สภาตลาดทุนไทยเครื่องร้อน ชงแผนแม่บทนายกฯฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน

Published ธันวาคม 31, 2011 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/217070

16 พฤศจิกายน 2554, 18:40 น.

BKQKpJhBMGGYXC7vASLDrbAl5DugmqsGPYnG9LsiMYlRyfP2l2sLz

สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเครื่องร้อนชงแผนแม่บท 3 ระยะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อนายกฯ ทั้งการชะลอการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแต่ลดภาษีนิติบุคคล และให้ ธปท.ลดดอกเบี้ยลง 0.5% ฯลฯ

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยหลังการหารือร่วมกับสมาชิกทั้ง 7 สมาคมในตลาดทุน ถึงแนวทางการฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุนและแนวทางการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วมว่า สภาฯ มีความเป็นห่วต่อผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจมหภาค ฐานะการคลังของประเทศ และสรุปตัวเลขที่ชัดเจนเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับนัก ลงทุนอย่างทั่วถึง รวมทั้ง เร่งสรุปแนวทางป้องกันน้ำท่วมในอนาคตที่เป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในการตัดสินใจลงทุนและวางแผนการดำเนินงานต่อไป

ดังนั้น สภาฯ จึงนำเสนอแผนแม่บท 3 ระยะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลไทย เพื่อช่วยเร่งสร้างภูมิคุ้มกัน และเป็นแนวทางในการส่งเสริมให้ตลาดทุนและเศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ดังนี้ มาตรการระยะสั้น เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ นักลงทุน และสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ อย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็ว สภาฯ ขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งดำเนินการดังนี้ 1. คงมาตรการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% ให้เหลือ 20 % ไว้ตามเดิม แต่ขอให้ชะลอเวลาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงทันที 0.5% เพื่อแบ่งเบาภาระภาคธุรกิจ กระตุ้นการบริโภคและการลงทุน

2.มาตรการภาษีเพื่อการฟื้นฟูภาคธุรกิจ เช่น การยกเว้นภาษีการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่นำมาทดแทนของเดิม สำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำท่วม รวมทั้ง การยกเว้นการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทั้งในส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อบรรเทาปัญหาทางการเงินให้กับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ 3.สนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) หรือสนับสนุนทางการเงินให้กับบริษัทจดทะเบียน อุตสาหกรรม หรือ SME ที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้มีทุนหมุนเวียนและสามารถฟื้นตัวได้โดยเร็วยิ่งขึ้น

4.ชะลอหรือเลื่อนกำหนดเวลาการส่งมอบงานให้กับภาครัฐ กรณีอุตสาหกรรมและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบและไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามสัญญา โดยร่วมกับภาคเอกชนในการพิจารณาระยะเวลาการส่งมอบงานตามความเหมาะสม 5. เร่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกจ้างที่ตกงาน เช่น การรักษาสภาพ การจ้างงานโดยรัฐบาลอาจจะช่วยจ่ายค่าแรงบางส่วนแทนนายจ้าง รวมทั้ง จัดการฝึกอบรมและจัดหาอาชีพเสริมให้ลูกจ้างที่ต้องหยุดงาน เป็นต้น

สำหรับมาตรการระยะกลาง นายไพบูลย์ กล่าวว่า การฟื้นฟูประเทศจากวิกฤติครั้งนี้ ควรให้ตลาดทุนเป็นกลไกสำคัญในการระดมทุนเพื่อการฟื้นฟู เพราะการระดมทุนในตลาดทุนมีต้นทุนที่ต่ำ ด้วยการระดมทุนผ่านรูปแบบต่างๆ เช่น การระดมทุนผ่านตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชน การระดมทุนผ่านกองทุนรวม ตามมาตรการต่อไปนี้ 1. เร่งจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) เพื่อระดมทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อการพัฒนากิจการสาธารณูปโภค ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรคมนาคม ทางพิเศษ ท่าอากาศยาน ท่าเรือน้ำลึก ระบบขนส่งทางราง เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลควรส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนรวมร่วมทุน หรือ Venture Capital Fund เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนอีกทางหนึ่งให้กับภาคธุรกิจ

2.สภาฯ เสนอให้จัดตั้งทีมเจรจาทางการค้าและที่ปรึกษาเพื่อการฟื้นฟู เนื่องจากในระหว่างที่ภาคอุตสาหกรรมต้องหยุดการดำเนินงานอาจทำให้คู่ ค้ายกเลิกการสั่งซื้อสินค้า รวมทั้ง การตั้งทีมที่ปรึกษาพิเศษขึ้นเพื่อให้ปรึกษาผู้ประกอบการในเรื่องฟื้นฟู กิจการ และการวางแผนฟื้นฟูด้านการเงิน เป็นต้น

3.สภาฯ ขอเสนอให้รัฐบาลใช้กลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุก เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยสื่อสารผ่านกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หอการค้าต่างประเทศ รวมทั้งการสื่อสารกับผู้จัดการกองทุนในต่างประเทศโดยตรง ผ่านการจัด Road show ต่างประเทศ จัดทำภาพยนต์โฆษณาหรือสัมภาษณ์ผู้นำหรือผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ต่างประเทศที่มีศักยภาพ

สำหรับมาตรการระยะยาวนั้น องค์กรในตลาดทุนและสมาชิกสภาธุรกิจตลาดทุนไทยขอนำเสนอมาตรการต่อรัฐบาลดังนี้ 1.รัฐบาล ควรมีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและภัยพิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม สภาฯ เสนอให้รัฐบาลน้อมนำแนวพระราชดำรัสเรื่องการจัดการน้ำของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติ และศึกษาข้อผิดพลาดจากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพื่อเตรียมแนวทางในการแก้ไขต่อไป เนื่องจากภาคธุรกิจและนักลงทุนต่างประเทศต้องการความมั่นใจว่าเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต

2.สภาฯ ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินนโยบายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างถนน ปรับปรุงระบบขนส่งสินค้าทางรถไฟ การสร้างเขื่อนและคันกั้นน้ำถาวร การขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ เป็นต้น 3.รัฐบาลควรวางแผนการจัดทำ Zoning นิคมอุตสาหรรมใหม่โดยให้มีการกระจายไปอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอุทกภัย เพื่อลดความเสี่ยงกรณีเกิดภัยพิบัติในบางพื้นที่

“สภาธุรกิจตลาดทุนไทยมีแผนที่จะนำคณะกรรมการและผู้แทนองค์กรที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือมาตรการต่างๆ ในรายละเอียดต่อไป” ไพบูลย์ กล่าว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: