สัตวแพทย์จุฬาฯเผยงานวิจัยโรคกุ้งตายด่วน

Published พฤศจิกายน 19, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/166464

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา 13:39 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้(13พ.ย.) ที่ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีการพบโรคชนิดใหม่ ซึ่งส่งผลให้สัตว์น้ำต่างๆไม่ว่าจะเป็นกุ้ง กั้ง ปู ปลา ซึ่งทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์ ได้ทำการศึกษาและวิจัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตของสัตว์ดังกล่าว

รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์  กล่าวว่า สืบเนื่องจากบริเวณปากแม่น้ำประแสร์ จ.ระยอง และที่ต.ช้างข้าม จ.จันทบุรี พบมีกุ้งที่เพาะเลี้ยงไว้ในบ่อตายเป็นจำนวนมาก และกระจายไปทั่วพื้นที่เลี้ยงกุ้ง ภาคตะวันออกทั้งจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด และฉะเชิงเทรา ก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท มีพื้นที่การเลี้ยงกุ้งเหลือเพียง 30%  ในขณะนี้โรคดังกล่าวระบาดสู่พื้นที่ทางภาคใต้ของไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทย  ฝั่งอันดามัน ทำให้ทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำเกิดความสนใจถึงสาเหตุการตายของกุ้ง จึงนำกุ้งมาทำการตรวจสอบ โดยการศึกษาทางจุลพยาธิวิทยา พบว่าเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของกุ้งที่ป่วย เกิดการอักเสบ และตายอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นที่ตับและตับอ่อนกุ้ง (มันกุ้ง) กระเพาะอาหาร ลำไส้ เหงือก หัวใจ ต่อมสร้างเม็ดเลือด กล้ามเนื้อ ผิวหนัง รังไข่ ตลอดจนปมประสาท โดยพบว่าบริเวณที่เกิดการอักเสบและตายของอวัยวะต่างๆ นั้นมีเชื้อโปรโตซัวก่อให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อบริเวณนั้นๆ โดยเชื้อโปรโตซัวนี้จะไปตามกระแสเลือดกุ้งก่อให้เกิดภาวะเลือดกุ้งติดเชื้อโปรโตซัว หรือเรียกว่า Hemocytic Parasitosis หรือเรียกว่า โรคเลือดติดพยาธิ  หรือโรคกุ้งเลือดจาง  หรือโรคอีเอ็มเอส

รศ.น.สพ.ดร.จิรศักดิ์  กล่าวอีกว่า การติดต่อของโรคนี้สามารถติดต่อได้ทั้งทางแนวดิ่งจากแม่สู่ลูกทางรังไข่ และทางแนวราบโดยกุ้งปกติกินสปอร์ของเชื้อหรือกินพาหะต่างๆที่อยู่ในน้ำรวมทั้งเชื้อเข้าสู่ตัวกุ้งทางผิวหนังกุ้งเมื่อกุ้งลอกคราบ ส่งผลให้กุ้งขนาดเล็กป่วยและตายได้มากกว่ากุ้งขนาดใหญ่เพราะกุ้งเล็กจะลอกคราบบ่อยกว่ากุ้งใหญ่ จึงพบกุ้งตายด่วนหลังจากปล่อยลงเลี้ยงในบ่อดิน อย่างไรก็ตามมีวิธีการสังเกตได้ง่าย หากสงสัยว่ากุ้งที่เลี้ยงมีการติดเชื้อโปรโตชัว คือกุ้งจะว่ายส่ายไปมา อ่อนแรง จนกระทั่งตายโดยจะใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ ส่วนมากจะพบในกุ้งกุลาดำ กุ้งขาวแวนนาไม  อย่างไรก็ตามโรคอีเอ็มเอสพบระบาดครั้งแรกในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อปี พ.ศ. 2552 แล้วระบาดเข้าสู่ประเทศเวียดนาม มาเลเซีย ในปี พ.ศ. 2553 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกุ้ง ในประเทศเวียดนามเป็นมูลค่ามากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ จนในขณะนี้ที่ประเทศเวียดนามก็ยังเสียหายจากโรคนี้อยู่ ซึ่งทางศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดการสัมมนาให้ความรู้และสาเหตุชองปัญหา วิธีการป้องกันโรคอีเอ็มเอสให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง ในหัวข้อ “กุ้งไทยไร้โรคอีเอ็มทเอส ” ในวันพฤหัสบดีที่  15 พ.ย. ณ ห้องประชุมสาธิต อาคาร 60 ปี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: