ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

จับตา“พระพิรุณ”จ่อคิว ถล่มไทยซ้ำ รบ.พล่านรับมือ“เกมี”

http://www.naewna.com/local/24664

วันพฤหัสบดี ที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : กทม.น้ำท่วมอุบลชัยภูมิเกมีรับมือรบ.รัฐบาลถล่มไทยพระพิรุณพายุอุทกภัยเฝ้าระวังนครปฐม,
จับตา“พระพิรุณ”จ่อคิว

ถล่มไทยซ้ำ

รบ.พล่านรับมือ“เกมี”

เตือน“ชัยภูมิ-อุบล”อ่วมหนัก

กทม.เต้นสั่ง50เขตเฝ้าระวัง

“นครปฐม”จมกลางดึกกว่า1ม.

ระยองผวา!ไอ้เข้หลุดบ่อ70ตัว

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีฝ่ายบริหาร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า พายุโซนร้อนแกมีที่เคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ขณะนี้ ยังไม่กระทบต่อประเทศไทย คาดว่าวันที่ 5 ตุลาคมนี้ พายุจะขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนกลาง เคลื่อนตัวเข้าประเทศกัมพูชา ประเทศลาว ก่อนเข้าสู่ประเทศไทยในตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น ซึ่งจะเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่วันที่ 5-7 ตุลาคม ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาจะแจ้งเตือน โดยละเอียดในแต่ละจังหวัดเพิ่มเติมต่อไปและตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ประเทศไทยมีโอกาสที่พายุเข้ามาเพิ่มเติมในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

ส่วนกรุงเทพมหานครจะได้รับผลกระทบจากพายุแกมีด้วย ซึ่งทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้นในวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ ซึ่งประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะพายุดังกล่าวเป็นไปตามธรรมชาติ และเป็นผลดีต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบน ที่จะได้เก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรในพื้นที่ขาดแคลนน้ำ ส่วนพื้นที่ลุ่มอาจมีน้ำท่วมขังและระบายออกต้องเตรียมรับมือด้วย

อุตุเตือนพายุแกมีฉบับที่10

กรมอุตุมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุ“แกมี” ฉบับที่10 ว่า เวลา 16.00น.วันที่ 3ตุลาคม พายุโซนร้อน“แกมี”บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 950กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม.ต่อชม.โดยเคลื่อนตัวทางทิศใต้อย่างช้าๆและยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้ คาดว่า พายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้นและจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ช่วงวันที่ 5-8ตุลาคม บริเวณประเทศไทยมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศร้ายในช่วงวันเวลาดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

“พระพิรุณ”ต่อคิวถล่ม20ต.ค.

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำปี55 ว่า ปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ11 แต่น้อยกว่าปีที่แล้วร้อยละ15 สถานการณ์น้ำปีนี้ใกล้เคียงปี 51 ส่วนภาคอีสานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและต่ำกว่าทุกปี ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ไม่ถึงครึ่งน่าห่วงภาคอีสานปีหน้าจะไม่มีน้ำใช้ ส่วนสถานการณ์พายุที่จะเข้าไทย คือ พายุแกมี มีความเร็ว 40น็อต ส่งผลต่อประเทศไทยวันที่ 5ตุลาคม ช่วงเวลา 20.00น.ส่วนจะเป็นโซนร้อน ดีเปรสชั่น หรือเป็นย่อมความกดิอากาศต่ำต้องติดตามอย่างใก้ลชิด แต่ขณะนี้กำลังก่อตัวอีกลูกในทะเลจีนใต้ หากเป็นพายุถึงคิวใช้ซื่อของประเทศไทยที่ตั้งไว้คือ พระพิรุณ ซึ่งถ้ามาประเทศไทยจะกระทบช่วงวันที่ 20ตุลาคม คาดว่าจะเข้าแนวเดิมคือ ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้ตอนบน

ผู้ว่าฯกทม.ถก50เขตรับมือพายุ

ที่ศาลาว่าการ กทม.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมผู้บริหารสำนักที่เกี่ยวข้องและผู้อำนวยการเขต 50เขต เพื่อยืนยันความพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ จากพายุแกมี ช่วงวันที่ 6-7ตุลาคมนี้ รวมถึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่ายทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อย่าหวั่นไหวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอให้ชี้แจงตามความเป็นจริงและปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่  ตลอดจนเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากตรวจสอบสภาพอากาศแล้วคาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก ให้ทุกฝ่ายเร่งประจำจุดเสี่ยงน้ำท่วมในความรับผิดชอบล่วงหน้า พร้อมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ เครื่องมืออุปกรณ์ รวมถึงบุคลากร  เพื่อไม่เสียเวลาในการเดินทางและให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติงานในการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินตามแผนงานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำจะตรวจสภาพฝนจากเรดาห์ พร้อมทั้งรายงานผ่านศูนย์วิทยุอัมรินทร์เพื่อแจ้ง 50สำนักงานเขตให้พร้อมประจำพื้นที่และจุดเสี่ยงต่อไป

เริ่มพร่องน้ำเขื่อนป่าสักฯแล้ว

ขณะที่ นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ กล่าวถึงการเตรียมรับมือกับพายุแกมี่ ว่า ได้เตรียมการล่วงหน้าโดยพร่องน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เนื่องจากเขื่อนดังกล่าว เป็นแนวรับพายุฝนในอัตรา 150ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม.) ไปจนกว่าสถานการณ์จะปกติ ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 640ลบ.ม.ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 320ลบ.ม.ซึ่งยังสามารถรับฝนได้ เช่นเดียวกับปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่60%

ปภ.เตือน30จว.เตรียมรับมือ

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ทางน้ำไหลผ่าน เตรียมความพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจากอิทธิพลของพายุแกมี โดยเฉพาะพื้นที่ 30 จังหวัดที่อยู่ในจุดเสี่ยงภัยได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ชลบุรี ระยอง ตราด ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง ระนอง และสตูล

จับตา“ชัยภูมิ-อุบล”โดนอ่วมหนัก

น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ศภช.) กล่าวถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนแกมีที่จะพาดผ่านประเทศไทย ว่า จะทำให้ฝนตกกระจายต่อเนื่อง แต่จะไม่หนักเหมือนเดือนกันยายน ทั้งนี้ ได้เตือนให้จังหวัดในพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่องก่อนหน้านี้ให้เฝ้าระวัง โดยเฉพาะ เช่น จ.ชัยภูมิ และ จ.อุบลราชธานี โดยรัฐบาลได้สั่งเตรียมพร้อมเร่งระบายน้ำตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่คาดว่าพายุจะพาดผ่านและเร่งระบายน้ำในฝั่งตะวันออกของ กทม.ตั้งแต่เขตลาดกระบัง มีนบุรี และหนองจอก ไปจนถึงรอยต่อ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งระบายน้ำไปยังอ่าวไทยโดยเร็วที่สุด ด้วยการติดตั้งเรือดำน้ำ 26 ลำ พร้อมติดเครื่องสูบน้ำในคลองระบายน้ำฝั่งตะวันออกด้วย

จ.ตากพายุซัดบ้านหลังคาพัง

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่นั้น นายสำรวย วิริยะ นายกเทศมนตรี ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจสอบความเสียหายบ้านเรือนราษฎรที่บ้านฉลู ต.ท่าสายลวด หลังถูกลมพายุพัดโหมกระหน่ำ จนทำให้บ้านเรือนเสียหาย 7หลังและโรงเรียน ซีดีซี.ของชาวพม่าอีก 1แห่ง ส่วนมากหลังคาได้รับความเสียหาย นายสำรวย ได้นำกระเบื้องไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แล้ว สำหรับฝนพายุที่เกิดขึ้น เป็นพายุลูกเห็บ ทำให้หลังคาบ้านของชาวบ้านส่วนมากได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ดี เทศบาล ต.ท่าสายลวด ได้เตือนประชาชนให้ระมัดระวังพายุที่อาจจะเข้ามา

ถนนรังสิต-ปทุมธานียุบวงกว้าง

เวลา 11.30น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปทุมธานี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเหตุการณ์ถนนยุบเป็นโพรง บริเวณกลางถนนรังสิต-ปทุมธานี ด้านหน้าตลาดรังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพบถนนยุบช่วงทางโค้งแยกจากถนนพหลโยธิน เข้าสู้ถนนรังสิต-ปทุมธานี โดยมีรอยยุบกว้างประมาณ 50ซม.เมื่อตรวจสอบดูในหลุมพบว่า ดินด้านล่างเป็นโพรงกว้างประมาณ 1-2เมตร ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้นำกิ่งไม้มาปักไว้เป็นสัญญาณเพื่อให้รถยนต์ประชาชนที่ผ่านปาได้สังเกตและหลบหลีกได้ทัน ก่อนจะประสานงานไปยังกรมทางหลวงเพื่อให้เร่งเข้ามาแก้ไขก่อนที่จะเกิดอุบติเหตุขึ้นมา

นครปฐมน้ำทะลักสูงกว่า1เมตร

ที่ จ.นครปฐม เวลา 01.00น.น้ำจากคลองบางแก้วได้ทะลักเข้าท่วมบ้านประชาชนริมสองฝั่งคลองบางแก้วสูงกว่า 1เมตร ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนตำบลบางแก้ว ต่างวิ่งออกมาช่วยกันเอากระสอบทรายมากั้นน้ำกันจ้าละหวั่น ท่ามกลางความมืดและมวลน้ำที่ไหลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ทำให้พระครูพิจิตสาระคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแก้ว ต้องเกณฑ์พระลูกวัดและเณรมาช่วยชาวบ้านขนกระสอบทรายมากั้นน้ำ เนื่องจากเป็นยามวิกาลไม่สามารถติดต่อใครได้

นายสุจินต์ คำนวณสิงห์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่1 ต.บางแก้ว บอกว่า ช่วงเย็นวันที่ 2ตุลาคมที่ผ่านมาปริมาณน้ำในคลองบางแก้วเริ่มเอ่อล้นขึ้นมาสูงเท่าคันคลอง แต่ไม่คิดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทะลักเข้าไปท่วมบ้านเรือนริมคลองจำนวนมาก เพียงไม่กี่ชั่วโมงน้ำสูงถึง 1เมตรเลยทีเดียว โดยได้ไหลเข้าท่วมบ้านพื้นที่ ม.1,ม.2 ,ม.3,และหมู่4 ทางพระครูพิจิตสาระคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแก้ว ต้องใช้เงินส่วนตัวซื้อทราย 12คันรถ แล้วช่วยกันกรอกทรายใส่กระสอบนำไปกั้นน้ำอย่างเร่งด่วน

ระยองน้ำป่าซัดบ่อไอ้เข้หลุด

เวลา 12.30น.นายทิวา พรหมอินทร์ นายอำเภอบ้านค่าย จ.ระยอง รับรายงานว่า วันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมบ่อเลี้ยงจระเข้ เลขที่45/9 หมู่ 3 ซอยมาบกะหลุก ต.หนองละลอก จึงออกไปตรวจสอบ พร้อม นายปราโมทย์ ฉันทมิตร์ นายก อบต.หนองละลอกและเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบบ่อเลี้ยงจระเข้ก่อด้วยอิฐบล็อก ขนาดกว้าง 6เมตร ยาว 6เมตร ติดกัน 3บ่อ ซึ่งบ่อแรกถูกน้ำป่าซัดกำแพงทะลุ ส่วนบ่อที่2และ3ไม่ได้รับความเสียหาย

นายไพบูลย์ ยงชัยหิรัญ เจ้าของบ่อเลี้ยงจระเข้ กล่าวว่า คืนเกิดเหตุฝนตกหนักและมีน้ำป่าไหลพัดข้ามถนนและซัดกำแพงอิฐบบ่อเลี้ยงลูกจระเข้ทะลุ ทำให้ลูกจระเข้ขนาดยาว 70เซนติเมตร 70ตัว หลุดจากบ่อไหลไปตามกับกระแสน้ำป่า โดยถูกอิฐบล็อกทับตาย 4ตัว ส่วนจระเข้ที่เหลือทราบว่า มีชาวบ้านทอดแหจับลูกจระเข้ได้ จึงขอให้นำมาคืน พร้อมยินดีให้ค่าตอบแทน

กทม.ส่งหนังสือแจงเงิน753ล.

นางนินนาท ชลิตานนท์ ปลัดกทม. เปิดเผยถึงกรณี ปภ.ส่งหนังสือมายัง กทม.ขอให้นำเงินเยียวยา 753ล้านบาท ที่เหลือจากการจ่ายเงินเยียวยารอบแรกที่ได้รับมาในวงเงิน 1,915ล้านบาท ส่งคืนกลับยัง ปภ.ว่า ตนมอบหมายให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดเตรียมหนังสือชี้แจงส่งให้ ปภ.เพื่อรายงานถึงความจำเป็นที่กทม.ได้จ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยประมาณ 753ล้านบาทให้กับประชาชนไปก่อน เพราะต้องการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนซึ่งก็ได้ดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ใจ หากผิดระเบียบทางราชการ ก็ขอให้ยกเว้นในครั้งนี้ด้วย เพราะกทม.ไม่มีเจตนาทำผิด คาดว่าจะส่งหนังสือดังกล่าวไปยัง ปภ.ภายในสัปดาห์นี้

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , , , | ใส่ความเห็น

อุตุฯเตือนพายุแกมีถล่มไทย5-8ต.ค.สภาพอากาศเลวร้าย

http://www.naewna.com/local/24655

วันพุธ ที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 20.38 น.

tags : กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุแกมีฉบับที่10
 

เมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ (3 ต.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัยพายุโซนร้อน “แกมี” (GAEMI) ฉบับที่ 10 ว่า  ขณะนี้พายุดังกล่าวอยู่ที่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 950 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 15.3 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 117.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม./ชม. โดยเคลื่อนตัวทางทิศใต้อย่างช้าๆ และยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้

คาดว่า พายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2555 จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม 2555 บริเวณประเทศไทยมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้ผลกระทบในระยะต่อไป

ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศร้ายในช่วง  วันเวลาดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , | ใส่ความเห็น

เตือนอิสาน-กลาง-กทม.ฝนตกหนักอิทธิพลพายุ”แกมี”

http://www.naewna.com/local/24565

วันพุธ ที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 14.02 น.

tags : ศภช.แถลงสถานการณ์น้ำท่วมระบายน้ำพายุโซนร้อนแกมี
 

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ศภช.) กล่าวถึงสถานการณ์พายุโซนร้อนแกมี (GAEMI) ที่จะพาดผ่านประเทศไทยและมีอิทธิพลทำให้ฝนตกหนักระหว่างวันที่ 4-8 ต.ค.ว่า พายุดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง อีสานตอนกลาง และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร(กทม.) โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน หรือร่องความกดอากาศ ทำให้มีฝนตกกระจายต่อเนื่อง แต่จะไม่หนักมาก เหมือนช่วงเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้เตือนให้จังหวัดในพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่มีฝนตกสะสมต่อเนื่องก่อนหน้านี้ ให้เฝ้าระวัง  โดยเฉพาะจ.ชัยภูมิ อุบลราชธานี ที่มีพื้นที่ช่วงรอยต่อติดกับเขื่อนสิรินธร สระแก้ว ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา และภูเก็ต

“รัฐบาลสั่งเตรียมความพร้อมเร่งระบายน้ำตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ที่คาดว่าพายุจะพาดผ่าน และเร่งระบายน้ำในฝั่งตะวันออกของกทม. ตั้งแต่เขตลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก ไปจนถึงรอยต่อจ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งระบายน้ำไปยังอ่าวไทยโดยเร็วที่สุด ด้วยการติดตั้งเรือผลักดันน้ำ 26 ลำ พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำในคลองระบายน้ำฝั่งตะวันออกด้วย และเชื่อว่าจะไม่มีสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้สามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีขึ้น” น.อ.สมศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปริมาณฝนที่ตกลงมาจะไม่เกิน 60 มิลลิเมตร ซึ่งกทม.สามารถรับมือปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาได้  โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามข้อมูลจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะสามารถแจ้งข่าวสารสารเตือนภัยล่วงหน้าได้ภายใน 24 ชั่วโมง และวันนี้ (3ต.ค.) เวลา 15.00 น. จะมีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่เฝ้าระวัง โดยมี ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำและการเกษตร กระทรวงวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี เป็นประธาน เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , | ใส่ความเห็น

ปภ.เผย 9 จังหวัดน้ำยังท่วม ปชช.เดือดร้อนกว่า 2 แสนคน

http://www.naewna.com/local/24563

วันพุธ ที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 13.47 น.

tags : ปภ.น้ำท่วมอุทกภัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย,

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 9 จังหวัด รวม 38 อำเภอ 292 ตำบล 1,738 หมู่บ้าน แยกเป็น พื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา พื้นที่ลุ่มน้ำยม ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ พื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน ได้แก่ สุพรรณบุรี นครปฐม ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 90,031 ครัวเรือน 224,126 คน

ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานให้จังหวัดที่ประสบภัยจัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานส่วนกลาง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ภัย และรับแจ้งเหตุสถานการณ์อุทกภัยผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม.ส่วนจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายแล้ว ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประสานอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจความเสียหาย ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และระดับน้ำได้ทาง www.waterforthai.com

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , | ใส่ความเห็น

เกษตรฯ เผย “อีสานตอนบน” แล้งหนัก! กำชับฝนหลวงเร่งช่วย

http://www.naewna.com/local/24561

วันพุธ ที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 13.33 น.

tags : , เกษตรฝนหลวงอีสานตนบนแล้งหนัก

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตนบน ค่อนข้างแล้งหนัก เบื้องต้นได้รับแจ้งจาก ส.ส.ในพื้นที่ ร้องขอมายังกระทรวงเกษตรฯ ให้เร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ซึ่งตนได้กำชับสำนักฝนหลวง และกองบินเกษตรฯ ให้เร่งช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนแล้ว และจากการตรวจสอบยังพบว่า น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีน้ำเพียง 49% ของความจุเขื่อนเท่านั้น โดยขณะนี้ยังถือว่าน่าเป็นห่วง

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , | ใส่ความเห็น

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนภัย พายุ “แกมี” ฉบับที่ 8

http://www.naewna.com/local/24536

วันพุธ ที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 08.08 น.

tags : แกมีพยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยาพายุ,
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ พายุ “แกมี” (GAEMI) ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 03 ตุลาคม 2555 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (3 ต.ค. 2555) พายุโซนร้อน “แกมี” (GAEMI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 880 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 15.3 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 117.0 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กม./ชม.พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกค่อนทางใต้เล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้

คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2555 และจะเริ่มมีผลกระทบกับลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 4-8 ตุลาคม 2555ประกอบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , | ใส่ความเห็น

ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ในระยะ 1-2 วันนี้

http://www.naewna.com/local/24535

วันพุธ ที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 08.01 น.

tags : พยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยา,

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้ (3 ต.ค.55) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง  มีฝนฟ้าคะนองเป็นกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สิ่งแวดล้อม, เกษตร, เกษตร-สิ่งแวดล้อม, แนวหน้า | , , , , , , | ใส่ความเห็น

“จำนำข้าว”เป้าหลักอภิปรายไม่ไว้วางใจ

http://www.dailynews.co.th/article/4/158837

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2555 เวลา 07:17 น.

นโยบาย “รับจำนำข้าว” เป็น 1 ในนโยบายโดนใจคนส่วนหนึ่งจนส่งผลให้พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 54 ที่ผ่านมา

นโยบายที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียงเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ”

โครงการรับจำนำข้าวนั้นถูกวิจารณ์จากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคคู่แข่งทางการเมืองซึ่งชูนโยบาย “ประกันรายได้”

ตลอดขวบปีที่ผ่านมา โครงการรับจำนำข้าวถูกโจมตีทั้งในแง่ความโปร่งใสของโครงการ ที่มีการทุจริตทุกขั้นตอน ผลประโยชน์ตกอยู่กับ “ชาวนา” หรือพ่อค้าคนกลางกันแน่ รวมไปถึงผลประโยชน์ที่นักการเมืองและพรรคการเมืองจะได้รับจากการ “ระบายข้าว”

แต่โครงการรับจำนำข้าวก็ยังเดินหน้า ล่าสุดรัฐบาลก็อนุมัติงบประมาณเพื่อรับจำนำข้าวนาปีรอบใหม่

โครงการรับจำนำข้าว ใช้เงินมหาศาล “สุ่มเสี่ยง” ที่เกิดการขาดทุนจากการขายข้าว เพราะรัฐบาลซื้อแพงแต่เอาไปขายถูก อีกทั้งรัฐบาลยังผูกขาดไว้แต่เพียงผู้เดียวจนส่งผลให้ไทยตกอันดับจากผู้ที่เคยส่งข้าวออกเป็นอันดับ 1 ลงมาเป็นอันดับ 2 อันดับ 3

ที่ผ่านมานอกจากฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านที่มี “ข้อวิจารณ์” เกิดขึ้นเท่านั้น ภาคเอกชนที่ต่อต้านการคอร์รัปชั่นก็ออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้ ต่อมาก็มีผู้ส่งออก จนกระทั่งมาถึงเหล่าอาจารย์ของ “นิด้า” ที่เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นโยบายนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

ใช่มีแค่เท่านั้น ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯและรมว.การคลัง ก็ส่งเรื่องให้ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ตรวจสอบ

ล่าสุด ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาระบุว่า ถ้าไม่ทบทวนโครงการรัฐบาลมีสิทธิ “พัง” พร้อมกับยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวเพราะเปิดช่องให้เกิดการทุจริตอย่างมากมาย ที่สำคัญ “ชาวนา” ไม่ได้ประโยชน์เท่ากับนักการเมืองและผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหลาย

“คนนอก” วิจารณ์รัฐบาลก็ฟังไว้ บางช่วงอาจจะตอบโต้ว่า ประชาชนเลือกเข้ามาจึงต้องทำนโยบายนี้ แต่พอเป็น “คนใน” อย่างดร.วีรพงษ์ ก็ไร้เสียงตอบโต้ทางการเมืองทันที

เรื่องนโยบายใครก็ตอบไม่ได้นอกจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“ไม่โกรธนายวีรพงษ์ค่ะ เพราะทุกคนมีสิทธิห่วงใยได้ เราเองก็มีหน้าที่ชี้แจง วันนี้ถือว่าทุกท่านมีความห่วงใย แต่ก็ต้องทำการอธิบายและลงไปดูความต้องการที่แท้จริง อย่างไรก็ตามข้อเสนอแนะทุกอย่างเราก็พร้อมน้อมรับฟัง แต่รัฐบาลเองก็มีกลไกในการตรวจสอบ”

สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ในวันนี้คือ “ชาวนา” ที่ไม่ใช่ผู้รับจ้างชาวนา ได้ประโยชน์จริงหรือไม่ ขณะที่ฝ่ายค้านอย่างประชาธิปัตย์ พิสูจน์ให้ได้ว่าโครงการนี้ทุจริตขนาดไหน ผลประโยชน์ตกอยู่กับใคร นักการเมือง หรือพวกพ้อง

ที่ดร.วีรพงษ์ ชี้ไว้นั้นไม่ต่างอะไรกับ “โพรงกระรอก” ดี ๆ นี่เอง

อภิปรายไม่ไว้วางใจ “รอบนี้” ที่กำลังจะมาถึง “จำนำข้าว” จึงเป็น “พระเอก” ของงานอย่างแน่นอน.

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สถานการณ์ร้อน, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ได้กลิ่นครม.ปู3ฉบับ”เมด อิน ฮ่องกง”

http://www.dailynews.co.th/article/4/158654

วันพุธที่ 3 ตุลาคม 2555 เวลา 07:27 น.

แสดงว่ายังไม่มีการปรับ ครม. ในช่วงนี้ใช่หรือไม่ “ยังเพราะอยากให้งาน
ต่อเนื่องโดยเร็ว ซึ่งได้มอบหมายงานไปแล้ว”

จะให้เวลารักษาการงานดังกล่าวไปนานแค่ไหน “เดี๋ยวดูก่อน ต้องดูก่อน ยังไม่ได้คุยเรื่องการปรับ ครม. เพราะยังอยากจะเร่งเรื่องการทำงานก่อน เพราะช่วงนี้เริ่มมีพายุและน้ำฝนเข้ามาแล้ว จึงอยากเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนก่อน”

ปัจจัยที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการปรับ ครม. หรือไม่ “ไม่ใช่เราก็ต้องทำงานปกติ”

สิ้นปีนี้จะได้เห็นการปรับ ครม. หรือไม่ “อย่าเพิ่งถามแบบนั้น เพราะเรื่องอนาคตคงตอบยาก”

เป็นการสัมภาษณ์แบบถาม-ตอบระหว่างสื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาลกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา

แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยืนยันว่า การปรับ ครม. “ยิ่งลักษณ์ 3” จะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้ แต่ก็ไม่สามารถ “สยบ” ความเคลื่อนไหวในพรรคเพื่อไทยที่ครึกครื้นและคึกคักอยู่ในเวลานี้

การปรับ ครม. จะมีเมื่อไหร่เป็นความ “สงสัยรอง” ของคนในสังคม แต่ความ “สงสัยหลัก” นั้นอยู่ที่ว่า ปรับ ครม. แล้วการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลจะดีขึ้นหรือไม่

จะเป็นการปรับเพื่อ “ประสิทธิภาพงาน” ปรับเพื่อสร้าง “สมดุลทางการเมือง” ในพรรคหรือปรับเพื่อ “ความเหมาะสม” ตามที่ชอบอธิบายกัน

มีข่าวว่า ในช่วง 1 ถึง 2 วันนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็น “พี่ชาย” ของนายกรัฐมนตรี จะมาที่เกาะฮ่องกง ตามข่าวบอกว่าจะเรียกว่าที่รัฐมนตรีมาพบเพื่อ “รับทราบ” นโยบายการทำงาน

ถ้าลองได้เกิดบรรยากาศเช่นนี้ เชื่อว่าปรับ ครม. รอบนี้ต้องเป็นการ “ปรับใหญ่” แน่ ๆ

4 กลุ่มใหญ่ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ ประกอบด้วย 1. สมาชิกบ้านเลขที่ 111 พรรคไทยรักไทย 2. คนนอก 3. ส.ส. ในพรรคที่มีสัญญาใจกันไว้ และ 4. แกนนำ นปช.

ที่มีชื่อกลุ่มแรก ก็อาทิ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล,พงศ์เทพ เทพกาญจนา, วราเทพ รัตนากร, ภูมิธรรม เวชยชัย กลุ่มต่อมา “คนนอก” ก็เห็นมีชื่อ วิชิต สุรพงษ์ชัย กลุ่ม ส.ส. ในพรรค ก็อาทิ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่กลุ่มแกนนำ นปช. เป็นใครไปไม่ได้นอกจาก จตุพร พรหมพันธุ์

หรือจะเป็น ครม. ประเทศไทยฉบับเมดอินฮ่องกง.

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สถานการณ์ร้อน, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ปรับครม.ชื่อ”จาตุรนต์”ส่อหายต๋อม

http://www.dailynews.co.th/article/4/158391

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม 2555 เวลา 07:11 น.

ปรับครม.นั้นมีขึ้นแน่ ๆ แต่ที่แน่ไปกว่าคือยังไม่รู้การปรับครม.จะมีขึ้นเมื่อไหร่ หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ระบุว่า ยังไม่คิดจะปรับครม.ในช่วงเวลานี้

ทำไมถึงไม่ปรับครม.แต่เลือกที่จะหารัฐมนตรีมาดูแลงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯและรมว.มหาดไทย แทน

รัฐบาลพรรคเพื่อไทยในสถานการณ์วันนี้ จะอ้างเหมือนที่ผ่านมาในอดีตไม่ได้แล้วว่า มีข้อจำกัดเรื่องบุคลากรทางการเมือง จึงทำให้ประสิทธิภาพของรัฐมนตรีเป็นอย่างที่เห็น ๆ กัน

อดีตนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 นั้นกลับมาแล้ว มีหลายคนถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาช่วยงานรัฐบาล แต่จนแล้วจนรอด ก็เป็นได้แค่ “คนดู” เท่านั้น เพราะ “จังหวะ” ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้นไม่มี

มี “ข้ออ้าง” ว่า เหตุที่ไม่ปรับครม.ในช่วงนี้นั้นเป็นเพราะต้องการรอความชัดเจน “คุณสมบัติ” ของนายยงยุทธ

กรณีนายยงยุทธนั้นต้องใช้เวลา 2-3 เดือนเป็นอย่างน้อย และความชัดเจนนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่ตำแหน่งรัฐมนตรีเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงตำแหน่งส.ส.บัญชีรายชื่อและตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกด้วย

อย่าลืมว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคือผู้ที่จะอนุมัติส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

สมมุติเล่น ๆ ว่า ถ้าส่งชื่อไปแล้ว แต่ผลออกมาภายหลังว่าขาดคุณสมบัติการเป็นหัวหน้าพรรคอะไรจะเกิดขึ้น

ดังนั้น “คุณสมบัติ” ของนายยงยุทธ จึงไม่ใช่เหตุผลของการ “ซื้อเวลา” ปรับครม.ในครั้งนี้

กระแสข่าวปรับครม.ที่เกิดขึ้น จะสังเกตว่าบุคคลที่ปรากฏเป็นข่าวออกมา แม้จะมีซึ่งความรู้ความสามารถแต่สิ่งที่นำหน้าออกมาคือ ความสัมพันธ์ใกล้ชิดส่วนตัวซะมากกว่า

กรณี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร.นี่ชัดเจน ขณะที่กรณี นายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย นี่ก็เห็นกันมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยโน่น

แปลกและน่าฉงนใจไม่น้อยที่ “งวดนี้”  ไม่มีชื่อ “เสี่ยอ๋อย” หรือ จาตุรนต์ ฉายแสง ปรากฏออกมามากนัก ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าจะกี่โพลกี่สำนัก ก็มักจะสะท้อนออกมาตรงกันว่า สังคมส่วนหนึ่งอยากให้เข้ามาทำหน้าที่

ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ จาตุรนต์ มักจะมี “บทบาท” เรื่องประชาธิปไตย เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเรื่องสถานการณ์การเมืองทั่วไป

แต่ระยะหลัง จาตุรนต์เงียบและแทบจะเลือนหายไป

ในมุมด้านความสามารถนั้นไม่มีข้อถกเถียง แต่ในแง่ของการเล่นเป็นทีมนั้นเป็นเรื่องที่หลายคน “เป็นห่วง”

ถ้าเปรียบรัฐบาลเป็น “ทีมฟุตบอล” บ้านเลขที่ 111 บางคนจัดอยู่ในประเภท “ความสามารถเฉพาะตัวสูง” เผลอ ๆ สูงกว่า กัปตันทีม ในเวลานี้ด้วยซ้ำ

การปรับครม.จึงต้องรอกันต่อไป!!!.

ตุลาคม 4, 2012 Posted by | สถานการณ์ร้อน, เดลินิวส์ออนไลน์ | , , , , | ใส่ความเห็น

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,261 other followers

%d bloggers like this: