ปัญหา “จริยธรรมกับธุรกิจ” เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม

Published สิงหาคม 24, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/scoop/18896

วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555, 02.00 น.

tags : เรื่องใกล้ตัวจริยธรรมกับธุรกิจ,
“ในส่วนที่ผมดูแลอยู่นะครับ หลังๆ มานี้ได้รับเรื่องร้องเรียนบ่อยมากเกี่ยวกับห้างหรือร้านค้าเจ้าใหญ่ๆ เรื่องการโฆษณาที่อาจจะเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค ประเภทว่าที่นี่ขายถูกกว่าที่อื่น แต่พอไปดูว่าทำไมขายถูกได้ อย่างแรกที่เจอบ่อยเลยคือปริมาณ คือสินค้าข้างนอกสมมติว่า 550 มิลลิลิตร แต่สินค้าในห้างร้านพวกนี้คือ 520 มิลลิลิตร ซึ่งถ้าไม่สังเกตดีๆ เราจะไม่เห็นสิ่งที่แตกต่างกันเลย ดังนั้นเขาจึงไปโฆษณาได้ว่าขายของแบบเดียวกันแต่ถูกกว่าที่อื่น”

ปัจจุบันเราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแนวคิดทุนนิยมเสรีเป็นแนวคิดเดียวที่ยังสามารถดำรงอยู่ได้บนโลกและยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวต่อไปเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่มีผลข้างเคียงประชาชนหมู่มาก กล่าวคือมักจะเกิดสภาวะ  “รวยกระจุก จนกระจาย” โดยนายทุนผู้ประกอบการต่างๆ ร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ประชาชนทั่วไปมีแต่ยากจนลง ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจคือกลุ่มทุนทั้งหลายมักใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมในการดำเนินธุรกิจ เช่นใช้แรงงานผิดกฎหมายบ้าง ปล่อยสารพิษลงสู่สิ่งแวดล้อมสาธารณะบ้าง หรือแม้แต่กลยุทธ์เชิงการตลาดที่หมิ่นเหม่ต่อการหลอกลวงผู้บริโภค โดยทั้งหมดนี้มักจะเชื่อมโยงไปยังปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่เจ้าหน้าที่รัฐนิยมเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการ วันนี้สกู๊ปหน้า 5 จะพาทุกท่านไปสำรวจกันว่าปัญหาอะไรบ้างที่เป็นที่เดือดร้อนของประชาชน

ธุรกิจที่ดีเป็นอย่างไร

“ในระดับนานาชาติ การดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมหรือที่เรียกว่า CSR นั้นไม่ใช่แค่การแจกของ ประเภทเถ้าแก่ไปบริจาคเงินที่นั่นที่นี่ แต่ลูกจ้างยังไม่มีสวัสดิการที่ดี โรงงานก็ยังแอบปล่อยมลพิษสู่ชุมชนแล้วจ่ายใต้โต๊ะให้เจ้าหน้าที่รัฐละเลยการตรวจสอบ แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีครับ”

เป็นคำอธิบายของ ดร.ปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่กล่าวในงานกรรมการสิทธิพบประชาชน ซึ่งก็มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังและสะท้อนปัญหาหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐ หรือการดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทั้งคุณภาพชีวิตชุมชน และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

“ห้างค้าปลีก” กับกลยุทธ์ที่ไม่เหมาะสม

ในวงเสวนาครั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจที่ชาวบ้านในหลายพื้นที่พูดถึงกันมากที่สุดคือการรุกคืบของธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ ทั้งที่เป็นห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ ไล่ตั้งแต่กลยุทธ์เก่าแก่ที่มีเสียงร่ำลือกันมานานกว่า 10 ปีคือการขายสิทธิในการใช้ชื่อร้าน (Franchise) จากกลุ่มทุนรายใหญ่ไปยังผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งหากผู้ประกอบการรายย่อยเปิดร้านแล้วอยู่ได้ระดับปานกลางหรือเลวร้ายถึงขาดทุนก็ไม่ว่าอะไร แต่หากพบว่าเปิดร้านแล้วเจริญรุ่งเรือง ค้าขายได้มาก กลุ่มทุนใหญ่เจ้าของแบรนด์ร้านดังกล่าวก็จะส่งพนักงานจากส่วนกลางมาตั้งร้านเดียวกันแข่งกับเจ้าของที่เป็นคนท้องถิ่น ซึ่งไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการท้องถิ่นจะไม่สามารถแข่งขันได้เพราะทุนและบุคลากรไม่มีทางสู้กับบริษัทแม่จากส่วนกลางได้เลย ทำให้ขาดทุนและต้องปิดตัวไปในที่สุด

แต่กับกลยุทธ์ใหม่ที่เป็นสาเหตุว่าทำไมห้างพวกนี้ถึงกล้าประกาศว่าถูกกว่าที่อื่น ตรงนี้พบว่าเกิดจากกลยุทธ์ประเภท“เนียนปริมาณแต่เหมารวมราคา”

“ในส่วนที่ผมดูแลอยู่นะครับ หลังๆ มานี้ได้รับเรื่องร้องเรียนบ่อยมากเกี่ยวกับห้างหรือร้านค้าเจ้าใหญ่ๆ เรื่องการโฆษณาที่อาจจะเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค ประเภทว่าที่นี่ขายถูกกว่าที่อื่น แต่พอไปดูว่าทำไมขายถูกได้ อย่างแรกที่เจอบ่อยเลยคือปริมาณ คือสินค้าข้างนอกสมมติว่า 550 มิลลิลิตร แต่สินค้าในห้างร้านพวกนี้คือ 520 มิลลิลิตร ซึ่งถ้าไม่สังเกตดีๆ เราจะไม่เห็นสิ่งที่แตกต่างกันเลย ดังนั้นเขาจึงไปโฆษณาได้ว่าขายของแบบเดียวกันแต่ถูกกว่าที่อื่น”

คุณปริญญาบอกเล่าถึงเรื่องร้องเรียนที่พบบ่อยมากในระยะนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่ปริมาณเท่านั้น สินค้าบางประเภทที่มีวันหมดอายุชัดเจน ข้อเปรียบเทียบที่พบคือของในห้างร้านใหญ่ๆ มักจะมีวันหมดอายุที่สั้นกว่าของที่จำหน่ายในร้านค้ารายย่อยทั่วไป ทำให้สามารถขายตัดราคากับร้านค้าของชาวบ้านในพื้นที่ได้ แน่นอนว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครอ่านฉลากอย่างละเอียดอยู่แล้วทำให้เข้าใจว่าห้างพวกนี้ขายถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป

ต่อข้อซักถามถึงกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ได้เปรียบอย่างไร คุณปริญญาอธิบายว่าปกติเวลาไปเดินห้าง คนส่วนใหญ่จะซื้อสินค้าหลายๆ อย่างอยู่แล้ว ดังนั้นสินค้าถูกบ้างแพงบ้างจึงไม่ค่อยจะมีใครสงสัยมากนัก “ผมเคยลองไปเดินดูของในห้างแห่งหนึ่ง เขาติดป้ายไว้เลยว่าลด 20-70 เปอร์เซ็นต์ ผมก็ลองดูว่ามันมีจริงไหมของที่ลด 70 เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าไม่มีสักชิ้นครับ ถามพนักงานในห้างพวกเขาก็งงๆ” นี่คืออีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ถูกตั้งคำถามว่าเข้าข่ายโฆษณาเกินจริงหรือไม่

ความมั่นคงทางพลังงาน

จากเรื่องของเอกชนล้วนๆ ผู้ร่วมเสวนาคนหนึ่งสะท้อนปัญหาของหน่วยงานกึ่งรัฐกึ่งเอกชนที่รับผิดชอบด้านพลังงานอย่าง ปตท. ในประเด็นการขาดแคลนก๊าซ NGV ในพื้นที่ภาคใต้ โดย นายวิชัย เรืองมา ผู้ประกอบการรถร่วมบริการรายหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ เล่าถึงปัญหาของชาวรถตู้ที่วันนี้ต้องไปต่อคิวเติมก๊าซกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง

“ทุกวันนี้คนขับรถตู้ทางภาคใต้เดือดร้อนมากครับ ปตท.บอกว่าภาคใต้มีหัวจ่ายก๊าซ 6 หัว แต่จ่ายได้จริง 2 หัว ทำให้ผู้ขับขี่ต้องต่อคิวยาวเป็นกิโลๆ บางทีก็ต้องอดหลับอดนอนมารอคิวเติมก๊าซแล้วตอนเช้าก็ต้องไปรับส่งผู้โดยสาร ซึ่งผมว่ามันเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก”

คุณวิชัยยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ปตท. เป็นองค์กรด้านพลังงานขนาดใหญ่ของไทยที่มีกำไรมหาศาล แม้กระทั่งเอกชนรายอื่นๆ ก็ต้องซื้อก๊าซจาก ปตท. แต่เหตุใดจึงไม่สามารถทำให้ทุกๆ พื้นที่มีก๊าซใช้ได้อย่างทั่วถึง

“จริงๆ เคยทำหนังสือร้องเรียนไปยัง ปตท. แล้วครับแต่เรื่องยังเงียบอยู่ ขณะที่นโยบายของรัฐนั้นควบคุมค่าโดยสารโดยยึดเอารถที่ใช้ NGV เป็นตัวตั้ง ถ้าไปเติมน้ำมันอื่นๆ ราคาจะสูงกว่าซึ่งไม่คุ้มกับค่าโดยสาร ซึ่งตรงนี้พวกเราเดือดร้อนมากเพราะต้องมารอเติมก๊าซนานๆ ทำให้เวลาในการวิ่งรับผู้โดยสารน้อยลง บางคนขาดทุนไปก็มี อยากให้ ปตท. ช่วยขยายให้ทั่วทั้งภาคใต้ครับ”

จริยธรรมกับกระแสโลก

มีคำกล่าวที่น่าสนใจว่า “ภาคธุรกิจเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างเลวร้ายที่สุด แต่ภาคธุรกิจก็สามารถส่งเสริมสิทธิมนุษยชนได้อย่างดีที่สุดเช่นกัน” ทำให้องค์การสหประชาติ (UN) ต้องรณรงค์หาแนวร่วมภาคธุรกิจมาแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจากภาครัฐอย่างเดียวไม่สามารถทำได้เพราะติดขัดทั้งบุคลากรและงบประมาณ ขณะที่ประเทศที่เจริญแล้วส่วนใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับจริยธรรมทางธุรกิจโดยเฉพาะในด้านสิทธิของแรงงานและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับในเวทีการค้าระดับโลก แม้ว่าบางประเทศจะไม่ใช่ชาติที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยก็ตาม

“เห็นประเทศจีนไหมครับ เมื่อก่อนเราทราบกันดีว่าชีวิตคนจีนนั้นไร้ค่ามาก ใครตายก็ตายไปไม่มีใครสนใจ อุตสาหกรรมต่างๆ มีปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย แต่ระยะหลังๆ จีนเริ่มเอาจริงเอาจังมากขึ้น เด็กตัวเล็กๆ ตกท่อหรือติดอยู่ซอกกำแพงก็มีหน่วยกู้ภัยไปช่วยเหลือ อุตสาหกรรมต่างๆ ก็เริ่มถูกควบคุมการปล่อยมลพิษจากรัฐบาล ยกตัวอย่างเหมืองในจีน เมื่อก่อนระเบิดบ่อย มีคนตายกันมาก เพราะทำเหมืองแล้วมันมีก๊าซที่ติดไฟง่าย แต่วันนี้มีการควบคุม ใครจะทำเหมืองต้องมีระบบระบายก๊าซออกด้านนอก ถ้าใครไม่ทำหรือทำแล้วไม่ได้มาตรฐานรัฐบาลเขาจะไม่ออกใบอนุญาตให้” คุณปริญญากล่าวทิ้งท้าย

เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่แนวคิดการทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรมถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน นับตั้งแต่ที่ประเทศอุตสาหกรรมทั้งหลายถูกประชาชนของตนกดดันให้ดำเนินกิจการอย่างคำนึงต่อสิทธิในความเป็นมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ทำให้กลุ่มทุนทั้งหลายใช้วิธีผลักปัญหาไปที่อื่น โดยไปลงทุนยังประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งประเทศเหล่านี้มักจะมีอัตราการคอรัปชั่นที่สูง และกลุ่มทุนเหล่านี้จะใช้วิธีจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐในประเทศดังกล่าวเพื่อให้ละเลยการตรวจสอบ ทั้งในด้านสิทธิแรงงานและสิ่งแวดล้อม ผลกระทบจึงตกอยู่กับพลเมืองของประเทศดังกล่าวที่ต้องเผชิญกับสภาวะที่เลวร้ายในหลายๆ ด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อให้มีงานทำ มีเงินใช้

โดยไม่เคยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

SCOOP@NAEWNA.COM

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: