ลูกค้า ธอส.จมน้ำแสนราย

Published ธันวาคม 29, 2011 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/215492

10 พฤศจิกายน 2554, 05:30 น.

bkqkpjhbmggyxc7vwtbosdekowbqmaixag7qgjsmquhdthvfm1de1

“วรวิทย์” สั่งอุ้มลูกค้าไม่หวั่นหนี้เอ็นพีแอล

ลูกค้า ธอส.เกือบแสนรายจมน้ำ กระทบสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท “วรวิทย์” เข็น 5 มาตรการเด็ดอุ้มลูกค้าเก่าขยายระยะเวลาชำระหนี้ 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 0% เผยน้ำท่วมสองสัปดาห์ ลูกค้าแห่เข้ามาตรการ 10,000 ราย วงเงินสินเชื่อ 7,000 ล้านบาท คาดเดือน พ.ย.พุ่ง 30,000 ราย

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากวิกฤติน้ำท่วมที่ขยายวงกว้างหลายพื้นที่ในปัจจุบันคาดว่าจะมีผลกระทบต่อลูกค้าของธนาคารประมาณ 76,000 ราย เป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ประมาณ 30,000 รายอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ยังไม่ได้เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพราะสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีผลกระทบต่อยอดการชำระหนี้เพียงเดือนแรกในเดือน ต.ค.เท่านั้น และในเดือนถัดๆไปถึงจะทราบว่า ในจำนวนนี้ เป็นเอ็นพีแอลจำนวนเท่าไหร่

“จากการสำรวจเบื้องต้นของธนาคารคาดว่าลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้มีประมาณ 76,000 ราย ซึ่งมีตั้งแต่น้ำท่วมเพียงเล็กน้อย ไป จนถึงน้ำท่วมมิดหลังคาบ้านซึ่งมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้น จึงต้องรอให้ปริมาณน้ำลดลงก่อนเพื่อสำรวจความเสียหายทั้งหมด และที่สำคัญ ลูกค้าต้องผิดนัดชำระหนี้นานถึง 3 เดือน ถึงจะเป็นเอ็นพีแอล ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน”

สำหรับมาตรการที่ ธอส.ช่วยเหลือลูกค้าเดิมของธนาคาร โดยได้ขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้เงินต้นและดอก เบี้ย 0% เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรากฏว่า มีลูกค้าแจ้งความประสงค์เข้า มาแล้วประมาณ 10,000 ราย วงเงินสินเชื่อ 7,000 ล้านบาท โดยลูกค้ากลุ่มนี้ ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมทันทีเช่น น้ำท่วมบ้านจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ หรือโรงงานและบริษัทต้องปิดกิจการ เพราะน้ำท่วมทำให้รายได้ลดลง เป็นต้น โดยคาดว่าในช่วงเดือน พ.ย.นี้ จะมีลูกค้าของธนาคารติดต่อขอเข้าร่วมโครงการขยายระยะเวลาชำระหนี้เข้ามาอีกประมาณ 20,000 ราย แต่รวมทั้งหมดแล้วไม่น่าเกิน 30,000 ราย

“มาตรการขยายเวลาชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนนั้น ไม่ใช่ว่าลูกค้าทุกรายจะได้รับการผ่อนปรนทั้งหมด แต่ ธอส.จะพิจารณาเป็นรายกรณีๆไป เช่น ผู้กู้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ หรือน้ำท่วมบ้านทั้งหลังก็จะให้นานถึง 6 เดือน แต่หากได้รับผลกระทบไม่มากก็อาจจะขยายให้ 1 เดือน หรือ 4 เดือน เป็นต้น”

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ลูกค้าของ ธอส.ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ขอให้รีบติดต่อกับธนาคารโดยด่วน หากสำนักงานสาขาใกล้บ้านปิด หรือการเดินทางติดต่อกับธนาคารไม่สะดวกเพราะน้ำท่วมก็ขอให้โทรศัพท์มาที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ ธอส. โทร. 0-2645-9000 โดยไม่ต้องเดินทางมาด้วยตนเอง เพื่ออำนวยความสะดวกเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับมาตรการลดภาระหนี้ที่อยู่อาศัย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของ ธอส.ประกอบด้วย 1.สำหรับลูกค้าเดิมของธนาคาร กรณีหลักประกัน และ/หรือรายได้ได้รับผลกระทบ จะผ่อนปรนการผ่อนชำระหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน (คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี) กรณีได้รับผลกระทบรุนแรง จะพิจารณาผ่อนปรนการผ่อนชำระหนี้ต่อให้อีกไม่เกิน 6 เดือน (คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี) 2.กรณีลูกค้าเดิมได้รับอุบัติเหตุจากเหตุการณ์น้ำท่วมจนทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงหรือเสียชีวิต ธนาคารจะลดดอกเบี้ยให้เหลือ 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลากู้ที่เหลืออยู่

3.กรณีลูกค้าเดิมที่อาคารที่อยู่อาศัยพังเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ จะได้รับการปลดภาระหนี้ตามยอดหนี้คงเหลือในส่วนของอาคาร โดยผู้กู้ผ่อนชำระหนี้ในส่วนของที่ดินที่คงเหลือ 4.สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. และลูกค้าใหม่ที่อาคารได้รับความเสียหายสามารถขอกู้เพิ่มหรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนอาคารเดิมคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 2% ต่อปี นาน 5 ปี หลังจากนั้น คิดอัตราดอกเบี้ยตามประกาศธนาคาร

และ 5.กรณีกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย ให้กู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท กรณีไม่มีหลักประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4% ต่อปี นาน 5 ปี

นายวรวิทย์ กล่าวหลังจากน้ำลดลงแล้ว ประเมินว่าลูกค้าที่ใช้มาตรการแรกของ ธอส. จะขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมที่พักอาศัย เพราะที่พักอาศัยบางจุดที่มีน้ำท่วมสูงจะใช้งบประมาณซ่อมแซมค่อนข้างสูงไปด้วย ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ธอส.กำลังหารือกับกระทรวงการคลังและภาคเอกชน เพื่อจัดทำโครงการช่างก่อสร้างราคามาตรฐาน ราคาวัสดุก่อสร้างยุติธรรมและเฟอร์นิเจอร์ราคาถูก เพราะหลังจากน้ำลดลงแล้ว จะมีบ้านพักอาศัยจำนวนมากที่ต้องซ่อมแซม ซึ่งในช่วงเวลานั้นคงไม่แตกต่างไปจากช่วงก่อนน้ำท่วมที่มีความต้องการกระสอบทราย อิฐ หิน ปูนซีเมนต์จำนวนมาก จึงมีพ่อค้าบางรายฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าขึ้นไปอย่างไม่ยุติธรรม ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ธอส.จึงมีแนวคิดที่จะจับมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: