เยอรมนี ตอนที่ 2 : สมดุลของการพัฒนาและการรักษาสิ่งแวดล้อม

Published ธันวาคม 31, 2011 by SoClaimon

เยอรมนี ตอนที่ 2 : สมดุลของการพัฒนาและการรักษาสิ่งแวดล้อม

  • 31 ธันวาคม 2554 เวลา 06:51 น.

ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที บางคนคงเตรียมพร้อมสำหรับการเฉลิมฉลองในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง

ในขณะที่บางส่วนกำลังจ้าละหวั่นอยู่กับการสะสางงานให้เสร็จทันก่อนสิ้นปี และก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องใช้เวลาช่วงวันหยุดนี้กับการฟื้นฟูที่พักอาศัยหลังจากน้ำลด ซึ่งถ้าจะมองโลกในแง่ดีหน่อย ช่วงวันหยุดยาวนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่บรรดาญาติสนิทมิตรสหายมารวมตัวกัน และจะได้ถือเอาโอกาสนี้เป็นการลงแขกทำความสะอาดบ้านไปด้วยในตัว

แต่ประเด็นที่เราอยากจะฝากเอาไว้สำหรับทุกท่าน คือ “อย่าคิดแต่ว่าจะเอาขยะไปทิ้งให้ไกลตัว โดยไม่ใส่ใจว่าจะฝากความเดือดร้อนไว้ให้ผู้อื่น” เพราะอย่างที่ทราบกันอยู่ว่า บ้านเมืองเราประสบปัญหาอย่างมากจากขยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงน้ำท่วม ทั้งปัญหาน้ำเน่าเสีย เรื่องของการสร้างมลพิษ ทำลายทัศนียภาพ และแม้แต่การก่อปัญหาจราจร ซึ่งทีมงานโลก 360 องศา มีความเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้อาจจะยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ตราบเท่าที่ผู้คนพยายามมองหาแต่หนทางแก้ไขระยะสั้น โดยขาดการวางแผน (อย่างจริงจัง) ในการป้องกันระยะยาว

โลก 360 องศา ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนเยอรมนีมาล่าสุด เพื่อไปดูเทคโนโลยีทางด้านพลังงาน แต่เราค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่า เยอรมนีเป็นประเทศที่เอาจริงเอาจังอย่างมากกับการจัดการขยะและของเสีย ซึ่งการได้มีโอกาสศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้เราทราบว่าการจัดการขยะนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่การกำจัดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการวางแผนป้องกันตั้งแต่ต้นทางของการผลิตสินค้า โดยการออกเป็นกฎหมาย การกำหนดมาตรฐานการผลิตสินค้า การปลูกฝังลักษณะนิสัยของประชาชนให้กลายเป็นเรื่องความรับผิดชอบพื้นฐานที่ทุกคนจะต้องมี และความพยายามในการทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องมาหลายสิบปี ทำให้ทุกวันนี้ ประเทศเยอรมนีสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในการกำจัดขยะ

เราต้องยอมรับว่า การพัฒนาทางด้านวัตถุทำให้ชีวิตของมนุษย์มีความสะดวกสบายมากขึ้น ผู้บริโภคสามารถจับจ่ายใช้สอยสิ่งที่ต้องการได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าก็พยายามแข่งกันตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุให้เรามีร้านสะดวกซื้ออยู่ทุกมุมเมือง เรามีสินค้าซึ่งมีบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกในการใช้งาน มีสีสันสวยงามและดึงดูด เราสามารถรับประทานอาหารที่ไหนก็ได้ด้วยกล่องโฟมหรือพลาสติก ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการพกพาอาหารไปได้ทุกที่ และเรามีเคมีภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้ผลิตสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แปลกๆ ใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาด แต่เราเคยให้ความสนใจหรือไม่ว่าสิ่งต่างๆ ที่มาพร้อมกันนั้น หากเราไม่ต้องการแล้ว จะเอาพวกมันไปไว้ที่ไหน?

ข้อมูลคร่าวๆ ที่มีการคำนวณอย่างไม่เป็นทางการ บอกว่า มนุษย์เราสร้างขยะในครัวเรือนกว่า 5,000 ล้านตันในแต่ละปี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย และก็ยังไม่นับรวมขยะอีกจำนวนมหาศาลจากภาคอุตสาหกรรม และขยะอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน เช่น ขยะที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ดินถล่ม ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เราจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับขยะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต่อให้มันไม่ได้กองอยู่หน้าบ้านเรา แต่ปัญหาเกิดขึ้นทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ก็สะท้อนกลับมาหาเราในทุกๆ วันของการดำเนินชีวิต

เยอรมนีก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่สร้างปริมาณขยะจำนวนมหาศาลจากภาคอุตสาหกรรม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่มีปริมาณขยะในครัวเรือนน้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากร และเยอรมนีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการจัดการกับขยะและของเสียอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วนหลักๆ ของสังคม อันประกอบไปด้วย ภาครัฐบาล กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า และประชาชนผู้บริโภค

หน่วยงานภาครัฐจะเล่นบทบาทของการกำหนดกฎหมายและนโยบายในการปฏิบัติ รวมถึงเอาจริงเอาจังควบคุมให้กฎหมายและนโยบายถูกดำเนินอย่างเป็นรูปธรรมและมีความต่อเนื่อง โดยอาจจะมีทั้งกฎหมายระดับประเทศที่กำหนดเป็นข้อปฏิบัติสำหรับประชาชน และกฎหมายของแต่ละรัฐที่มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันไปตามเงื่อนไขพื้นที่ นอกจากนั้นแล้วภาครัฐยังกำหนดกฎหมายสำหรับผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า ว่าจะต้องมีกติกาในการเลือกใช้วัสดุและกระบวนการผลิตที่เกิดขยะและมลพิษน้อยที่สุด และจำเป็นจะต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสินค้าจะถูกจำหน่ายไปแล้วก็ตาม ตัวอย่างเช่น มีการกำหนดให้บริษัทต้องเรียกคืนบรรจุภัณฑ์หลังการใช้งาน และต้องการออกแบบให้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ง่ายที่สุด

ในส่วนของผู้ผลิตและจำหน่ายนั้น ก็ร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และมีความร่วมมือกันในวงกว้างเพื่อกำหนดเป็นกติกาสากล ซึ่งทำให้ผู้ผลิตรายย่อยหรือผู้ส่งวัตถุดิบ จำเป็นต้องให้ความร่วมมือไปโดยปริยาย และกลายเป็นเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนดทิศทางการตลาดในที่สุด ดังที่เรามักจะเห็นสินค้าที่มีรูปร่างหน้าตาและมีกระบวนการผลิตที่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ภาคประชาชนหรือผู้บริโภคนั้น ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่มีผลต่อความสำเร็จของการจัดการเรื่องขยะและของเสีย เพราะหากมีกฎหมายแต่ประชาชนยังพยายามหลีกเลี่ยงไปตามช่องโหว่ของกฎหมาย หรือมีสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแต่ประชาชนไม่ให้การสนับสนุน ความสำเร็จก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

ทฤษฎีการจัดการกับขยะและของเสีย ที่เรียกว่า Waste Management เป็นศาสตร์ที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่กำลังมุ่งหน้าสู่การพัฒนาทางอุตสาหกรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพราะการพัฒนาใดๆ ก็ตามจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรต้นทุนทั้งสิ้น แต่ถ้ามุ่งเพียงแต่ใช้ทรัพยากรเพื่อให้เกิดประสิทธิผลมากที่สุด ก็จะนำมาซึ่งการขาดสมดุลของสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา

สำหรับในประเทศไทยเรานั้น เรื่องนโยบายในการจัดการกับขยะเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงมานานหลายปีแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า เรายังไม่ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ทั้งเรื่องของกฎหมายและการควบคุมก็มีการเอาจริงกันเป็นช่วงๆ เท่านั้น ด้านของผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าก็ยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากเท่าที่ควร และยิ่งไปกว่านั้น ประชาชนก็ยังขาดความตระหนักและยังขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ถึงวันนี้แล้ว พวกเราควรจะเริ่มตระหนักแล้วว่า หากการขาดการจัดการกับขยะที่ดี ย่อมจะเกิดปัญหาตามมาภายหลังอย่างแน่นอน ดังเช่นที่เรากำลังประสบอยู่ ณ เวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเน่าเสียจากขยะเมื่อครั้งเกิดน้ำท่วม และแม้ว่าน้ำจะลดลงแล้ว ในบางพื้นที่ก็ยังคงประสบกับปัญหาขยะเช่นเคย โดยมีผู้คนขนขยะออกมากองไว้บนถนนมากมายก่ายกองเกินกว่าที่ผู้มีหน้าที่จัดเก็บจะทำไหว

และแม้ว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่สามารถทำให้สัมฤทธิผลได้ในเร็ววัน และไม่สามารถทำให้สำเร็จได้เพียงคนบางส่วน แต่อย่างน้อยที่สุด หากเรามีส่วนในการร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เหล่านั้น และปลูกฝังแนวคิดและค่านิยมที่ถูกต้องให้กับลูกหลาน ก็จะยังมีโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในประเทศไทยเรา

เรื่องที่นำมาฝากในวันนี้ อาจแลดูเป็นนามธรรมกว้างๆ และค่อนข้างไกลตัวสำหรับใครบางคน แต่อย่างไรก็ตามเราขอยืนยันว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนควรจะทำความเข้าใจและให้ความร่วมมือ และถ้าใครที่ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ก็ขอให้ถือเอาปีใหม่นี้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงตนเองในเรื่องของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น

Advertisements

One comment on “เยอรมนี ตอนที่ 2 : สมดุลของการพัฒนาและการรักษาสิ่งแวดล้อม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: