“ซิ่นไหมผืนเก่าๆ” ซีไรต์จากลาวร่วมปกป้องมรดกวัฒนธรรม

Published กันยายน 27, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/2218

25 March 2552 – 00:00

ในยุคโลกาภิวัตน์นี้กระแสทุนนิยมทะลักเข้าสู่ประเทศอย่างรวดเร็ว   อิทธิพลการโฆษณาชวนเชื่อมีผลต่อวิธีคิดและวิถีชีวิต   คนมีความสุขกับการซื้อของใหม่  ไม่เห็นคุณค่าสิ่งของที่มีอยู่  ของเก่าๆ ที่เป็นมรดกทางด้านวัฒนธรรมค่อยๆ ถูกกลืนหายไป  สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมทั่วโลก  ไม่เว้นแม้แต่บ้านเราและบ้านพี่เมืองน้องอย่างลาว   ส่วนวิธีแก้ปัญหาและอนุรักษ์วัฒนธรรมนั้นมีหลายฝ่ายๆ พยายามร่วมมือกันเพื่อให้สังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

ฮุ่งอะลุน   แดนวิไล  นักเขียนหนุ่มมากฝีมือจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  เป็นอีกผู้หนึ่งที่ใช้หนึ่งสมองและสองมือของเขาสร้างสรรค์วรรณกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของประชาชนลาว  เมื่อไม่นานนี้  นักเขียนฮุ่งอะลุนเดินทางมาร่วมงานเปิดตัวหนังสือ  “ซิ่นไหมผืนเก่าๆ”  ผลงานรวมเรื่องสั้นของตัวเองที่คว้ารางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนของลาว  ประจำปี  พ.ศ.  2551  หรือรางวัลซีไรต์  ณ  ห้องออดิทอเรียม  ชั้น  5  อาคารนานมีบุ๊คส์  ซึ่งสมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ  ร่วมกับสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์  จัดขึ้น

ในงานมีการพูดคุยถึงวรรณกรรมซีไรต์ลาวเรื่องซิ่นไหมผืนเก่าๆ นี้  รวมถึงเรื่องราววัฒนธรรมและสังคมของลาวในแง่มุมต่างๆ โดยผู้คร่ำหวอดในแวดวงวรรณกรรม  ประกอบด้วยโอทอง  คำอินซู  เจ้าของนามปากกา  ฮุ่งอะลุน  แดนวิไล,  ปราโมทย์  ในจิต  ผู้แปล  “ซิ่นไหมผืนเก่าๆ”  เป็นภาษาไทย  และประธานสโมสรนักเขียนภาคอีสาน,  วัชระ  สัจจะสารสิน  นักเขียนรางวัลซีไรต์ไทย,  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ  ดร.กุสุมา  รักษมณี  นักวิจารณ์วรรณกรรมผู้รับหน้าที่บรรณาธิการหนังสือเล่มนี้  ดำเนินรายการโดย  ศ.ดร.รื่นฤทัย  สัจจพันธุ์

โอทอง   ผู้เขียนชาวลาว  บอกว่า  การเขียนเรื่องสั้นยากสำหรับตัวเอง  ต้องอาศัยประสบการณ์จริงเป็นตัวกระตุ้น   เรื่องสั้นทั้งหมดที่เขียนจะเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นรอบตัวที่เข้ามากระทบจิตใจ   แล้วนำมาเล่าด้วยวิธีของตัวเอง  ชีวิตของคนเป็นสิ่งเติมสีสันให้กับงานเขียนของตน  เฉลี่ยแล้วหนึ่งปีเขียนเรื่องสั้นได้ไม่เกินสามเรื่อง  สำหรับเรื่องซิ่นไหมผืนเก่าๆ  มันก็เป็นเรื่องคุณค่าของซิ่นไหมที่ตีเป็นราคาไม่ได้  แต่มีคุณค่าทางจิตใจ  เพราะเป็นงานศิลปะ

เป็นฝีมือของผู้หญิงลาวที่สร้างขึ้นมา  เป็นสมบัติของชาติ  นอกจากข้อคิดเรื่องวัฒนธรรมแล้ว  ยังมีเรื่องสั้นที่เน้นค่านิยมไม่ดื่ม  ไม่สูบ  อย่างเรื่อง  “รอยยิ้มที่ไม่มีกลิ่นเหล้า”,  “บทเรียนจากวงเหล้า”,  “เลือดกับความรัก”  และ  “สาวขายยาสูบ”  ซึ่งรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย  ก็มาจากการที่ตัวเองไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่  เห็นประโยชน์จากการห่างไกลสิ่งเหล่านี้  ก็อยากให้คนลาวได้อ่านได้เห็นเรื่องสั้นที่เสนอว่า  แม้ไม่มีเหล้า  ก็สร้างมิตรภาพ  สร้างงานได้

“ไม่คาดหวังว่าข้อคิดในเรื่องสั้นจะได้รับการยอมรับทั้งหมด  แต่อยากเป็นส่วนเล็กๆ เติมความสุขในชีวิต  อยากเป็นแรงหนึ่งที่ช่วยค้ำชู  ดีกว่าเฉยเมย  ปล่อยผ่านหูผ่านตาไป”  โอทอง  กล่าว

ปัจจุบันโอทองมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าอำนวยการและบรรณาธิการวารสารวรรณศิลป์  เขาย้ำว่า  นักเขียนต้องพยายามส่องสว่างความเป็นจริง  และตัวเองก็ตกอยู่ในสภาพนั้น  แต่ความจริงนั้นมีสองด้าน  ด้านดีให้ผู้อ่านปฏิบัติตาม  ส่วนด้านไม่ดีให้หลีกเลี่ยง  สำหรับตนแล้วการเขียนเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งเหมือนกับว่าได้ขึ้นเวทีอภิปรายปัญหาหนึ่งประเด็นที่มีคนฟังจำนวนมาก

ด้านปราโมทย์  ผู้แปล  บอกว่า  รวมเรื่องสั้น  “ซิ่นไหมผืนเก่าๆ”  เล่มนี้  เป็นเรื่องสั้นที่เรียบง่าย  สะท้อนวิถีชีวิตและวิธีคิดชาวลาว  ในเรื่อง  “ซิ่นไหมผืนเก่าๆ”  เป็นการอนุรักษ์มรดกด้านวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวลาว  บรรดาเผ่าต่างๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์มาแต่โบราณกาล  โดยเฉพาะซิ่นไหม  เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่การทำหน้าที่เป็นสะพานวรรณกรรมให้นักอ่านไทยซึมซับและประทับใจภาพชีวิตของลาว  คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมสะท้อนวรรณคดี  วรรณคดีสะท้อนสังคม  อย่างไรก็ตาม  ในการแปลมีการปรับภาษาลาวบ้างเพื่อให้ฟังเป็นไทย  แต่ยังคงคำเฉพาะของลาวไว้  ถือเป็นอัตลักษณ์ภาษาของแต่ละภาษา

นอกจากนี้  ปราโมทย์ยังแสดงทัศนะว่า  วรรณกรรมลาวสมัยใหม่มีความแหลมคม  และน่าสนใจ  ดูรวมเรื่องสั้น  “วิ่นไหมผืนเก่าๆ”  ของฮุ่งอะลุนชุดนี้  น่าสนใจมากกว่าวรรณกรรมซีไรต์ลาวทั้ง  10  เล่ม  ใน  10  ปีที่ผ่านมา  เพราะฮุ่งอะลุน  ถือเป็นนักเขียนรุ่นใหม่ถอดด้ามของลาว  มีจุดเริ่มต้นมาเป็นนักเขียนโดยปราศจากอิทธิพลของกลุ่มนักเขียนลาวทั้ง  3  กลุ่ม  คือ  กลุ่มนักเขียนลาวเดิม  กลุ่มนักเขียนปฏิวัติ  และกลุ่มนักเขียนรุ่นใหม่

“เรื่องสั้นของเขามีความง่าย   งาม  เต็มไปด้วยความจริง  ไม่ยาว  ยืดเยื้อ  มุ่งสู่ประเด็นนำเสนอแบบมีศิลปะ  ใช้ถ้อยคำน้อย  ไม่บรรยายมากนี่เป็นเสน่ห์ช่วยให้คนอ่านจินตนาการเพิ่มเอง  ที่สำคัญเป็นเรื่องใกล้ตัวในวิถีสังคมลาวปัจจุบันที่กำลังเผชิญร่วมกัน  ข้อเขียนของฮุ่งอะลุนปราศจากอิทธิพลอุดมการณ์ทางการเมืองเลิศหรูมาครอบงำ”   ผู้แปล  เผยเหตุผลสำหรับการดื่มด่ำวรรณกรรมลาวร่วมสมัยชุดนี้เพื่อความเข้าใจเพื่อนบ้าน

ขณะที่เจ้าของรางวัลซีไรต์ไทย   วัชระ  กล่าวในช่วงท้ายการเสวนาว่า  วรรณกรรมของลาวมีความหลากหลายในเนื้องานและกลวิธีในการเขียน   และมีมุมมองทางสังคม   เช่น  การรุกรานทางสังคม   และระบบทุนนิยม  ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของงานวรรณกรรมในประเทศโลกที่สาม   บางเล่มเสนอมุมมองทางการเมือง  สงครามการเมือง  หรือแนวคิดอุดมการณ์ที่ต่างกัน  แต่สำหรับงานเขียนของโอทองไม่มีมุมนี้  แต่มีลักษณะทฤษฎีวรรณกรรมสูงและวิเคราะห์ตามองค์ประกอบของเรื่องสั้น  มีหักมุม  และหักมุมซ้อนอีกชั้น  ภาพรวมของรวมเรื่องสั้นเล่มนี้เป็นการมองสังคมผ่านปัจเจกบุคคลที่หลากหลาย  ผ่านชีวิตของชาวบ้านในแง่มุมต่างๆ มีแก่นของเรื่องที่เป็นปรัชญาซ่อนอยู่   และมีหักมุมเป็นสีสันของการเล่าเรื่องแบบบันเทิงคดี  เหมาะที่จะเป็นเรื่องสั้นศึกษาสำหรับน้องๆ เยาวชนได้ลองอ่าน

ฮุ่งอะลุน  แดนวิไล  นักประพันธ์รางวัลซีไรต์ของลาว  เริ่มเขียนเรื่องสั้นครั้งแรกชั้นมัธยมปลาย  นอกจากงานเขียนเรื่องสั้น  เขายังเขียนกาพย์กลอน  นิทาน  และสารคดี  แม้ฮุ่งอะลุนจะออกตัวว่าชอบเขียนบทกวีมากกว่าเรื่องสั้น  เพราะเขียนยาก  แต่เรื่องสั้นที่เขาเขียนก็มักได้รางวัลอยู่บ่อยครั้ง  รวมทั้งเรื่องสั้น  “ซิ่นไหมผืนเก่าๆ”  นี้ด้วย  ที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนหรือซีไรต์.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: