กองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอีส่อแท้ง

Published ธันวาคม 30, 2011 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/215994

12 พฤศจิกายน 2554, 05:00 น.

BKQKpJhBMGGYXC7vASLDrbAl5DugmqsGPYnG9LsiMYlRyfP2l2sLz

กกร.เสียงแตกแถมไร้สัญญาณขานรับจากรัฐ

เส้นทางผุดกองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี 70,000 ล้านส่อแห้ว เหตุ กกร.เสียงแตก บางส่วนต้องการนำเงินไปฟื้นฟูโรงงานและชดเชยค่าแรง ขณะที่รัฐก็กลัวเสียหน้าหากยืดเวลาการลดภาษีนิติบุคคลออกไป ด้านสภาอุตสาหกรรมกระทุ้งรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขน้ำประกันสินเชื่อ ส่วน สศค.มั่นใจ ศก.ปีหน้าขยายตัวพุ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทยว่า แนวคิดของ กกร. ที่ต้องการให้รัฐบาลชะลอการปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ออกไป 1 ปี เพื่อนำเงินส่วนต่าง 7% หรือคิดเป็นวงเงิน  70,000 ล้านบาท ไปตั้งกองทุนฟื้นฟูธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอาจเกิดขึ้นได้ยากแล้ว หลังจากมีอุปสรรคต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะในส่วนของภาคเอกชนส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยเพราะต้องการนำเงินที่รัฐบาลลดภาษีไปฟื้นฟูโรงงานที่ถูกน้ำท่วม รวมถึงชดเชยการปรับขึ้นค่าแรงของรัฐบาล และต้องทำตลาดเพื่อการแข่งขันในปีหน้า

“แนวคิด กกร.ต้องการให้คงภาษีนิติบุคคลที่ 30% ในปี 55 ก่อน แล้วนำเงินส่วนต่าง 7% ไปตั้งกองทุน ส่วนในปี 2556 ก็ให้กลับมาลดภาษีลงที่ 20% เหมือนเดิม ซึ่งตรงนี้รัฐบาลไม่ได้เสียหายอะไรกลับมีแต่ได้ เพราะนอกจากจะไม่ต้องควักกระเป๋าแล้วยังสามารถนำเงินส่วนนี้ของผู้ประกอบการที่ยอมเสียสละไปฟื้นฟูภาคธุรกิจเอสเอ็มอี  ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจประเทศไทยได้”

อย่างไรก็ตาม แนวคิดของ กกร.ข้างต้น ฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ดูจะไม่เห็นด้วย เพราะรัฐบาลได้ประกาศในนโยบายหาเสียงไว้แล้วจึงกลัวถูกภาคธุรกิจตำหนิว่าเปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อยจนทำให้นักลงทุนสับสน ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว เพื่อนำเงินไปฟื้นฟูธุรกิจเอสเอ็มอีแต่ขอเป็นผู้บริหารเอง ภาคเอกชนก็คงไม่ยอม เพราะเกรงจะติดระเบียบต่างๆ และกังวลว่าอาจมีการช่วยเหลือไม่ทั่วถึง ทำให้ความเห็นของเอกชนแตกเป็นสองฝั่ง ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.กล่าวว่า ส.อ.ท.จะทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง  และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขกรณีให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าค้ำประกันสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อให้การปล่อยสินเชื่อมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น โดยให้การค้ำประกันเงินกู้ของ บสย.จากเดิมเป็นค้ำประกันแบบกลุ่มเป็นการค้ำประกันแบบเป็นรายๆ ไป “เงื่อนไขการช่วยเหลือเอสเอ็มอีต้องรวดเร็ว อย่าช้ามากเกินไป เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่มีอนาคต และกำลังไปได้ดีหากไม่เกิดปัญหาน้ำท่วม จึงต้องดูแลเป็นพิเศษให้กลับมาฟื้นฟูเดินหน้าต่อไป”

นายพยุงศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ได้เห็นชอบมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ตามที่คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเป็นอยู่ของประชาชน (กศอ). เห็นชอบไปก่อนหน้า ประกอบด้วย โครงการภายใต้มาตรการบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 4 โครงการ วงเงินรวม 112.84 ล้านบาท ได้แก่โครงการจัดตั้งศูนย์พักพิงอุตสาหกรรม โครงการด้านการจัดการด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และกากอุตสาหกรรมในสถานประกอบการอุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัย โครงการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน และสารปนเปื้อนของสารพิษอุตสาหกรรมในสถานประกอบการทั้งในและนอกนิคม และโครงการความช่วยเหลือในการระบายน้ำจากนิคมอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครัวเรือนละ 5,000 บาท เพิ่มเติมของกระทรวงมหาดไทย วงเงินรวม 11,461.01 ล้านบาท จำนวน 2,292,202 ครัวเรือน และให้นำเรื่องดังกล่าวเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวสูงกว่าคาดการณ์ และรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 55 จะยังเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้นิคมอุตสาหกรรมในประเทศ 7 แห่งในปัจจุบันจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมก็ตาม ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประมาณการรายได้ของปีงบประมาณ 55 ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทน ราษฎรนั้น รัฐบาลคาดว่าจะมีรายได้ 1.98 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีงบประมาณ 54 ถึง 20% ขณะที่รายจ่ายตั้งไว้ที่ 2.38 ล้านล้านบาท เป็นงบขาดดุล 400,000 ล้านบาท ที่เพิ่งผ่านวาระแรกของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น คาดว่า พ.ร.บ.งบประมาณปี 55 จะมีผลบังคับใช้ในเดือน ม.ค.ปีหน้าจากปกติจะเริ่มใช้ทุกวันที่ 1 ต.ค.ของทุกปี เท่ากับเลื่อนออกไป 3 เดือน

“แม้จะเป็นการตั้งประมาณการรายได้ที่สูงขึ้นกว่าปีงบประมาณ 54 และเศรษฐกิจไทยถูกกระทบจากปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานีรวม 7 แห่งก็ตาม สศค.ยังเชื่อมั่นว่าเป้าหมายของรายได้ของปีงบประมาณ 55 ที่ตั้งไว้ที่ 1.98 ล้านล้านบาท จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้”.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: