้คิดไว้ 5 รายการ ได้แก่ กวาวเครือขาว ไพล กระชายดำ บัวบก และว่านชักมดลูก เพื่อเป็นสมุนไพรเด่นของชาติที่น่าใช้ไม่แพ้ชาติอื่น และ 3. การจดทะเบียนสิทธิฯ ในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคล เพื่อคุ้มครองภูมิปัญญาไทยให้เป็นระบบแบบแผนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่พฤษภาคม 2543 เป็นต้นมา ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่ประเทศไทยจะเข้าสู่ประคมเศรษฐกิจอาเซียน

ทั้งนี้ การจดทะเบียนสิทธิฯ ครั้งนี้ จะเป็นการคุ้มครองภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านและผู้ครอบครองฯ หรือผู้ที่มีภูมิปัญญาฯ ของไทย ซึ่งผ่านกระบวนการทดสอบ และทดลองการใช้ประโยชน์โดยประชาชนในท้องถิ่นมาแล้วจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาชนิดหนึ่ง จึงขอให้หมอพื้นบ้านนำตำรายาหรือตำราการแพทย์ที่มีอยู่ ไปขึ้นทะเบียนเพื่อไม่ให้สูญหาย สามารถนำใช้ประโยชน์ได้ชั่วลูกชั่วหลาน ถือเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในตำรับยา ตำราแพทย์แผนไทย ป้องกันต่างชาตินำไปครอบครอง หรือหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ ซึ่งอาจทำให้คนไทยต้องเสียเงินซื้อหรือนำเข้าในราคาแพง จะเริ่มเปิดให้จดทะเบียนสิทธิฯ ตั้งแต่มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ด้านนายแพทย์สมชัย นิจพานิช อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ตามมาตรา 16 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยไทย พ.ศ. 2542 แบ่งประเภทภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยไทยเป็น 3 ประเภท คือ 1. ตำรับยาแผนไทยของชาติหรือตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ 2. ตำรับยาแผนไทยทั่วไปหรือตำราการแพทย์แผนไทยทั่วไป และ 3. ตำรับยาแผนไทยส่วนบุคคลหรือตำราการแพทย์แผนไทยส่วนบุคคล ขณะนี้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ได้มีการสำรวจ รวบรวม เป็นทะเบียนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในแต่ละจังหวัด ซึ่งตำรับยา และตำราการแพทย์แผนไทยของหมอพื้นบ้านถือเป็นประเภทส่วนบุคคล สามารถขอจดทะเบียนสิทธิฯ ผู้ที่ยื่นขอจดทะเบียนจะต้องมีสัญชาติไทย และต้องเป็นผู้คิดค้น ผู้ปรับปรุง พัฒนา หรือผู้สืบทอดตำรับยาหรือตำราการแพทย์แผนไทย แต่จะต้องไม่เป็นตำรับยาหรือตำราการแพทย์แผนไทยที่เป็นของชาติ และขั้นตอนการปรุงจะต้องใช้หลักการแพทย์แผนไทยและสารดั้งเดิมตามธรรมชาติ เมื่อได้รับการจดทะเบียนสิทธิฯ แล้ว จะเป็นผู้ทรงสิทธิ์ในภูมิปัญญาฯ ของตน ผู้อื่นจะมาจดทะเบียนสิทธิฯ ซ้ำไม่ได้.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: