ดัน“Contract Farming”กุ้ง ประมงต่อยอดโครงการรักษาเสถียรภาพราคาผ่านระบบตลาดเครือข่ายแบบกลุ่ม

Published สิงหาคม 25, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/19492

วันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : กุ้งContract Farmingวิมล จันทรโรทัยกรมประมงประมงกุ้งขาว,
ดร.วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า โครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้งขาวแวนนาไม โดยระบบตลาดเครือข่ายแบบกลุ่ม (Shrimp Cluster) เพื่อแก้ไขปัญหาราคากุ้งขาวแวนนาไมตกต่ำขณะนี้ได้ดำเนินการในรอบที่ 2 (19 ก.ค. – 18 ส.ค.55) เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ผลปรากฏว่ามีกลุ่มเกษตรกรแจ้งความสนใจเข้าร่วมโครงการ จำนวน. 20 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ จันทบุรี ชุมพร ตรัง ตราด นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง ระยอง สงขลา สตูล สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี ราชบุรี และฉะเชิงเทรา โดยปริมาณกุ้งขาวแวนนาไมที่มีการซื้อขายกัน อยู่ที่จำนวน 2,150 ตัน จากเกษตรกรจำนวน 237 ราย เมื่อเทียบกับการดำเนินการในรอบที่ 1 นั้นมีจำนวนลดลง ด้วยเหตุที่เกิดจากความพอใจ

ในสถานการณ์ราคากุ้งในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันราคากุ้งในตลาดกลางขยับเพิ่มสูงขึ้นไปถึง 30.20% เช่น ขนาด 60 ตัว/กก. ราคาอยู่ที่ 145 บาท (ก่อนเริ่มโครงการฯ ราคา 120 บาท) จึงแสดงให้เห็นว่าโครงการดังกล่าวซึ่งใช้กลไกการตลาดเครือข่ายแบบกลุ่มเป็นตัวกำหนด เริ่มที่จะประสบผลสำเร็จสามารถสร้างความเข้มแข็งในการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกรรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทางชุมนุมสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ยื่นหนังสือขอบคุณมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น จึงทำให้การดำเนินงานในรอบที่ 1 เกิดปัญหาบางประการขึ้น อาทิ การประสานงานที่ค่อนข้างสับสนระหว่างหน่วยงานในส่วนกลาง จังหวัด กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการห้องเย็น รวมถึงความล่าช้าในการดำเนินงาน ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ทางกรมประมงได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ เกษตรกร ผู้ประกอบการ มาร่วมหารือและหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้เกิดการทำงานที่คล่องตัวมากขึ้นจนกระทั่งเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

สำหรับในอนาคตเมื่อการดำเนินโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว กรมประมงมุ่งหวังให้การดำเนินการ contact farming มีการทำสัญญาซื้อ – ขาย ระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการเป็นไปอย่างยั่งยืน เพราะประโยชน์จะเกิดขึ้นกับทั้ง 2 ฝ่าย คือ เกษตรกร และผู้ประกอบการห้องเย็น กล่าวคือ เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ เช่นเดียวกับที่ผู้ส่งออกสามารถวางแผนการซื้อขายได้ล่วงหน้าร่วมกันภายใต้การกำกับดูแลจากกรมประมง ก่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้เกิดความตื่นตัวในการรวมตัวเป็นกลุ่มสหกรณ์ อีกทั้ง ผู้ประกอบการก็จะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานป้อนสู่ตลาดโลกอีกด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: