เกษตรกรบ้านหัวสะพาน บุรีรัมย์ ยึดอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม – เกษตรทั่วไทย

Published สิงหาคม 25, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/147566

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.

“….การเลี้ยงไหมนอกจากจะเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรแล้ว ยังเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่และดีงามของชาติไทยที่สืบต่อกันมานานอีกด้วย ไม่ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร การพัฒนาการเลี้ยงไหมก็ต้องดำเนินต่อไป….”  พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2542

จากพระราชดำรัสดังกล่าวข้างต้น เปรียบเสมือนแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม มีพลังในการสืบสานอาชีพนี้ต่อไป เช่นเดียวกับ สหกรณ์ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวสะพาน จำกัด ที่มีการสานต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตผ้าไหมไทยมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จากที่เคยเป็นเพียงอาชีพเสริมหรือทอใส่กันเองในครัวเรือน ปัจจุบันกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกในกลุ่มได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

โดยในเรื่องนี้ นางรุจาภา  เนียนไธสง ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวสะพาน จำกัด เล่าย้อนอดีตให้ฟังว่า คนในชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหมมาตั้งแต่อดีตกาลแล้ว โดยเฉพาะหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะมีการทอผ้าไหมขายเพื่อเป็นรายได้เสริม ซึ่งทำแบบต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างขาย ทำให้ไม่มีตลาดรองรับที่แน่นอน แต่หลังจากได้มีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งสหกรณ์ฯ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2553 โดย ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (บุรีรัมย์) ร่วมกับสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ สหกรณ์อำเภอพุทไธสง พร้อมด้วยสมาชิกผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม บ้านหัวสะพาน ภายใต้การสนับสนุนของกรมหม่อนไหม เพื่อดำเนินธุรกิจด้านการปลูกหม่อน การเลี้ยงไหมวัยอ่อน การเลี้ยงไหมวัยแก่ และการผลิตเส้นไหมให้ได้ตามมาตรฐานเส้นไหมหัตถกรรมพร้อมการบริหารจัดการดักแด้ไหม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การผลิตเส้นไหมของเกษตรกรในบริเวณแถบนี้ ตลอดจนถ่ายทอดภูมิปัญญาดังกล่าวต่อกลุ่มชนรุ่นหลังต่อไป

ปัจจุบันสหกรณ์ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวสะพาน จำกัด มีสมาชิกทั้งหมด จำนวน 102 คน มีพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ประมาณ 500 ไร่ เลี้ยงไหมเฉลี่ย 14 รุ่น/คน/ปี ส่วนพันธุ์ไหมที่นิยมเลี้ยง คือ นางตุ่ย นางน้อย นางสิ่ว สำโรง พันธุ์พื้นบ้าน (ต่อพันธุ์เอง) พันธุ์ไทยผสม เช่น ดอกบัว เหลืองไพโรจน์เป็นต้น

ภายในกลุ่มฯ จะมีการแบ่งงานกันทำ อย่างชัดเจนตามความชอบและความถนัดของสมาชิกแต่ละคน โดยจะมีทั้งฝ่ายเลี้ยงไหมใบอ่อน เลี้ยงไหมใบแก่ ทอ มัด ย้อม การตลาด และบัญชี ส่วนผลิตภัณฑ์นั้น สามารถทำได้ทุกรูปแบบ ไมว่าจะเป็น เส้นไหม  ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าซิ่นตีนแดง  ผ้ามัดหมี่เชิงแดง ผ้าไหมพื้นเรียบ ผ้าคลุมไหล่ และผ้าพันคอ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการแปรรูปผ้าไหมเป็นหมอนสมุนไพร หมอนสามเหลี่ยม  หมอนทรงมะเฟือง หมอนทรงกระดูก และกระเป๋า โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 500-15,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงมากนัก เนื่องจากผลิตเองทุกขั้นตอน

หากผู้ใดสนใจผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านหัวสะพาน จำกัด สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ นางรุจาภาเนียนไธสง บ้านเลขที่ 95 หมู่ 14 ต.บ้ายาง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ โทร.08-7961-1261.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: