ตัดตอน “มัจจุราชตัวร้าย”

Published ธันวาคม 22, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/314064

18 ธันวาคม 2555, 10:30 น.
EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

ปี 2556 คาดไข้เลือดออกพุ่ง “ป่วย-ตาย” เพียบ!

ไข้เลือดออก โรคที่มียุงลายเป็นพาหะ และอาศัยแหล่งน้ำขังในการแพร่พันธุ์ ซึ่งสภาพอากาศที่แปรปรวนตลอดเวลาเช่นปัจจุบันนี้ ยิ่งเท่ากับเอื้อต่อการเพาะพันธุ์ของยุงลาย

จากการคาดการณ์ของกรมควบคุมโรค ปี 2556 จำนวนของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลของปี 2554 และปี 2555 พบผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะล่าสุดในปี 2555 พบผู้ป่วยเกือบ 7 หมื่นราย และเสียชีวิตแล้วกว่า 70 ราย

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzyนพ.ชลน่าน

“สภาพอากาศในช่วงนี้มีความแปรปรวนในหลายพื้นที่ ถึงแม้ในหลายจังหวัดเริ่มมีอากาศหนาวเย็น แต่ขณะเดียวกันในบางพื้นที่ก็ยังมีฝนตกประปราย ทำให้เกิดแอ่งน้ำขังตามเศษวัสดุ และภาชนะต่างๆ ส่งผลให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นเลิศ ของมัจจุราชตัวร้ายอย่างยุงลาย และหากประชาชนไม่ป้องกันก็อาจทำให้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกได้  ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงได้เร่งควบคุมโรคไข้เลือด ออกอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตให้มากที่สุด” นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมช.สธ. กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

พร้อมๆกับการกำชับให้สำนัก งานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เร่งรัดมาตรการปราบยุงลายภายใต้หลัก 5 ป คือ ปิดฝาตุ่มน้ำ เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุก 7 วัน ปล่อยปลากินลูกน้ำ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมและปฏิบัติเป็นประจำ รวมถึงการกำชับให้ภาคีเครือข่าย ช่วยกันดำเนินการอย่างถูกวิธีและพร้อมเพรียง

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzyนพ.พรเทพ

ขณะที่ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) ได้แสดงความเป็นห่วงถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทย ว่ายัง คงอยู่ในภาวะน่าวิตกกังวล พร้อมสะท้อนภาพด้วยข้อมูลการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออกของสำนักระบาดวิทยา คร. ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-4 ธ.ค.2555 ซึ่งพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสม 67,072 ราย และมีผู้เสียชีวิต 70 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน  ส่วนตลอดทั้งปี 2554 ที่ผ่านมาทั่วประเทศมีผู้ป่วย จำนวน 65,971 ราย เสียชีวิต จำนวน 59 ราย

โดย คร.คาดการณ์ว่า ในปี 2556 จะมีจำนวนผู้ป่วยทั้งปีเพิ่มขึ้น ประมาณ 90,000-100,000 ราย ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอายุ 10-14 ปี และ 15-24 ปี ตามลำดับ แต่อาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มของผู้ใหญ่ โดยพื้นที่ของการระบาดจะพบในชุมชนใหม่นอกเขตเทศบาลที่อยู่ใกล้ชุมชนเมืองมากขึ้น

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

และนั่นนำมาสู่การที่  คร.ได้มีปฏิบัติการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวัง และควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยจะเน้นมาตรการป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เนื่องจากข้อมูลผู้ป่วยปลายปีมีจำนวนเพิ่มขึ้น จึงอาจส่งผลให้ ปีถัดไปเกิดการระบาดของโรคได้ ดังนั้น จึงมีการจัดเตรียมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) เพื่อเตรียมพร้อม กรณีเกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก

“สำหรับกลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นเด็กเล็ก เพราะฉะนั้นต้องขอความร่วมมือจากตัวผู้ปกครองให้ดูแลเป็นพิเศษ เพราะเด็กยังไม่สามารถบอกอาการของตัวเองได้ และควรสังเกตอาการของเด็กอย่างใกล้ชิด  หากบุตรหลานของท่านป่วยมีไข้มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป เมื่อเช็ดตัวและกินยา

ลดไข้แล้วไข้ยังลอยไม่ลดนาน 2-3 วัน คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไม่ต้องรอให้เกิดจุดเลือดใต้ผิวหนัง ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจก่อนที่ผู้ป่วยจะเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวในตอนหนึ่ง

ด้าน ศ.เกียรติคุณ พญ.อรุณี ทรัพย์เจริญ ที่ปรึกษาคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ฉายภาพโรคไข้เลือดออกในภาพกว้างระดับโลกโดยกล่าวว่า ล่าสุดพบมีการระบาดของโรคไข้เลือดออก ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการระบาดนอกเหนือจากแหล่งเดิมที่เคยพบในฮาวายและเปอร์โตริโก จากกรณีที่มีการขยายเขตของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกนั้น จึงมีการคาดการณ์ว่าประชาชนมากถึง 220 ล้านคนทั่วโลก จะติดเชื้อไวรัสเดงกีชนิดรุนแรงปีละเกือบ 2 ล้านคน ดังนั้น การขยายพื้นที่ระบาดของโรคไข้เลือดออกและแนวโน้มผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งเป้าจะลดจำนวนผู้ป่วยลงอย่างน้อยร้อยละ 25 และลดการเสียชีวิตร้อยละ 50 ภายในปี 2020

“อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวงการแพทย์มีความพยายามที่จะผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก จากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งขณะนี้สามารถคิดค้นได้แล้ว 3 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ที่ 1, 3 และ 4 แต่ก็ยังเหลือสายพันธุ์ที่ 2 อีกสายพันธุ์ ที่ยังไม่สามารถคิดค้นได้ จึงส่งผลให้ไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันควบคุม และตัดวงจรการเกิดของยุงเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิต” คุณหมออรุณี กล่าว

EyWwB5WU57MYnKOvkDaN9VHt5anyDR1WKeFEuyKxGE9HwwJVTxHRzy

ทีมข่าวสาธารณสุข มองว่า วิกฤติไข้เลือดออกยิ่งนับวันยิ่งน่ากลัวมากขึ้น ทั้งจำนวนผู้ป่วยและความรุนแรงของโรค

เราจึงอยากขอฝากว่า มาตรการที่เข้มข้น และต่อเนื่องของกรมควบคุมโรค จะสามารถสกัดกั้นการแพร่พันธุ์ของยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออกได้อย่างจริงจังนั้น หัวใจสำคัญคือการต้องนำนโยบายและมาตรการต่างๆ มาสู่การปฏิบัติให้ได้อย่างจริงจัง

เพราะ “น้ำลาย” คงไม่สามารถตัดตอน “ยุงลาย” ที่มีแหล่งกำเนิดจาก “น้ำครำ” ได้!

ทีมข่าวสาธารณสุข

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: