สุขภาพจิตดี…ยังมีขาย

Published ตุลาคม 14, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/life/chewajit/298224

14 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
Pic_298224

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ คอลัมน์นี้ และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของผม ที่จะนำเสนอเรื่องราวทางด้านสุขภาพจิตกันบ้าง หลังจากที่ท่านได้ติดตามเรื่องราวของการดูแลสุขภาพทางกายกันมามากพอสมควรแล้ว อย่างที่เรารู้กันหรือเคยได้ยินกันว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” หากสุขภาพจิตไม่ดีย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายอย่างแน่นอน และในทางกลับกันเมื่อสุขภาพกายไม่ดี ก็ย่อมส่งผลต่อความไม่สบายใจจนอาจจะนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพจิตต่อไปได้

บทความที่จะนำเสนอต่อไปทุกสัปดาห์ก็เพื่อให้ทุกท่านได้รับความรู้ ความเข้าใจปัญหาหรือโรคที่เกิดกับจิตใจที่อาจจะเกิดขึ้นอยู่รอบๆตัวคุณ และเมื่อได้รับความรู้แล้ว ย่อมทำให้เกิดการยอมรับมากขึ้นรวมถึงการตระหนักว่าปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นนั้นเมื่อขาดการเยียวยารักษาที่ดี และปล่อยให้ ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนกระทั่งกลายเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า “โรค” (Disease หรือ Disorder) นั้นย่อมไม่เป็นสิ่งที่ใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างแน่นอน

เคยมีหน่วยงานภาครัฐทำการสำรวจสุขภาพจิตของคนไทยนับหมื่นคนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่าเกือบร้อยละ 70 ของคนไทยมีความเครียด และยังมีการสำรวจเพิ่มเติมอีกครั้งพบว่าประมาณร้อยละ 25 มีปัญหาทางสุขภาพจิตถึงขั้นเจ็บป่วยเป็นโรคทางจิตเวช (Mental Disorder) เช่น วิตกกังวลและโรคซึมเศร้า

โดยสาเหตุของปัญหาหลักๆก็เกิดมาจาก ปัญหาทางเศรษฐกิจ การเงิน การทำงาน ปัญหาสังคมและการเจ็บป่วยทางกาย นอกจากนี้ บางรายพบว่ามีปัญหาถึงขั้นป่วยเป็นโรคจิต (Psychosis) ตามสถิติของผู้ป่วยนอกที่มารักษาที่ รพ.จิตเวชของรัฐ พบว่าส่วนใหญ่มีอาการประสาทหลอน เช่น หูแว่ว หวาดระแวง ฯลฯ

ผู้ป่วยเหล่านี้เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว มักใช้วิธีการแก้ปัญหาด้วยการพึ่งพาตนเองก่อนพึ่งพาผู้อื่น รวมถึงไสยศาสตร์และหมอดู แต่ไปใช้บริการจากภาครัฐและภาคเอกชนน้อยมาก ดังนั้นสิ่งที่เราคนไทยจะเห็นอยู่บ่อยๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ก็คือเรื่องการฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเดี่ยวๆหรือหมู่ รวมถึงการฆ่าผู้อื่น ซึ่งรวมถึงปัญหาการก่อคดีอาชญากรรมมากมายก็บ่งชี้ถึงการมีปัญหาสุขภาพจิตเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องการใช้สารเสพติดที่มีจำนวนไม่น้อย ควบคู่กับการใช้ความรุนแรงในระดับครอบครัว และสังคมก็เป็นตัวที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีปัญหาสุขภาพจิตทั้งสิ้น ถ้าลองคำนวณคร่าวๆ พบว่าคนไทยไม่ต่ำกว่า 3-5 ล้านคนเป็นผู้มีปัญหาสุขภาพจิต และจะมีมากขึ้นเรื่อยๆตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม สุขภาพจิต (Mental Health) คืออะไร

ถ้าจะถามว่าสุขภาพจิตคืออะไร จะมีสักกี่คนที่เข้าใจได้อย่างแท้จริงหรือแค่พอ เข้าใจบ้าง บางคนก็บอกว่าหมายถึงสุขภาพจิตที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ให้ความหมายว่า สุขภาพจิต หมายถึง ความสม– บูรณ์ทางด้านจิตใจ ปราศจากอาการของโรคทางจิตเวช หรือลักษณะที่ผิดปกติอื่นๆทางด้านจิตใจและยังหมายความรวมถึงการที่บุคคลมีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมโดยไม่มีข้อขัดแย้งภายในใจ มีความสุขอยู่กับสังคมและ สิ่งแวดล้อมได้ดี ทำให้สามารถที่จะมีสัมพันธภาพอันดีกับบุคคลอื่นและดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสมดุลอย่างสุขสบาย เป็นต้น

สำหรับผมเองค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่อง “การปรับตัว” ว่าเป็นเรื่องบ่งบอกสุขภาพจิตของคนคนนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะต้นตอของความทุกข์มักมาจากการสูญเสียหรือไม่สมหวัง ดังนั้นหากมีความทุกข์แล้วปรับตัวได้เร็วก็น่าจะเป็นตัวบ่งบอกถึงการมีสุขภาพจิตที่ดีได้

หลายคนมีความคิดว่า การมีความสุข หรือคุณภาพชีวิตที่ดีนั้น หมายถึงการมีวัตถุที่ สามารถอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตได้ ยิ่งมีเงินทองมากเท่าไรยิ่งหมายถึงว่ามีความสุขมากเท่านั้น รวมทั้งการที่มีคนรอบข้างคอยให้ความรัก ความเอาใจใส่ในตัวเรามากก็แสดง ถึงเราคงจะมีความสุขมาก ทั้งหมดนี้ล้วนแล้ว แต่เป็นความเข้าใจที่ผิดทั้งสิ้น

เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราได้รับมาจากภายนอกซึ่งล้วนแล้วแต่มีความไม่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา และหากเราไม่เคยให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตที่สามารถเกิดขึ้นจากการจัดการในใจของเราเองโดย ที่ไม่จำเป็นต้องรอปัจจัยภายนอกมาคอยเอื้อ อำนวยให้เราจะอยู่บนโลกนี้อย่างมีความสุขได้อย่างไร

สิ่งสำคัญอันดับต้นๆที่จะนำเราไปสู่การมีสุขภาพจิตดีได้ ก็คือ การรู้จักตัวเอง และเมื่อรู้จักตัวเองแล้วก็ควรจะเริ่มเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่นบ้าง เพื่อทำให้เราไม่ตัดสินว่าใครดีไม่ดีไปก่อนด้วย “ความคิด” หรือ “อคติ” ของเราเอง และความคิดเหล่านั้นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีความทุกข์ได้มาก

ดังนั้นหากเราสามารถที่จะเข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น รวมถึงการให้อภัยคนอื่นได้ ความสุขคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ทำให้เรามีสุขภาพจิตที่ไม่ดีได้นั่นก็คือ “ความเจ็บป่วยทาง จิตเวช” (Mental Disorder) ซึ่งเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักและต้องบำบัดรักษาโดยบุคลากรทางการแพทย์ แต่ทัศนคติของการมาพบบุคลากรทางการแพทย์ยังน้อยอยู่มาก ซึ่งต้องรีบเร่งในการสร้างความรู้ความเข้าใจปัญหาสุขภาพจิตให้มากขึ้น

ยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจ หากท่านใดสนใจก็มาติดตามต่อในสัปดาห์ต่อไปนะครับ.
นายแพทย์ กัมปนาท ตันสิตบุตรกุล

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายแพทย์ กัมปนาท ตันสิตบุตรกุล
  • 14 ตุลาคม 2555, 05:00 น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: