แผนป้องน้ำรับมืออุทกภัย เสี่ยงท่วมลึก ท่วมหนัก

Published มิถุนายน 25, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/sunday/240612/58649

24 June 2555

ก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง ดูเหมือนสังคมไทยจะมีคำถามดังขึ้นๆ ปี 2555 นี้ น้ำจะท่วมซ้ำเหมือนวิกฤตการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 หรือไม่ จะรุนแรงแค่ไหน สะท้อนถึงปัญหาน้ำท่วมยังสร้างความวิตกกังวลกับประชาชน แม้รัฐบาลจะดำเนินการตามมาตรการป้องกันอุทกภัยในระยะเร่งด่วนไปบ้างแล้ว พร้อมออกมายืนยันมั่นอกมั่นใจกับแผนรับวิกฤติน้ำว่า “เอาอยู่”

จากการสัมมนา “รับรู้..สู้ภัยน้ำ” ซึ่ง ทีมกรุ๊ป(TEAMGROUP) จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรม ดิ เอมเมอรัล มีการรายงานสถานการณ์น้ำล่าสุดของประเทศไทย แนวโน้มการเกิดอุทกภัยในปีนี้ ความพร้อมรับมือน้ำปี 2555 พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นประโยชน์ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน หากเกิดซ้ำอีกจะมีแนวทางและยุทธศาสตร์แก้ปัญหาที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมอย่างไร

ชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ทีมกรุ๊ป กล่าวว่า อุทกภัยปี 54 ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี หลังน้ำท่วมปีที่ผ่านมา ทรีมกรุ๊ปได้ให้ความเห็นแผนระยะสั้น ส่วนใหญ่ตรงกับที่รัฐบาลใช้เป็นแผนเร่งด่วน เช่น ขุดลอกคลอง ซ่อมบานประตู การพัฒนาพื้นที่ลุ่มต่ำ กำหนดพื้นที่แก้มลิงที่สามารถควบคุมน้ำได้ นอกจากนี้ ทีมกรุ๊ปได้ให้ข้อมูลกับรัฐ เช่น กรมประทาน กรมทางหลวง กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ดำเนินงานตามแผนงานระยะยาว 6-7 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลใช้งบประมาณไปกว่า 20,000 ล้าน โดยภายหลังทำงบขึ้นถึงแสนล้านแล้ว

จากการติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วม ชวลิตระบุหนักใจการกำหนดพื้นที่ทางน้ำหลาก หรือฟลัดเวย์ ของรัฐบาล กำหนดพื้นที่ปิดล้อมไม่ให้น้ำท่วมเป็นพื้นที่กว้าง จะทำฟลัดเวย์ฝั่งตะวันตกให้น้ำไหลไปลงแม่น้ำท่าจีน 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ด้านขวามือไหลไปตามฟลัดเวย์ธรรมชาติ การไหลของน้ำความเร็ว 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แม้ผังการพัฒนาพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลประกาศใช้แล้ว ฝั่งตะวันออกในผังเป็นสีขาวคาดเขียว กฎหมายประกาศเป็นฟลัดเวย์ธรรมชาติ แต่ข้อเท็จจริงไม่สามารถบังคับใช้ได้ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินในฟลัดเวย์ พัฒนาทั้งถนน เมือง โรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม 1 แห่ง ฉะนั้น การให้น้ำไหลผ่านฟลัดเวย์ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นไปไม่ได้เลย

ในเวทีกรรมการผู้จัดการทีมกรุ๊ปเสนอโครงการแนวผันน้ำมอเตอร์เวย์ เป็นฟลัดเวย์ที่ไม่ใช้คลองธรรมชาติ โดยเห็นควรปรับปรุงนำแนวถนนวงแหวนรอบที่ 3 ด้านฝั่งตะวันออก เพิ่มพื้นที่ตรงกลางถนนอีก 180 เมตร ความยาว 140 กิโลเมตร เพื่อขุดเป็นคลองลึก 8 เมตร ระบายน้ำจาก จ.พระนครศรีอยุธยาลงมาสู่ทะเล อัตราความเร็ว 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีบานประตู่ปิด-เปิดควบคุม ซึ่งจากการศึกษาของทีมกรุ๊ปนอกจากแก้น้ำท่วมจะใช้ประโยชน์ในการเดินเรืออีกด้วย เราใช้ข้อมูลมาสู่การออกแบบเบื้องต้นเป็นโครงการแนวผันน้ำมอเตอร์เวย์นี้ หากปริมาณน้ำมามากเท่าปี 54 จะช่วยจัดการน้ำ รวมถึงเราเสนอปรับปรุงถนนสายหลักและสายรองอีก 11  สาย ก็อยู่ในแผนงาน กรมทางหลวงต้องปรับปรุง เพื่อให้ระบบสัญจรในช่วงน้ำท่วมไม่เป็นอัมพาต ระบบการผลิตไม่หยุดชะงัก

อีกอุปสรรคสำคัญในการรับมือน้ำ ชวลิตพบว่า เดิมคูคลองถูกรุกล้ำกีดขวางการระบายน้ำไม่ให้เต็มประสิทธิภาพ แม้บางพื้นที่มีการขุดลอกคลองแล้วเสร็จ แต่สภาพจริงไม่เสร็จ เพราะพื้นที่ครึ่งหนึ่งสูญเสียไปด้วยประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ในคลอง บางพื้นที่ขุดลอกไม่ได้ แล้วยังมีการบุกรุกคูคลองเพิ่มขึ้นอีก ทั้งทำถนน ทางเท้ารุกพื้นที่ การระบายน้ำลงทะเลยากลำบาก แม้ขุดลอกแล้ว ภาครัฐต้องหาแนวทางเข้าไปติดตามแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ชวลิตมีข้อกังวลสำคัญหลังน้ำท่วมใหญ่ ปีนี้รัฐบาลขยายแนวป้องกันตั้งแต่มหาสวัสดิ์ขึ้นไปไว้ที่คลองพระยาบรรลือ และขยายแนวป้องกันจากคันกั้นน้ำพระราชดำริตามคลองหกวาสายล่าง ถนนหทัยราษฎร์ ขึ้นไปอยู่ที่คลองรังสิต     นอกจากนั้นขยายกว้างถึงคลองระพีพัฒน์ ทีมกรุ๊ปได้นำเงื่อนไขต่างๆ มาศึกษารายละเอียดโดยใช้แบบจำลอง ทีมกรุ๊ปวิเคราะห์ละเอียด พิจารณาถึงอนาคตที่หิมะขั้วโลกเหนือละลายมากขึ้น ซึ่ง 90 ปีข้างหน้า ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีก 60 เซนติเมตร และจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลให้ฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป 7% รวมถึงแผ่นดินทรุด ทั้งหมดนำมาศึกษา

จากแบบจำลองพบว่า หากขยายแนวป้องกันไปที่คลองพระยาบรรลือ คลองระพีพัฒน์ จะทำให้พื้นที่ป้องกันน้ำท่วมเพิ่มขึ้น เดิมป้องกัน 1.9 ล้านไร่ ขยายไปเป็น 4 ล้านไร่ ขยายออกจากกรุงเทพมหานครไปปกป้องปทุมธานี นนทบุรีด้วย จะทำให้พื้นที่การไหลของน้ำผ่านเมืองน้อยลง พื้นที่ปลอดภัยเยอะขึ้นจริง แต่พื้นน้ำท่วมเท่าเดิม แต่เนื่องจากการไหลของน้ำสะดวกน้อยลง ทำให้ระดับความลึกน้ำท่วมสูงขึ้น

“จากแผนที่คาดการณ์พื้นที่น้ำท่วมปี 55 ถ้าน้ำมาเท่าปี 54 และสภาพการป้องกันเป็นแบบนี้ ในปีนี้น้ำจะท่วมสูงกว่าพื้นที่น้ำท่วมใกล้เคียงเดิม แต่ความลึกจะสูงขึ้น อย่างบางเลน บางไทร สองพี่น้อง บางปลาม้า ฝั่งตะวันออกก็บางปะหัน องครักษ์ บางน้ำเปรี้ยว น้ำลึกกว่าปี 54 มาก บางพื้นที่ 30 เซนติเมตร บางพื้นที่ 50 เซนติเมตร และบางพื้นที่ 80 เซนติเมตร ถ้าอยู่นอกเขตป้องกันน้ำจะท่วมหนักกว่าปีที่แล้ว” ชวลิตเน้นย้ำ ซึ่งในแผนที่คาดการณ์น้ำท่วมมี 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา คือ จ.ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา และนครปฐม เสี่ยงน้ำท่วมสูงกว่าปี 54

กรรมการผู้จัดการทีมกรุ๊ปฝากบนเวทีว่า ทีมกรุ๊ปจะติดตามวิเคราะห์ข้อมูลสภาพภูมิอากาศ วิเคราะห์โอกาสน้ำท่วม และแจ้งเตือนล่วงหน้า 30 วัน โดยใช้แบบจำลองชลศาสตร์-อุทกวิทยาลุ่มน้ำเจ้าพระยาในการเตือนภัยน้ำท่วม หากพื้นที่ใดมีความพร้อม ต้องการให้ทีมกรุ๊ปเข้าไปตรวจสอบสภาพพื้นที่ ความแข็งแรงของระบบป้องกันน้ำก็ยินดี นอกจากนั้นจะทำคู่มือเตรียมพร้อมจัดแผนเผชิญเหตุหากจะเกิดเหตุอุทกภัย

ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) กล่าวว่า หลังอุทกภัยปี 54 ทางสถาบันได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นคลังข้อมูลน้ำ แต่มีข้อมูลเฉยๆ แก้ปัญหาไม่ได้ จึงดำเนินการจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ บูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงาน จัดทำแบบจำลองเป็นระบบ มีความแม่นยำ ประกอบด้วยแผนที่ฝนของกรมอุตุฯ มารวมเป็นแบบจำลองน้ำท่าส่งต่อไปที่ศูนย์ข้อมูลน้ำแห่งชาติเพื่อวิเคราะห์จัดสรรสมดุลน้ำ เป็นการจัดการต่างจากที่แล้วมา

โดยแบ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็น 11 เขต 11 Block เพื่อหาสมดุลน้ำในแต่ละพื้นที่ หากสมดุลน้ำลบมากคือ แล้ง บวกมาคือ ท่วม จุดเด่นของระบบนี้คือคิดถึงการพร่องน้ำก่อนน้ำจะมา มีเขื่อนหลายเขื่อนปริมาณน้ำไหลเข้า 4-5 เท่าของความจุ ฉะนั้น การบริหารจัดการได้พื้นที่ท้ายน้ำของเขื่อนจำเป็นต้องพร่องน้ำ บริหารแบบติดลบก่อนพายุจะมา ซึ่งสมดุลน้ำในพื้นที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ ระบบนี้เชื่อมต่อกันมีข้อดีแทนที่จะบริหารเขื่อนเดี่ยวเหมือนอดีตจะสามารถบริหารเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมทั้งเขื่อนพระราม 6 เขื่อนเจ้าพระยาไปพร้อมกันได้ ความยืดหยุ่นเกิดขึ้นมากกว่าเดิม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งบริหารน้ำไม่ต่างกับจราจร รถติดคือน้ำท่วม หน้าที่คือทำให้รถไม่ติด

“สามสัปดาห์ที่แล้ว น้ำบริเวณลุ่มน้ำยมตอนล่าง ลุ่มน้ำน่านตอนล่าง เริ่มเกินเป็นบวก 100 ล้านทั้งคู่ สองลุ่มน้ำรวม 200 ล้าน สัปดาห์ถัดมากลายเป็น บวก 200 ล้าน เราเริ่มรู้ว่าน้ำจะเอ่อท่วม และเกิดขึ้น ด้วยแบบจำลองนี้ทำให้การแก้ปัญหาเริ่มเดินไปได้ถูกทาง หากเริ่มบวกมาก สิ่งที่ต้องทำคือ แบบจำลองชลศาสตร์-อุทกวิทยา หรือ Rive Network Model จัดจราจรน้ำ ซึ่งผมมีประสบการณ์น้ำท่วมปี 49 ใช้ River Model จัดจราจรน้ำเขื่อนภูมิพลและเขื่อนป่าสัก หากระดับน้ำเริ่มล้นตลิ่ง กินอาณาบริเวณกว้างขวางหรือจัดจราจรน้ำอย่างไร ก็จัดทำ Flood Model จัดเส้นทางน้ำท่วมสร้างปัญหาและความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งแบบจำลองนี้เริ่มใช้งานจริงแล้ว 3 สัปดาห์ และเร่งดำเนินการให้เป็นระบบอัตโนมัติ” อาจารย์รอยลยืนยันระบบนี้จะทำให้การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนมีประสิทธิภาพและลดปัญหาน้ำขาดน้ำเกินในแต่ละพื้นที่ได้ รวมถึงเตือนภัยได้รวดเร็วกว่าเดิม

ซึ่งเขาระบุต้นปี 54 เป็นบทเรียนที่ดีที่บางระกำ น้ำเทมาจากแพร่ ต้องหลีกการส่งน้ำให้เขื่อนสิริกิติ์ จากเดิมเคยระบายน้ำ 32 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ก็ลดลงเหลือ 17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้แม่น้ำน่านต่ำกว่าแม่น้ำยม 1.5 เมตร ก็อาศัยคลองต่างๆ และแม่น้ำยมระบายน้ำออกไปแม่น้ำน่าน การแก้ปัญหาคราวนี้เป็นบทเรียนให้ฝึกซ้อม บริหารจัดการเป็นพื้นที่ๆ  เตรียมการเป็น Block ตอนนี้ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างน้ำเริ่มเกินแล้ว ภายในหนึ่งสัปดาห์เพิ่มขึ้น 2 เท่า ฉะนั้น สัญญาณจะเตือนล่วงหน้า 7 วัน ซึ่งสามารถพร่องน้ำออกได้ทัน

ทั้งยังให้ข้อมูลวันที่ 1 พ.ย.2554 มีน้ำขังในลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร บทเรียนนี้ที่ทำให้สนใจจัดสรรสมดุลน้ำเพื่อระบายน้ำได้ก่อน ย้อนทำแบบจำลองปี 54 หากเริ่มระบายน้ำตั้งแต่ ส.ค. จะระบายได้ประมาณ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ความเสี่ยงลดลงมหาศาลเลย

ส่วนยุทธศาสตร์ในการจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน อาจารย์รอยลแสดงทัศนะว่า ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่พบเห็นคือ ฝนไม่ตกตามเวลา ไม่ตกในพื้นที่เดิม บางครั้งตกท้ายเขื่อน ปี 2553 ชัดเจน ฝนมาก น้ำท่วม แต่น้ำในเขื่อนน้อย ฉะนั้น จากการวิเคราะห์ พื้นที่เกษตรไทยมี 154 ล้านไร่ อยู่ในเขตชลประทาน 27 ล้านไร่เท่านั้น พื้นที่ที่เหลือร้อยละ 80 อยู่นอกเขตชลประทาน ขณะที่ฝนแปรปรวน เราต้องการเห็นความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำ ถ้าจะเกิดความยืดหยุ่นได้ชุมชนจะต้องมีโครงสร้างและบริหารน้ำได้ด้วยตัวเอง สถาบันเคยทดลองจัดการน้ำชุมชนในพื้นที่ภาคอีสาน ดำเนินการร่วมกับกรมชลประทานและภาคเอกชน อีสานใช้เงิน 1.5 ล้านบาทต่อ 1,000 ไร่ แก้ปัญหาน้ำ หมายถึงการแก้ปัญหาน้ำในอีสาน ซึ่งมีพื้นที่เกษตร 64 ล้านไร่ และอยู่ในพื้นที่ชลประมาณแค่ 4 ล้านไร่ ใช้เงินน้อยกว่าที่คิด จากข้อมูลที่ถูกต้องอีสานฝนมากกว่าภาคเหนือ แต่ภูมิประเทศไม่ให้

“ในภาวะวิกฤติการบริหารน้ำไทยอาจรวมศูนย์ แต่เห็นว่าการบริหารจัดการเรื่องน้ำไม่ควรรวมศูนย์อีกต่อไป ปีนี้ให้ชุมชนทำแผนที่ค้นหาแหล่งน้ำด้วยตัวเอง เพิ่มขึ้นอย่างน้อยเท่าตัว การจัดการน้ำเงินงบประมาณลงไปกับท้องถิ่นปีละ 4 แสนล้าน ดูแลเรื่องน้ำแค่ 2% แล้วเอาไปใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งร้อยละ 7.8 สะท้อนประเทศไทยทำงานแบบไม่วางแผน เราลงทุนเรื่องน้ำของประเทศในส่วนกลางปีละ 3 หมื่นล้านบาท ผ่านหน่วยราชการต่างๆ แต่เราแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งปีละ 7-8 หมื่นล้านบาท ต้องย้อนกลับมาดูเรื่องแผนน้ำ ทำยังไงให้เกิดการจัดการน้ำชุมชน” ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการน้ำกล่าว

สมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ประชาชนจำเป็นต้องรับรู้ข้อเท็จจริงและรู้เหตุของการเกิดฝนในฤดูฝนของไทย ตัวการสำคัญทำให้ฝนเยอะ มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้นำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าสู่ไทยทางด้านตะวันตก จะเกิดฝนตกทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพฯ มาตลอดช่วง 6 เดือน ตั้งแต่กลาง พ.ค. ถึงกลาง ต.ค.  มักตกในตอนเย็น แล้วยังมีร่องมรสุมทิศทางเคลื่อนจากล่างขึ้นบนในช่วง 3 เดือนแรกของฤดูฝน พ.ค.-ก.ค. ส่วนเคลื่อนจากบนลงล่างอยู่ช่วง ส.ค.-ต.ค. เกิดปริมาณฝนมากกว่า อีกตัวการคือ พายุจากประเทศจีนก่อตัวแถวมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก และเคลื่อนเข้าสู่ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นปราการด่านแรก ถ้าลมพายุที่เข้าเป็นลมทะเลจีนใต้จะเข้าไทย ซึ่งถ้าตัวสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันจะเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดอากาศหนาวเย็นในไทย พ.ย.-ธ.ค. แต่จะส่งผลให้ฝนตกหนักทางภาคใต้ของไทย ทางพายุของไทยตามสถิติ 61 ปี มิ.ย.-ก.ค. จะเข้าภาคเหนือและอีสานตอนบน ส.ค.-ก.ย. เข้าภาคกลาง พ.ย.-ธ.ค.เข้าภาคใต้

ลักษณะภูมิอากาศที่ผ่านมา เดือน มี.ค. ปี 54 ช่วงฤดูร้อน อากาศหนาวเย็น 2 วัน อุณหภูมิลด 2 องศา ปกติแผนที่อากาศลักษณะนี้เกิดในฤดูหนาว ผลตามมาภาคใต้น้ำท่วมหนัก เหนือ อีสาน กลาง หนาวเย็นตลอดเดือน รวมถึงช่วง มี.ค.-เม.ย.ฝนเยอะ ปกติเป็นฤดูแล้ง มิ.ย.-ก.ค.พายุเข้าไทย 2 ลูก อีก 3 ลูก นาแก เนสาด ไหถ่าง เข้าเวียดนาม แต่ไทยได้รับผลกระทบจาก 3 ลูกหลัง ทำให้ร่องมรสุมแขวนเติ่งในภาคเหนือ ฝนเยอะ ปี 54 ปริมาณฝนสะสมสูงกว่าทุกปีเทียบกับปีน้ำท่วม
“ปีนี้มีนา. เมษา. เกิดพายุฤดูร้อนบ่อยมาก ฝนตกในหลายพื้นที่ของไทย ปีที่แล้วมีนา.หนาวจัด ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยรายภาคตั้งแต่ 1 มิ.ย.-17 มิ.ย. สูงกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี แต่น้อยกว่าปี 54 ในช่วงเวลาเดียวกัน ภาคใต้ฝั่งตะวันออกสูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่วนปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค.-19 มิ.ย. สูงกว่าค่าเฉลี่ยคาบ 30 ปี ในเวลาเดียวกัน แต่ยังต่ำกว่าปีที่แล้วอยู่ แต่ต้องติดตาม ส.ค.-ต.ค.เป็นช่วง 3 เดือนหลังของฤดูฝนที่ฝนบ้านเราจะเยอะและมีพายุเข้า บวกกับข้อมูลศูนย์ภูมิอากาศอาเซียนที่ประเทศเกาหลี มิ.ย.-ส.ค. ยืนยันปริมาณฝนยังเยอะอยู่” รองอธิบดีกรมอุตุฯ ให้ภาพสถานการณ์ฝนล่าสุด
โดยรองอธิบดียันกรมอุตุฯ มีแบบจำลองบอกประชาชนให้รู้สภาพอากาศล่วงหน้า 16 วัน 8 วัน และจากการวิเคราะห์โอกาสที่พายุหมุนเขตร้อนจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยในช่วง ก.ค.-ต.ค. มีจำนวน 1-2 ลูก แต่จากสถิติโชคดีส่วนใหญ่เป็นพายุดีเปรสชัน ไม่ใช่พายุโซนร้อนหรือไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรง อีกประการสำคัญทิศทางที่พายุขึ้นกรณีปี 54 ไหหม่า นกเต็น เข้าภาคเหนือตอนบนติดๆ กัน เกิดน้ำท่วม ปีนี้อีก 4 เดือน ถ้าพายุเข้าใต้เขื่อน เดือนละ 1 ลูก น้ำก็ท่วมอยู่แล้ว ฉะนั้น ขึ้นกับวิธีการบริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาอุทกภัย
อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาพร้อมสู้ภัยน้ำท่วมตามศักยภาพของเครื่องมือและบุคลากรที่มีอยู่ การพยากรณ์อากาศของกรมยังไม่สามารถลงลึกระดับหมู่บ้าน ตำบล หรืออำเภอเสี่ยงภัยได้ แต่สิ่งที่พยายามทำอยู่และดีกว่าเดิม คือ ข้อมูลทั้งหมดจากแบบจำลองน้ำฝน เรดาร์ ดาวเทียม หรือระบบโทรมาตร นำมาบูรณาการเองก่อนให้อยู่บนแผนที่ประเทศไทย แปลงเป็นข้อมูลดิจิตอล ทำในรูปแบบแผนที่ รัฐบาลจะนำข้อมูลนี้ไปรวมกับหน่วยงานอื่นเพื่อจัดการปัญหาอุทกภัย รวมถึงสื่อสารข้อมูลและการเตือนสู่ประชาชน.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: