ผวาแรงงานทิ้งภาคอุตสาหกรรม

Published ธันวาคม 30, 2011 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/216409

14 พฤศจิกายน 2554, 05:15 น.

BKQKpJhBMGGYXC7vASLDrbAl5DugmqsGPYnG9LsiMYlRyfP2l2sLz

ภาคก่อสร้างอู้ฟู่สวาปามงบฟื้นฟูแสนล้าน

แรงงานจ่อทิ้งภาคอุตสาหกรรมไปทำงานภาคการก่อสร้าง หลังรัฐบาลทุ่มงบฯฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วมกว่า 130,000 ล้านบาท คาดตั้งแต่ไตรมาส 1 ปีหน้าภาคอุตสาหกรรมจะขาดแคลนแรงงานไม่ต่ำกว่าแสนคน

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกของปี 2555 คาดว่าภาคอุตสาหกรรมจะขาดแคลนแรงงานไม่ต่ำกว่า 100,000 ราย เนื่องจากมีแนวโน้มว่าแรงงานจะไหลไปสู่ภาคการก่อสร้างมากขึ้น หลังจากรัฐบาลมีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 กว่า 2.3 ล้านล้านบาท โดยงบดังกล่าวจะใช้เพื่อบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัยในลักษณะบูรณาการทุกภาคส่วน รวมทั้งปรับปรุง ซ่อมแซม ก่อสร้าง ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มีวงเงินรวมทั้งสิ้น 130,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ รัฐบาลยังมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับบ้านเรือนที่จมน้ำเสียหายอีกประมาณ 5,000 บาทต่อครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรมก็จะมีการซ่อมแซมโรงงานต่างๆที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมทั้งการชดเชยพื้นที่ทางการเกษตรที่เสียหาย 2,000 บาทต่อไร่ ซึ่งล้วนจูงใจให้แรงงานออกจากภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น ขณะเดียว กัน รัฐบาลยังมีแผนจะสร้างโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) ซึ่งโครงการเหล่านี้มีงบประมาณจำนวนมาก จะทำให้แรงงานไหลไปสู่ภาคการก่อสร้างมากขึ้นด้วย

“ปีหน้าเราเป็นห่วงมากว่าแรงงานจะเข้าสู่ภาวะ ตึงตัว เพราะหลังจากน้ำลดจะมีการก่อสร้าง ซ่อมแซมบ้านเรือนและโรงงานจำนวนมาก รวมทั้งรัฐบาลก็มี โครงการขนาดใหญ่ต้องใช้คนงานไปก่อสร้าง ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังมีนโยบายปรับขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท จะทำให้แรงงานไหลออกไป และภาค อุตสาหกรรมต้องขาดแคลนแรงงานอีกกว่า 100,000 ราย และน้ำท่วมกระทบโรงงานกว่าจะกลับมาทำการ ผลิตได้ช่วงนี้แรงงานไหลออกไปแน่นอน”

นายธนิตยังกล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงอีกด้านคือความต้องการสินค้าจะตึงตัวมากขึ้น เพราะจากน้ำท่วม ทำให้ประชาชนแห่ซื้อสินค้ากักตุนเอาไว้เป็นจำนวนมาก ทำให้ความต้องการสินค้าในระยะนี้พุ่งสูงขึ้นมา โดยตลอด ภาวะดังกล่าวย่อมกระทบต่อการจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ ปีนี้ถือเป็นโอกาสของโรงงานแต่กลับเจออุทกภัยน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าป้อนความต้องการของผู้บริโภคได้

นายธนิตกล่าวอีกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมกระทบภาคอุตสาหกรรมอย่างมาก และยังเป็นปัจจัยที่กระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปี 2555 จะขยายตัวได้ในระดับ 4% เท่านั้น และยอดการส่งออกสินค้าช่วงไตรมาส 1 ปีหน้าคาดว่าจะปรับตัวลดลง แม้จะไม่ติดลบ แต่ก็คงไม่เติบโตเลยเมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันของไตรมาส 1 ปี 2554 เนื่องจากลูกค้าต่าง ชาติไม่กล้าสั่งซื้อ (ออเดอร์) สินค้าจากไทยแล้ว หลังเห็นข่าวโรงงานอุตสาหกรรมน้ำท่วมเสียหายหนัก โดยตลาดหลักคือ ญี่ปุ่น อาเซียน จีน เป็นต้น

“ปีหน้าภาคอุตสาหกรรมคงเหนื่อยในช่วงไตรมาส 1-2 เพราะกว่าอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมจะฟื้นได้ก็กลางปีหน้า เช่น โตโยต้า ฮอนด้า ก็หยุดผลิตไปแล้ว เป้าการผลิตรถยนต์ก็หายไป 200,000 คัน ทำได้แค่ 160,000 คัน และสินค้าไฟฟ้าและอิเล็ก-ทรอนิกส์ก็น่าห่วง เพราะอุตสาหกรรมหลักๆ 2 กลุ่มนี้ ส่งออกราว 40% เมื่อเสียหายมากและไม่รู้จะฟื้นตัวได้ เมื่อไหร่ก็จะยิ่งทำให้การส่งออกปีหน้าน่าเป็นห่วงด้วย”

นายธนิตกล่าวด้วยว่า น้ำท่วมยังทำให้ตอนนี้ ลูกค้าเริ่มไม่กล้าสั่งซื้อสินค้าจากไทยแล้ว ส่งผลกระทบ ต่ออุตสาหกรรมหมวดอาหาร รองเท้า ยางพารา โดยโรงงานที่จังหวัดกาญจนบุรี ขอนแก่น รวมทั้งปลาทูน่า กระป๋องในภาคใต้ ลูกค้าต่างประเทศอย่างโปแลนด์ก็ไม่สั่งซื้อแล้ว และหันไปซื้อสินค้าประเทศเพื่อนบ้านแทน นอกจากนี้ ออเดอร์ในไตรมาส 4 ก็หดตัวแล้วไม่ต่ำกว่า 10% จึงคาดว่าแนวโน้มการส่งออกไตรมาส 4 ในแง่ของมูลค่าจะมีอัตราติดลบ 5% หรืออย่างดีสุดอาจเป็นบวกได้ 5% เท่านั้น แต่เนื่องจาก 9 เดือนแรก สามารถส่งออกได้มากทั้งปี จึงคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 220,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: